โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สยบดราม่า QR Code ‘ปฐม’ กูรูดิจิตัลไทย ขยับตัวให้ความรู้ ชี้ QR Code คือเกราะกันบัตรปลอม ไม่ใช่เครื่องมือสอดแนม ยืนยันระบบซับซ้อนเกินกว่าจะแกะรอยได้ว่า ‘ใครเลือกใคร’

The Structure

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 10.28 น. • The Structure

ปฐม อินทโรดม ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและสื่อสารมวลชนชั้นนำของไทย มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งภาครัฐและเอกชน และกรรมการสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย, กรรมการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็น การโจมตีเรื่องการมี Qr Code บนบัตรเลือกตั้งของเครือข่ายผู้สนับสนุนพรรคประชาชน

โดยระบุถึงเหตุผลในการมีรหัสบนบัตรที่ใช้เพื่อควบคุมไม่ให้มีบัตรปลอม บัตรเขย่ง และแยกแยะบัตรและเขตเลือกตั้งที่ถูกต้อง ส่วนข้อกังวลทีว่าจะมีการ “ตามรหัสกลับไปหาคนลงคะแนน” นายปฐม ระบุว่า ในความเป็นจริงมันซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดมาก และก่อนจะพิพากษาใคร ควรเข้าใจกลไกทั้งระบบให้ครบ

ข่าวเรื่อง QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ความรู้สึกมันมาก่อนเหตุผลเสมอ เรากลัวว่าระบบจะ “รู้หมด” แม้กระทั่งว่าเราเลือกใคร และในประเทศที่ความไว้วางใจทางการเมืองไม่ได้สูงมากอย่างบ้านเรา การตั้งคำถามกับ กกต. ไม่ใช่เรื่องผิดเลย นั่นคือสิทธิของประชาชน

แต่สิทธิในการสงสัย ไม่ควรกลายเป็นการด่วนตัดสิน

กฎหมายเลือกตั้งไทยกำหนดชัดเรื่อง “บัตรลับ” ห้ามทำให้รู้ว่าใครเลือกใคร และไม่ได้บังคับว่าบัตรต้องมี QR หรือบาร์โค้ด สิ่งที่เปิดไว้คือให้ กกต. กำหนดรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อควบคุมการจัดการเลือกตั้ง ดังนั้น QR หรือบาร์โค้ด หากมี จึงเป็นเครื่องมือด้านระบบ ไม่ใช่สาระของสิทธิเลือกตั้ง

เหตุผลหลักที่หลายประเทศใช้รหัสบนบัตรมีไม่กี่ข้อ และเข้าใจง่าย

  • เพื่อควบคุมจำนวนบัตร ป้องกันการพิมพ์เกินหรือบัตรปลอม
  • เพื่อแยกประเภทบัตรและเขตเลือกตั้งให้ถูกต้อง
  • เพื่อรองรับเครื่องอ่านนับคะแนนอัตโนมัติ
  • เพื่อ audit ตรวจสอบเส้นทางของบัตรแต่ละชุด

หลายประเทศก็ใช้ระบบลักษณะนี้เพื่อบริหารจัดการ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผูกกับตัวผู้ลงคะแนน

และที่สำคัญ หากจะ “ตามรหัสกลับไปหาคนลงคะแนน” จริง ๆ มันซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิดมาก

เพราะการจะทำแบบนั้นได้ ต้องมีเงื่อนไขครบหลายชั้นพร้อมกัน เช่น

ต้องมีฐานข้อมูลที่บันทึกว่า “บัตรใบเลขนี้ ถูกแจกให้คนคนนี้”

ต้องมีการสแกนหรือบันทึกหมายเลขบัตรก่อนหย่อนหีบ

ต้องมีการเก็บลำดับการหย่อนบัตรเทียบกับตัวบุคคล

ต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยเลือกตั้งกับรายชื่อผู้มาใช้สิทธิแบบ real-time

ซึ่งในระบบบัตรลับตามหลักกฎหมาย กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้มีอยู่ตั้งแต่ต้น และหากมีจริง จะเข้าข่ายละเมิดหลักความลับของการลงคะแนนอย่างร้ายแรง

พูดง่าย ๆ คือ QR หรือบาร์โค้ดบนกระดาษใบหนึ่ง ไม่ได้มีพลังวิเศษ มันเป็นเพียงตัวระบุเอกสาร ถ้าไม่มี “ฐานข้อมูลจับคู่กับคน” มันก็ย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนไม่ได้

เทคโนโลยีทำให้เรากังวลง่าย แต่ก็เป็นเทคโนโลยีเดียวกันที่ช่วยป้องกันการโกงแบบเก่า เช่น การพิมพ์บัตรเกิน การสอดไส้บัตร หรือความผิดพลาดจากการนับมือ

ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ไม่ได้เกิดจากความเชื่อแบบไม่ตั้งคำถาม

แต่ก็ไม่ควรถูกทำลายด้วยความกลัวที่ยังไม่มีหลักฐานรองรับ

เรามีสิทธิ์ถาม

เรามีสิทธิ์ขอดูรายละเอียดระบบ

เรามีสิทธิ์เรียกร้องความโปร่งใส

แต่ก่อนจะพิพากษาใคร ควรเข้าใจกลไกทั้งระบบให้ครบ เพราะบางสิ่งที่ดู “น่ากลัว” บนผิวกระดาษ อาจเป็นเพียงกลไกควบคุมเอกสารธรรมดา ที่ซับซ้อนกว่าจะใช้เป็นเครื่องมือติดตามคนได้จริง ๆ ครับ

เพิ่มเติม:

ขอบคุณรายการตอบโจทย์ Thai PBS ที่เชิญไปสัมภาษณ์ในประเด็นนี้นะครับ แต่ผมดูแล้ว เอิร์ท Thanarat Kuawattanaphan เชี่ยวชาญกว่าผมเยอะ และจับประเด็นได้ดีกว่าครับ”

#TheStructure

#TheStructureNews

#พรรคประชาชน #ปฐมอินอินทโรดม #เลือกตั้ง69

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...