เลือกตั้งไทยชัดเจนส่งซิกต่อเชื่อมั่นต่างชาติในเขตอีอีซี แต่วิกฤตคอร์รัปชันไทยเลวร้ายใน 19 ปี เป็นปัจจัยเสี่ยงการเมือง กระทบทุนต่างชาติระดับพรีเมียมจากสหรัฐและยุโรป
BTimes
อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 08.42 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 11.45 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Bizดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EEC เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาถือเป็นสัญญาณที่ทำให้นักลงทุนรายใหม่ที่เคย “รีรอ” เพื่อดูทิศทาง มีความมั่นใจในการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเชื่อว่าในช่วงปลายปีนี้จะเห็นตัวเลขการลงทุนขยับตัวสูงกว่าที่ผ่านมา แม้หน้าตาของรัฐบาลอาจมีการเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อมั่นว่านโยบายการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) จะยังคงมีความต่อเนื่อง เนื่องจากประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนจากต่างประเทศเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย ดร.จุฬา มองว่ามีโอกาสเติบโตได้มากกว่าที่หลายสำนักประเมินไว้ หากรัฐบาลเร่งอัดฉีดเม็ดเงินและผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ให้เกิดการก่อสร้างจริง โดยเฉพาะโครงการสนามบินอู่ตะเภา เมืองการบิน และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินและการจ้างงานในพื้นที่ EEC ตลอด 2-3 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ยังขานรับแนวทางของกระทรวงการคลังและ BOI ในการปลดล็อกกฎระเบียบและขั้นตอนการอนุมัติ เช่น การทำ EIA และใบอนุญาตก่อสร้าง เพื่อเปลี่ยนงบประมาณที่เคยอยู่เพียง “ในกระดาษ” กว่า 4 แสน 8 หมื่นล้านบาท ให้เป็นการ “ตอกเสาเข็ม” จริงโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ EEC ยอมรับว่า “ดัชนีคอร์รัปชัน” ที่ร่วงมาอยู่ในลำดับที่ 116 ถือเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยถือเป็น “ความเสี่ยงทางการเมือง” และปัญหาด้านธรรมาภิบาลที่นักลงทุนกลุ่มพรีเมียมจากยุโรปและสหรัฐฯ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ หากประเทศไทยไม่เร่งแก้ปัญหาความโปร่งใส อาจส่งผลให้เราพลาดโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนระดับโลก และต้องยอมรับนักลงทุนในกลุ่มรองลงมาแทน ซึ่งประเด็นนี้ไม่เพียงกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุนเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลด้วย