โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อนุทิน” ลุยปราศรัย “สุพรรณบุรี” หวังตอกเสาเข็มสีน้ำเงินยกจังหวัด ไม่หวั่น พรรคประชาชนวัดพลัง

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 14.09 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 13.17 น.

“อนุทิน” ลุยปราศรัย “สุพรรณบุรี” หวังตอกเสาเข็มสีน้ำเงินยกจังหวัด ไม่หวั่น พรรคประชาชนวัดพลัง ตั้งเวทีขนาบเวลาเดียวกัน อ้อนคนไทย เฉลี่ย 4 ปี ขอแค่กาครั้งเดียว ที่เหลือจะทำให้เอง

วันที่ 2 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ , นายวราวุธ ศิลปอาชา ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายที่ จ.สุพรรณบุรี โดยเมื่อเดินทางมาถึง นายอนุทิน ได้เดินหาเสียง พบปะประชาชนตลอด 2 ข้างทาง จากศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ไปยังเวทีปราศรัย เทศบาล ตำบลท่าระหัด รวมระยะทางกว่า 1 กม. ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่วันนี้ มีเวทีของพรรคประชาชนมาจ่อขนาบข้าง ที่สุพรรณบุรี ห่างกัน 5 กม. นายอนุทิน ถามว่า เหรอ อุ้ยอยู่ไกล อยู่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ห่างกัน 5 กิโลเมตร ก่อนย้อนถามว่า ทำไมต้องกังวล มาพบปะพี่น้องประชาชน ทุกคนก็เอานโยบายมาเสนอให้ประชาชน เป็นเรื่องที่ดี ไม่ควรมาด่ากัน

นายอนุทิน ยังมองว่า ไม่ใช่เป็นการวัดพลังกัน ก่อนย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า จะไปวัดทำไมเล่า ไม่ได้ยกพวกตีกันหนิ เราขอให้เขามาโหวตให้เรา ก็ต้องวัดกันที่ความตั้งใจ และความมั่นใจที่จะทำให้ประชาชน ทำให้เขาเชื่อว่าถ้าเขากาแล้ว เราจะทำให้เขาได้ เราขอประชาชน ขอแค่ครั้งเดียว โดยเฉลี่ยแล้วขอแค่ครั้งเดียวในรอบ 4 ปี ที่เหลือเราต้องทำให้กับพี่น้องประชาชน

ขณะที่บรรยากาศ เวทีปราศรัยมีการจัดที่นั่งกว่า 20,000 ที่นั่ง ขนาบ 2 ฝั่งคลอง กินพื้นที่กว่า 2 กิโลเมตร โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน เดินทางมาจังหวัดสุพรรณบุรีครั้งที่ 3 เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นสีน้ำเงินในพื้นที่ และปักเสาเข็มในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยครั้งแรก คือ วันที่ 27 ธันวาคม 2568 มาไหว้อนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อมาในวันที่ 18 มกราคม 2569 ในฐานะนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ครั้งที่ 67 และสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตรงกับวันกองทัพไทย และในวันนี้ 2 กุมภาพันธ์ เดินทางมาปราศรัยใหญ่เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนชาวสุพรรณบุรี

“ศุภจี” ขึ้นปราศรัยสุพรรณบุรี อ้อนขอเสียงฝากตัวเป็น “ลูกสาวชาวสุพรรณ” ชูหัวใจเกษตรกรรม เดินหน้าพยุงราคาข้าว–อ้อย หาตลาดใหม่ดันส่งออก พร้อมเคาะนโยบายดูแลผู้สูงวัย พยาบาลชุมชนทุกหมู่บ้าน ลดค่าไฟ 3 บาทต่อหน่วย ชูคนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ หยอดหวานเลือกภูมิใจไทยวันนีั อนาคตอาจมีนายกฯ คนสุพรรณ ชื่อ “วราวุธ”

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยทักทายชาวสุพรรณบุรี ขอฝากตัวเป็นลูกสาวชาวสุพรรณอีกคน พร้อมบอกถึงความตั้งใจที่มาจ.สุพรรณบุรี ก่อนเอ่ยคำขวัญจ.สุพรรณบุรี ว่า ”สุพรรณบุรี เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง“ คำขวัญจังหวัดสุพรรณบุรี

นางศุภจี กล่าวว่า ที่ยกคำขวัญของจังหวัดขึ้นมาก่อน เพราะข้างในมีหัวใจของสุพรรณบุรี ที่ตนขออาสามาดูแลหัวใจของสุพรรณบุรี นั่นคือเกษตรกรรม ตนบอกนายกฯ ว่าให้ช่วยกันหน่อย บ้านเมืองเรายังมีน้ำขังอยู่ ถ้าน้ำท่วมขังนานกว่านั้น ประชาชนปลูกข้าวไม่ได้ แล้วตนจะขายได้อย่างไร ขอโอกาสมาช่วยดูแลตรงนี้

ราคาข้าวตอนตนเข้ามาต่ำมากและตกต่ำมาตลอด ตนก็พยายามใช้เวลาช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พยุงราคาขึ้นมาตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 7,500 บาท แต่เรายังทำได้ดีกว่านั้นอีกแค่ขอเวลาเพิ่มเติม ซึ่งจะเก็บเกี่ยวกันในช่วงเดือนเมษายน เรายังมีเวลา 2-3 เดือนที่ดึงราคาให้ขึ้นอีก เพื่อเมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ประชาชนจะได้ราคาที่สูงได้เต็มที่

สิ่งสำคัญที่พวกเราต้องรู้คือที่ผ่านมาจะมีในเรื่องของสต๊อกข้าวมากมายและเริ่มเจอแรงกดดันในราคาข้าวขาวปี 2567 เพราะมีข้าวที่ระบายออกมาจากอินเดีย ไทยต้องหาตลาดส่งออกเพิ่มเติม ซึ่งนายกฯ ได้ช่วยคุยกับจีนด้วย ทำให้ขายข้าวได้ 500,000 ตันในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้นายกฯ และตนยังเดินทางไปสิงคโปร์ไปขายได้เพิ่มอีก 100,000 ตัน ด้วยเหตุนี้ตอนนี้โลกมีความปั่นป่วนวุ่นวายเยอะแยะมากมาย สิ่งที่เราทำได้คือต้องหาช่องที่จะสามารถหาโอกาส หาตลาดใหม่ๆ ได้ เพื่อให้ตนสามารถช่วยประชาชนระบายข้าวออกนอกประเทศและจะราคาสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นตนรู้ว่าในจังหวัดสุพรรณบุรีมีหลายเกษตรชุมชน สิ่งที่เราตั้งใจทำและได้ประกาศไปแล้วในปีนี้คือจะช่วยเข้าไปดูประมาณ 200 ชุมชนว่าขาดอะไร ซึ่งถ้าทำอย่างเป็นระบบแบบนี้ ก็จะช่วยให้ราคาข้าวเราเพิ่มขึ้นไปอีก เพื่อปากท้องพี่น้องของเรา

พร้อมยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้สนใจเฉพาะในเรื่องของช่วงเลือกตั้ง เราสนใจชีวิตปากท้องของพี่น้องช่วงหลังเลือกตั้งด้วย เพราะฉะนั้นเราถึงมีความตั้งใจ อาสา เข้ามาดูแลเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องข้าวเท่านั้น เพราะทราบว่าชาวสุพรรณก็ปลูกอ้อยด้วยใช่หรือไม่ ซึ่งอ้อยก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เราจะต้องมาทำ เพราะฉะนั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราจะต้องไปช่วยกันพยุงราคา หากลไกการตลาดมาช่วยทำให้เราสามารถจะพยุงราคาได้ มีการมารับซื้ออ้อยสดจะได้ไม่ต้องเผา เพราะฉะนั้นเราต้องมาช่วยกันดูแลในเรื่องนี้ ขอโอกาสที่จะมาช่วยดูแลในเรื่องของเกษตรกร ไม่ใช่แค่นั้น ความเป็นอยู่เรื่องปากท้องต้องดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงแนวนโยบายดูแลผู้สูงวัย เราจะมีพยาบาลชุมชน ซึ่งจะมีพยาบาลชุมชนครบทุกหมู่บ้าน ซึ่งเราต้องการจะให้พยาบาลชุมชนวัยมาดูแลคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อที่พี่น้องจะได้ไม่ต้องมีภาระในเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่นั้นในเรื่องของความเป็นอยู่ เราเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย นโยบายหนึ่งที่เราต้องการจะลดค่าใช้จ่ายก็คือเราต้องการจะลดค่าไฟ เราต้องการให้เขาลดค่าไฟ เหลือ 3 บาทต่อหน่วย

ส่วนแหล่งพักพิงผู้สูงว้ย พรรคยังมีนโยบาวจะเอาที่ราชพัสดุของรัฐ มาทำเป็นแหล่งพักพิง โดยที่รัฐร่วมมือทำกับเอกชนให้เอกชนมาบริหาร เพื่อที่พี่น้องที่สูงวัยหรือคนที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษจะได้สามารถไปพักพิงอยู่ตรงนี้ มีคนช่วยดูแล จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน

ขณะที่ประเด็นเรื่องการศึกษาให้คนอายุน้อย ๆ ที่ต้องการที่จะเข้าถึงแหล่งศึกษาในเรื่องของการศึกษา เราก็มีศึกษาเท่าเทียม โดยที่มีทั้งการช่วยเหลือในเรื่องของการศึกษาพื้นฐาน แล้วก็ทั้งในเรื่องของการศึกษาเฉพาะทางที่เน้นในเรื่องของอาชีพ เพราะเราสนใจที่จะทำคน สุพรรณบุรีมีอาชีพ เพราะฉะนั้นเหล่านี้เป็นนโยบายเล็กๆน้อยน้อยที่เราต้องการที่จะดูแลประชาชนทุกเพศทุกวัย

รวมทั้งเรื่องของโครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นนโยบายที่เราต้องการที่จะมอบให้พี่น้องชาวสุพรรณบุรี พี่น้องทั่วประเทศให้สามารถที่จะจับจ่ายใช้สอยได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้เน้นเฉพาะเรื่องของการมาคุยในเรื่องของช่วงเลือกตั้งแต่เราจะต้องดูในเรื่องของชีวิตหลังเลือกตั้งด้วยเช่นกันนะคะ ก็ขอฝากค่ะ ฝากพี่น้องชาวสุพรรณบุรี ฝากทีมงานที่มีความตั้งใจแล้วรู้พื้นที่ดีที่สุด

พร้อมทั้งฝากผู้สมัครสส. 5 เขตของพรรคภูมิใจไทย และฝากนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และฝากอีกหนึ่งคนสำคัญที่ชวนมาปราศรัยวันนี้ ก็คือ นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจต้องการยกระดับจังหวัดสุพรรณบุรีกลายเป็นระดับประเทศ พร้อมกับยกว่าสักวันหนึ่งจะมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากสุพรรณบุรี พร้อมทั้ง ผายมือไปที่ นายวราวุธ ก่อนที่เจ้าตัวจะยกมือไหว้ ขอบคุณ

“วราวุธ” ขึ้นปราศรัย สุพรรณบุรี สยบดราม่า ทิ้งสมบัติ ‘พ่อบรรหาร’ - ถามกลับ พ่อทำแค่พรรคชาติไทยพัฒนาหรือ - บอก วันนี้เลิกไอ้หน้าเดิม ได้เพิ่มหลายกระทรวง อ้อนกาบัตรชมพู เบอร์ 37

นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัย จ.สุพรรณบุรี พร้อมกล่าวว่า งวดนี้หลายคนดราม่าเหลือเกิน พูดกันนักหนาว่า วราวุธ ทิ้งสมบัติพ่อบรรหารไปแล้ว ไม่รับสิ่งที่พ่อบรรหารสร้างมาแล้ว วันนี้วราวุธมาอยู่ภูมิใจไทย วันนี้ได้มีโอกาสมาพูดต่อหน้าพี่น้องทุกคน ว่าสิ่งที่พ่อทำมาตลอด 40 ปี ตนถามหน่อยว่าสิ่งที่พ่อทำมาในสุพรรณบุรีมีแค่พรรคชาติไทยพัฒนาอย่างเดียวหรือ มันไม่มีถนนเลยใช่ไหม ไม่มีแหล่งน้ำเลยใช่ไหม ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรืออย่างอื่นเลยใช่ไหม วันนี้สิ่งที่อยากจะบอกกับพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรีคือตั้งแต่พ่อบรรหารเสียชีวิตไป 23 เมษายน 2559 พวกเราพรรคชาติไทยพัฒนาทำงานกันอย่างหนัก เราดูแลพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงรุ่นลูก แต่วันนี้ในการเลือกตั้งปี 2562 เราได้ สส.มา 10 คน วราวุธดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหนึ่งกระทรวง ต่อมาเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ได้ สส.มา 10 คน นั่งรถตู้คันเดียวพอดีไปประชุมพรรค และได้ดูแลกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วันนี้ตนย้ายมาในพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ทันเลือกตั้งลองนับดูว่าพรรคภูมิใจไทยดูแลกี่กระทรวง เอาแค่นายกฯ ที่ดูแลกระทรวงมหาดไทยควบกัน มีกระทรวงการคลัง มีกระทรวงพาณิชย์ มีกระทรวงอุตสาหกรรม วันนี้วราวุธอยากถามพี่น้องชาวสุพรรณบุรีว่า เมื่อก่อนเลือกพวกเรา 10 คนเข้าไปได้กระทรวงเดียว วันนี้เลือกไอ้หน้าเดิมเข้าไปแต่ได้กระทรวงมาเป็นพรวน ถามว่าเอาไหม

นายวราวุธ ถามประชาชนว่า ได้ 1 กระทรวงกับได้ 7 กระทรวง มันคุ้มกว่ากันไหม ถ้าคุ้ม 8 กุมภาพันธ์ กาบัตรสีชมพู พรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ที่สำคัญเข้าพรรคภูมิใจไทยมา หัวหน้าพรรคบอกว่าจะให้อยู่บัญชีรายชื่อไม่เกิน 5 ตนก็ดีใจ ว่าวันนี้พี่ชายที่รักของตนหัวหน้าอนุทิน บอกว่าวราวุธได้ไม่เกินที่5 ปรากฏว่าพอประกาศให้เกียรติคนสุพรรณอยู่อันดับที่ 3 แบบนี้ดีหรือไม่ นี่คือความอบอุ่น นี่คือเกียรติที่ภาคภูมิใจไทยให้กับพวกเราคนสุพรรณ ดังนั้นวันนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึง 5 วัน ที่พวกเราจะเข้าไปกาบัตร 2 ใบ โดยบัตรใบแรกสีเขียว ให้ สส.เขต และสีชมพู นี่คือสิ่งที่พวกเราทำตั้งแต่รุ่นพ่อมาสู่รุ่นลูก

วันนี้ข้าวเกวียนละ 8000 บาท เราอยากให้ข้าวแพงอย่างนี้หรือไม่ อยากให้ประเทศไทยเปิดด่านหรือไม่ อยากให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของนานาอารยประเทศหรือไม่ นี่คือ 2 เดือนที่นายกรัฐมนตรี ที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้กับประชาชนคนไทย นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำใน 2 เดือนที่ผ่านมา ลองนึกภาพว่าถ้ามีเวลาอีก 4 ปีจากนี้ เราจะทำขนาดไหน

ดังนั้น วันนี้พวกเราพลพรรคภูมิใจไทย มีนางฟ้าของชาวนา นางศุภจี และพลพรรคภูมิไทยที่มาพูดว่าหากพวกเราได้เข้าไปทำงาน จะทำอะไรบ้าง แล้วภูมิใจไทยจะเข้ามามีนายกรัฐมนตรีชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรีให้ดีขึ้น

“ศุภชัย” ชี้ เลือก “อนุทิน” นั่งนายกฯวันนี้ ปูทางสุพรรณ ได้ “วราวุธ” นั่งนายกฯ ในนามภูมิใจไทยสมัยต่อไป

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานอเนกประสงค์ ข้างสำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวถึงความผูกพันทางการเมืองของจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมสะท้อนภาพการเมืองระดับประเทศและเหตุผลที่พรรคชาติไทยพัฒนาตัดสินใจร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย

นายศุภชัย ระบุว่า แม้ตนเองจะเป็นชาวจังหวัดตรัง และเคยลงพื้นที่หาเสียงมาแล้วหลายจังหวัดทั่วประเทศ แต่ที่ผ่านมาแทบไม่มีเวทีใดในจังหวัดสุพรรณบุรี เนื่องจากเข้าใจบริบททางการเมืองของพื้นที่ที่มีรากฐานความผูกพันกับพรรคชาติไทยมาอย่างยาวนาน จากผลงานและการพัฒนาที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้สร้างไว้ จนทำให้สุพรรณบุรีเป็นจังหวัดที่มีความเจริญก้าวหน้า เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ

นายศุภชัย ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับจังหวัดตรัง ซึ่งแม้จะเคยได้รับการพัฒนาครั้งใหญ่ในอดีต แต่หลังจากนั้นกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม แตกต่างจากสุพรรณบุรีที่ยังคงเติบโตและเป็นต้นแบบให้หลายจังหวัดนำไปศึกษาและปรับใช้

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองและวิกฤติของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทั้งความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แบะนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ไปคุยโทรศัพท์กับอังเคิลจนต้องพ้นจากนายกเช่นเดียวกัน รวมถึงมีภัยพิบัติจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ในประเทศ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงปัญหาสงครามการค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเห็นว่าประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน และจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีความเป็นมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ

ในส่วนของการตัดสินใจของพรรคชาติไทยพัฒนาที่เข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย มองว่าเป็นการเสียสละทางการเมืองครั้งสำคัญ เพื่อรวมพลังแก้ไขวิกฤติของประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมยกย่องบทบาทของแกนนำพรรคและผู้ใหญ่ทางการเมืองในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่เปิดทางให้เกิดการผนึกกำลังดังกล่าว ด้วยความตั้งใจให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

นายศุภชัย ย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค มีความพร้อมทั้งประสบการณ์และทีมงานมืออาชีพในการแก้ไขปัญหาประเทศ และการที่พรรคชาติไทยพัฒนาตัดสินใจเข้ามาร่วมงาน ยิ่งทำให้พรรคภูมิใจไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น

นายศุภชัย เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรีร่วมหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำหน้าที่ของประชาชนในการปกป้องและพัฒนาประเทศ ผ่านการเลือกพรรคภูมิใจไทย พร้อมย้ำว่าท่ามกลางปัญหาที่ซับซ้อนในปัจจุบัน ประเทศไทยจำเป็นต้องมีผู้นำและพรรคการเมืองที่เป็นมืออาชีพ เพื่อพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติและสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

นายศุภชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพี่น้องประชาชนชาวสุพรรณบุรีให้การสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยนี้ จะเป็นการปูทางให้ในสมัยต่อไป จังหวัดสุพรรณบุรีมีโอกาสได้ผู้นำรัฐบาลที่เป็นคนสุพรรณบุรีโดยตรง ภายใต้พรรคภูมิใจไทย คือ นายวราวุธ

“อนุทิน” พูดเหน่ออ้อนชาวสุพรรณ ยก หลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ เป็นพยาน วันนี้ “หนู” รักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น พร้อมย้อนลำรึก “อาบรรหาญ” ฝากไส้เดือนดูแลมังกร ประกาศลั่น 2 ศรีพี่น้องจับมือกันเดิน ตามคำสั่งพ่อ ชี้ “ท็อป วราวุธ” ขอลำดับ 1 ก็ยอมให้ เชื่อได้ปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 20 ที่นั่ง โว “รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา” ก่อน ฉีกสคริปต์ทิ้ง! ไม่พูดแล้วนโยบาย ขอเลือกภูมิใจไทยยกพรรคพอ บอก “ถ้าเราหมา(มา)กันหมด อังเคิลไม่กล้าหมา(มา)”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปราศัยใหญ่ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วยผู้สมัคร ทั้ง 5 เขต และรณรงค์เลือก สส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย เบอร์ 37 โดยเริ่มต้นการปราศรัย ว่าพวกเรามารวมตัวกัน เพื่อนำชัยชนะ ความเป็นปึกแผ่น ความร่ำรวย มาให้ชาวสุพรรณบุรี ตนได้ไปกราบอนุสาวรีย์ของคุณอาบรรหาร ศิลปอาชา มาเมื่อธันวาคมที่ผ่านมา 20 กว่าปีก่อน ท่านเรียกตนไปพบ 2 ต่อ 2 เหมือนกับมองการไกล ว่าวันหนึ่ง ไอ้หลานคนนี้ จะมีโอกาสได้ฝากเนื้อฝากตัวทำงานให้กับชาวสุพรรณบุรี สืบต่อเจตนารมย์ของท่าน ตนตื่นเต้น โทรศัพท์แทบตก ท่านบอก “อนุทิน” ดูแลไอ้ท็อป ด้วย อาฝาก ตนจึงตอบกลับไปว่า มาฝากลูกมังกรไว้กับไส้เดือน ได้อย่างไร ซึ่งท่านก็ตอบว่า เอ็ง 2 คนน่าจะไปกันได้ เอาอย่างนี้รับปากอา อย่าทิ้งกัน เอ็งใหญ่เอาไอ้ท็อปไปดู ไอ้ท็อปใหญ่ อาจะสั่งให้มันเอาเอ็งไปดู นี่คือวิสัยทัศน์อันยาวไกลของท่านบรรหาร ผู้ซึ่งรักสุพรรณบุรียิ่งกว่ารักตัวเอง แล้วก็ถึงวันที่ ตนต้องตัดสินใจหาวิธีการที่จะชวน นายวราวุธ และทีมจากพรรคชาติไทยพัฒนามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายวราวุธ ใหญ่ไม่ใหญ่ไม่รู้ พ่อตนก็เคยอาศัยพรรคนี้อยู่ เนวิน ชิดชอบ ก็เคยอยู่ชาติไทยพัฒนา สมัยก่อนตนเรียนจบใหม่ๆ อยากเดินตามนักการเมือง ก็ไปอยู่ซอยราชครู ที่ตั้งที่ทำการพรรคชาติไทย

“สุพรรณบุรีแข็งแรงเช่นเดิม บุรีรัมย์ก็แข็งแรง ทำไมไม่นำความแข็งแรงของทั้ง 2 จังหวัด มาทำให้ทั้งประเทศแข็งแรงเล่า วันที่ชักชวน นายวราวุธ ตนก็บอกเขาตรง ๆ ว่าการเมืองจากนี้ไป พี่ต้องการน้อง น้องก็ต้องการพี่ เราสองศรีพี่น้องเดินไปด้วยกัน ตามคำสั่งของพ่อเรา มึงจะให้กูจุดธูปเอาท่านบรรหาร มาเข้าทรงกูเหรอ มึงจะเอาขนาดนั้นเหรอ กูต้องเขียนตาราง ก ถึง ฮ ว่าอาครับ ขอเอา ลูกชายมาอยู่ด้วยกันหรือไม่ เอาแก้วมาวาง จะได้เดินไป ที่ สระไอไม้มลาย ดอเด็ก ไม่โท อาเขาไปอยู่สวรรค์แล้ว จะให้กูเรียกมาอยู่ในถ้วยนี้เหรอ จนท็อปยอมบอกไม่ต้องเรียก ไปแล้ว ไปแล้ว เดี๋ยวพ่อมา เผ่นกันหมดไม่ได้คุยธุระกันพอดี ”

นายอนุทิน เล่าอย่างคึกคัก เรา พูดเล่นๆ รวมกันอยู่ภูมิใจไทยชาติไทยจะพัฒนา แปลว่า ทุกคนชนะหมด ภูมิใจไทยยุคนี้ใช้คำว่าพลัส เพราะฉะนั้นสุพรรณบุรี เมื่อมีภูมิใจไทย รวมกับชาติไทยพัฒนา จะเป็นสุพรรณบุรีพัฒนาชาติไทย พัฒนาพลัสพลัสพลัส

ตนฟังเพลงศิลปินของสุพรรณบุรีตั้งแต่เด็ก ความเป็นสุพรรณบุรี รู้สึกผูกพันมาตั้งแต่เล็ก ชอบเสียงเหน่อเหน่อ จากนั้น นายอนุทิน ปราศรัย ด้วยเสียงเหน่อ ว่า เคยดูหรือไม่ ละครเรื่องผู้กองยอดรัก พลทหารนั้นอยู่สุพรรณ พลทหารหนู อยู่บุรีรัมย์ครับ หลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ เป็นพยาน วันนี้หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น ที่คอยังห้อยพระผงสุพรรณ โดยจังหวะนั้นนายอนุทินได้ชูพระผงที่คอออกมาจากเสื้อ พร้อมระบุห้อยได้แต่พระผง ขุนแผนห้อยไม่ได้ หูมันจะไม่เท่ากัน สาวใต้เขาจะดึงหูขาด ที่กล้ามาพูดบ้าๆ บอๆ แบบนี้ เพราะคิดอย่างอื่นไม่ออกแล้ว ร้องเพลงเมืองสุพรรณดีกว่า หนุ่มบุรีรัมย์ฝันหวาน สงสารหนูบ้างเถอะแม่ยอดหญิง พี่ชายจริงใจฝักใฝ่รักจริง จะขอแอบอิงพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 ให้คนสุพรรณ”

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ขอให้ดูว่าสุพรรณบุรีมีอิทธิพลมากแค่ไหนกับตน พร้อมชูกระดาษนโยบายจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาฉีกทิ้ง ก่อนบอกว่าตอนนี้จำนโยบายพรรคไม่ได้แล้ว เลิกพูดถึงนโยบาย แล้ววันที่ 8 กุมภาฯ กาภูมิใจไทยยกพรรคเลยดีกว่า

จากนั้น ได้แนะนำผู้สมัครทั้ง 5 เขต บอกเป็นลูกหลานมังกรทุกคน และพญามังกร ประภัตร โพสุธร ก็ยังอยู่ ดุดันพ่นไฟ วันนี้พามาเจอคนสุพรรณหางกระดิก “ดิ๊กๆๆ ”

โดย ทั้งหมดที่อยู่บนเวทีคือคนที่พวกเราตัดสินใจกันแล้วว่าจะมาทำหน้าที่ผู้แทนให้กับพ่อแม่พี่น้องชาวสุพรรณ และนี่คือเหตุผลที่ นาย วราวุธ ศิลปอาชา ต้องได้ลำดับที่ 3 ในปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งหากวันนั้นนายวราวุธขอเอาเบอร์ 1 ตนก็ยอมให้ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเชื่อว่าลำดับที่ 1 ถึงลำดับที่ 20 ได้อยู่แล้ว และ 4 เดือนในการเป็นรัฐบาลยังทำได้ขนาดนี้ถ้าพี่น้องสุพรรณให้โอกาสอีก 4 ปีจะทำได้ขนาดไหน

นายอนุทินยังกล่าวถึงพี่น้องชาติพันธุ์ โดยระบุว่าหากไม่พูดถึงวันนี้คะแนนหายไป 100,000 คะแนน เพราะพี่น้องคือชาติพันธุ์เป็นคนไทยด้วยกัน สิทธิประโยชน์ต่างๆมีเหมือนกัน และพ่อแม่พี่น้องยังดำรงวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้เมืองสุพรรณเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันงดงาม

นอกจากนี้ยัง ได้กล่าวถึงการลงพื้นที่สองพี่น้อง ว่าตนได้ไปดูประตูน้ำ ที่กลายเป็นประตูดักผักตบชวา ซึ่งเป็นปัญหาที่กวนใจพี่น้องสุพรรณบุรี กระทบไปทั้งระบบเกษตรกรรม ตนจึงได้ถามนายวรวุธ ว่าเป็นรัฐมนตรีมา 2-3 สมัยไม่เคยของบประมาณมาจัดการหรือ จึงได้คำตอบว่าเคยขอไปแล้วแต่เขาไม่ให้เพราะอยู่คนละพรรคกัน พร้อมยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เล็กที่สุดที่พี่น้องชาวสุพรรณจะได้ ในการตัดสินใจให้พวกเรามาอยู่ร่วมกันประตูน้ำต้องมีประสิทธิภาพ ระบบระบายน้ำต้องมีประสิทธิภาพ พร้อม ขอว่าไม่ต้องกังวล ตนจะผันงบประมาณมาดูแลส่วนนี้ ถึงแม้วันนี้ ต่อให้นายวรวุธจะไม่ได้มา ร่วมกับพรรคภูมิใจไทยแต่แค่เอ่ยขอตนยินดีที่จะให้ เพราะอำนาจอยู่ที่ปลายปากกา

นานอนุทิน กล่าวว่า 10 กว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่นายทหารศิลปะอาชาไม่อยู่ตนไม่เคยเข้ามา วุ่นวายและให้เกียรตินายวรวุธและพรรคชาติไทยพัฒนามาโดยตลอด หานายบรรหาญบังอยู่ วันนี้ จะพูดว่า สุพรรณบุรีมีแต่จะชนะ ชนะ ชนะ เพราะมึงและมัน มาอยู่รวมกันแล้ว และขอสัญญาว่าจะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเจริญ มั่นคงแข็งแกร่งยิ่งๆ ขึ้นไป ในทุกมิติ ดังนั้นจึงขอพี่น้องชาวสุพรรณบุรีจำไว้ในหัวใจ เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 เพราะ ถ้าไม่เลือกทุกคนที่มาอยู่ตรงนี้หมากันหมด ถ้าพวกเราหมา(มา) ขนาดนี้ “อังเคิล ก็ไม่หมา(มา) ”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...