โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"Compromise" เพื่อประโยชน์ประชาชน 'พายุ' ชี้ ร่วมรัฐบาลคือการทำงานจริง ดีกว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วทำเสียงประชาชนเสียเปล่า

VoiceTV

อัพเดต 15 ก.พ. เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 01.25 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

พายุ เนื่องจำนงค์ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า มุมมองส่วนตัว: จากที่ได้รับฟังเสียงสะท้อนจากหลากหลายมุมมองความคิดเกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นของผมนะครับ.. ในทุกครั้ง ทุกยุค ทุกสมัย ของการจัดตั้งรัฐบาล ก็จะมีหลากหลายปัจจัยที่ใช้ในการตัดสินใจของการเทียบเชิญร่วมตั้งรัฐบาลโดยพรรคแกนนำ หรือในการตัดสินใจเข้าร่วมของพรรคลำดับอื่นๆที่ได้ถูกรับเชิญให้เข้าร่วมรัฐบาล

ประกอบกับเหล่ากลไกและเงื่อนไขต่างๆที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ ไม่ใช่แค่สถานะ/จำนวนเสียงในสภาฯของแต่ละพรรคที่ถูกนำมาใช้ตัดสินใจเพียงอย่างเดียว ซึ่งทำให้แทบจะทุกรัฐบาลในประวัติศาสตร์ของการเมืองไทยนั้นจึงเป็น “รัฐบาลผสม” ตามเสียงสะท้อนของประชาชนที่ได้เลือกมาจากการเลือกตั้ง

ซึ่งเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายสำหรับ “ผู้ตั้ง” และ “ผู้ร่วม” ที่ต่างฝ่ายต่างหาเสียงด้วยหลักการและนโยบายที่แตกต่างกันออกไปในช่วงเลือกตั้ง แต่ในเมื่อผลออกมาแล้วไม่มีพรรคใดที่ได้ฉันทามติจากประชาชนอย่างเป็นเอกฉันท์เพียงพอในการตั้งรัฐบาลพรรคเดี่ยว ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องหาพรรคอื่นมาร่วมกัน โดยต้องหาจุดสมดุลระหว่างพรรคร่วมฯด้วยการ “ประนีประนอม” หรือ “compromise” ในที่สุด

ที่ต่างกันกับอีก compromise นึงที่เป็นเพียงวาทกรรมแก้เกี้ยวที่ไปหยิบยืมมาจากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของการเมืองสหรัฐฯ ที่ย้อนกลับไปถึง ค.ศ. 1787 ซึ่งนำมาเปรียบเทียบไม่ได้เพราะมันคนละบริบทกันกับการตัดสินใจโหวตเลือกนายกฯของบางพรรค ซึ่งสุดท้ายแล้วก็มีคนของพรรคออกมายอมรับว่าถือเป็น “การทดลอง” และเป็นยุทธศาสตร์สะกัดกำลังพรรคแดง ต่างกันกับการประนีประนอมที่พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยทำร่วมกันเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้

ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกฯในฐานะตัวแทนของพรรคแกนนำที่ได้ขอให้ลืมเรื่องในอดีตต่อกันเพื่อเชิญเพื่อไทยทำงานร่วมกัน เช่น เดียวกันกับแคนดิเดตของเราที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่า “พร้อมจะทำงานกับทุกพรรคการเมืองและทุกภาคส่วน” แม้บางพรรคการเมืองต้องการจะบีบคั้นให้เลือกข้างให้ได้.. โดยไม่มองว่านี่คือการตีกรอบพรรคตนเองด้วยหลากหลายเงื่อนไข และคือการตีกรอบโอกาสที่จะได้เข้ามาสานต่อสิ่งที่ได้หาเสียงเอาไว้กับประชาชน

เพราะถึงแม้การเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอาจจะไม่สามารถทำได้ทั้งหมดเท่ากับหากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล.. แต่ก็ยังดีกว่า “ล้มกระดาน” ทั้งหมดด้วยการไปเป็นฝ่ายค้านแล้วทำให้เสียงที่เลือกพรรคของตนมานั้นเสียเปล่า เพราะในเวลาเดียวกัน ทางพรรคแกนนำฯเองก็ต้องเคารพนโยบายของเหล่าพรรคร่วมฯด้วยในส่วนของการประนีประนอมร่วมรัฐบาลกัน และไม่ยึดติดแต่เพียงนโยบายของพรรคตนเอง ซึ่งทางท่านนายกฯและพรรคแกนนำก็ทราบดีอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ต่างพรรคต่างรับทราบและเข้าใจดีถึงความคิดและความรู้สึกของโหวตเตอร์ของตนที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกมาไม่มากก็น้อย และจำเป็นที่ต้อง compromise กับทุกพรรคร่วมให้ดีที่สุดพร้อมกับสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจด้วย “การกระทำ” ในการเข้าไปบริหารกระทรวงที่พวกตนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนตามที่ได้หาเสียงไว้..

..แล้วประชาชนจะเป็นผู้ชี้วัดเองในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าอยากจะให้พรรคใดมาเป็นแกนนำขับเคลื่อนประเทศในครั้งต่อไปต่อครับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...