โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ‘ภูมิธรรม-ทวี’ ไม่แทรกแซงคดีฮั้วสว.ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานใดๆ

JS100

อัพเดต 21 ม.ค. เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. เวลา 10.18 น. • JS100:จส.100
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ‘ภูมิธรรม-ทวี’ ไม่แทรกแซงคดีฮั้วสว.ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานใดๆ

วันนี้ (21 ม.ค.69) องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ลงมติ อ่านคำวินิจฉัยคดีที่ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของสว. ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัว หรือไม่

เนื่องจากผู้ถูกร้องทั้งสองขณะดำรงตำแหน่ง ได้ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสว.ของ กกต. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสว. ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จนถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรม เป็นการฝ่าฝืน ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย และชี้ว่าศาลมีอำนาจในการวินิจฉัยคดีนี้ โดยสรุปคำวินิจฉัยเบื้องต้นศาลเห็นว่า ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมีพฤติกรรมใดที่เป็นการข่มขู่ สั่งการ ชี้นำ หรือปิดกั้นการแสดงความเห็นอันเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงคณะกรรมการ คดีพิเศษคนอื่นๆ

ผู้ถูกร้องทั้งสองเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ถูกร้องที่ 1 ในฐานะประธานในที่ประชุมได้บริหารและควบคุมการประชุมโดยเปิดโอกาสให้กรรมการทุกคนได้อภิปรายและแสดงความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณา ส่วนผู้ถูกร้องที่ 2 ได้ซักถามกรณีข้อสงสัยต่างๆต่อคณะกรรมการเพื่อให้คณะกรรมการมีข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างเพียงพอ

ผู้ถูกร้องที่ 2 เพียงแต่อธิบายความเห็นทางกฎหมายหรือแนวทางการปฏิบัติงานโดยปกติของผู้ถูกร้องที่ 2 เท่านั้นกรณีจึงเชื่อว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมิได้ใช้อำนาจสั่งการกรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะกรรมการคดีพิเศษในการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมและมีมติรับไว้เป็นคดีพิเศษเพื่อเป็นเครื่องมือแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาแต่อย่างใด

นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ถูกร้องกล่าวอ้างว่าผู้ถูกร้องที่ 2 สมคบกันทำความผิดกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษใช้อำนาจสอบสวนโดยไม่ชอบ สอบสวนเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ แล้วผู้ถูกร้องทั้งสองยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในลักษณะที่เป็นการปล่อยข่าวให้เกิดความหวาดกลัวต่อสมาชิกวุฒิสภานั้น

ในการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างนั้นไม่ปรากฏหลักฐานใดที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ใช้อำนาจสั่งการและควบคุมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการดังกล่าว อีกทั้งหากการปฏิบัติหน้าที่สอบสวนของพนักงานดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายย่อมต้องถูกตรวจสอบโดยพนักงานอัยการและศาลที่พิจารณาสำนวนสอบสวนต่อไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ดังกล่าวอาจถูกกล่าวหาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกกล่าวหาบางส่วนได้ลงบันทึกประจำวันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้ว

และการให้สัมภาษณ์ของผู้ถูกร้องที่ 2 ต่อสื่อมวลชนเป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องที่ 2 ต่อข้อซักถามจากสื่อมวลชนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกสว. ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างกว้างขวางเป็นการรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงการชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับกรณีมีผู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สืบสวนเท่านั้น มิได้มีการให้ข้อมูลรายละเอียดของหลักฐานหรือมีการใช้ข้อความข่มขู่สวแต่อย่างใด

จากข้อเท็จจริงดังกล่าวกรณีไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์อันเป็นการขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 อนุ 4 และไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานอื่นใด ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองคน มีการสั่งการหรือเข้าไปแทรกแซงการไปปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ในคดีฮั้วสว. ที่ดีเอสไอดำเนินการแต่อย่างใด

#คดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวฺฺุฒิสภา

#ศาลรัฐธรรมนูญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...