โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แม็คกรุ๊ป กำไร Q2/69 เพิ่มขึ้น 140% ยอดขายออนไลน์-ห้างสรรพสินค้าเพิ่มขึ้น อนุมัติปันผลงวดกลางปี 0.52 บาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 03.31 น.

แม็คกรุ๊ป เผยผลดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีบัญชี 69 กำไรสุทธิ 296 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% หนุนงวดครึ่งปีกำไร 419 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับสูง อัตรากำไรสุทธิเฉียด 20% ยอดช็อปออนไลน์ยังโตสนั่น ส่วนช่องทางห้างสรรพสินค้าขายเพิ่มขึ้น หลังนำ AI จัดการสินค้า ดันงวดครึ่งปีโกยรายได้ 2,393 ล้านบาท อนุมัติปันผลงวดกลางปี 0.52 บาท

13 กุมภาพันธ์ 2569 นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” ทำธุรกิจมา 5 ทศวรรษ และก้าวสู่ปีที่ 51 เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีบัญชี 2569 (1 ตุลาคม- 31 ธันวาคม 2568) ว่า

กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 296 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% จากไตรมาสแรก ปีบัญชี 2569 ที่มีกำไรสุทธิ 123ล้านบาท แต่ลดลง 2.7% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 305 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 19.7% เมื่อเทียบงวดไตรมาสแรกอยู่ที่ 13.4% แต่ลดลงเล็กน้อยเทียบงวดเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 22.5%

ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 419 ล้านบาท ลดลง 4.2% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 437 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้มีการบริหารช่องทางขายสินค้าและส่งเสริมการขายต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ซึ่งผลของการกิจกรรมส่งเสริมการขายสนับสนุนให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น

นายแมทธิว กล่าวว่า บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าในงวดไตรมาส 2 ปีบัญชี 2569 รวม 1,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 591 ล้านบาท หรือ 65.59% จากไตรมาสแรกของปีที่มีรายได้ 901ล้านบาท และเพิ่มขึ้น156 ล้านบาทหรือ 11.7 % เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,336ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือน ปีบัญชี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้ารวม 2,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 215 ล้านบาท หรือ 9.9% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 2,178 ล้านบาท เป็นผลจากการเติบโตของรายได้จากช่องทางออนไลน์และการรักษาฐานลูกค้าออฟไลน์ในสภาวะที่มีความไม่แน่นอนในสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ชายแดนแม้ว่าจะได้รับการกระตุ้นจากโครงการคนละครึ่งพลัสก็ตาม

“MC ยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ได้ดีต่อเนื่อง โดยงวดไตรมาส 2 มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 62.2% ขณะที่งวดครึ่งปีแรกปีบัญชี 2569 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 64.9% “นายแมทธิว กล่าว

นายแมทธิว กล่าวว่า ช่องทางขายผ่านร้านค้าออนไลน์(E-Commerce) มีบทบาทเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง หลังแบรนด์แม็คยีนส์ติดอันดับหนึ่งแบรนด์ที่มียอดขายมากที่สุดใน TIKTOK โดย งวดครึ่งแรกของปีบัญชี 2569 ยอดขายจากร้านค้าออนไลน์ คิดเป็นสัดส่วน 26 % จาก 16 % ในปีก่อนหน้า โดยมีรายได้ 639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 301 ล้านบาทหรือ 89.4 % ส่วนงวดไตรมาส 2 มีรายได้ 387 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 175 ล้านบาทหรือ 82.7 %

ส่วนช่องทางออฟไลน์ คือ ช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง(Free-standing Shop) งวดครึ่งปีแรก มีสัดส่วน 54 % มีรายได้ 1,306 ล้านบาท ลดลง 121 ล้านบาทหรือ 8.5 % , ขณะที่การขายผ่านห้างสรรพสินค้า (Department Store)มีสัดส่วน 17 % มีรายได้ 386 ล้านบาท เพิ่มขึ้น7 ล้านบาทหรือ 1.9 % ส่วนงวดไตรมาส 2 มีรายได้ 248ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาทหรือ 6.8 % เป็นผลจากการบริหารหน้าร้านและจัดการสินค้าโดยนำ AI เข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งกลยุทธ์ธุรกิจ “ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม็คกรุ๊ปกล่าว

บริษัทได้นำ AI เข้ามาเป็นกลยุทธ์ร่วมในการทำธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ควบคุมต้นทุน ค่าใช้จ่าย ที่ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องและหนุนให้ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ขึ้นไปอยู่ที่ 20.4 % เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่ 19.2 %

อย่างไรก็ตาม แม็คกรุ๊ปยังคงสถานะการเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้เงินกับสถาบันการเงิน ขณะที่เงินสดในมือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ณ สิ้นธันวาคม 2568 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนชั่วคราว 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170 ล้านบาท จากวันที่ 30 มิถุนายน 2568

ผลดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น สำหรับผลดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปีบัญชี 2569 ในอัตราหุ้นละ 0.52 บาท คิดเป็นอัตราการจ่าย 98% สูงกว่านโยบายที่จะจ่ายไม่น้อยกว่า 40% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ก.พ. และจะจ่ายเงินในวันที่ 12 มี.ค.

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...