กลุ่มเคิร์ด ประกาศเตรียมร่วมสงครามอิหร่าน ภายใน 7–10 วัน
กลุ่มเคิร์ด ประกาศเตรียมร่วมสงครามอิหร่าน ภายใน 7–10 วัน
วันที่ 5 มี.ค. 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า กลุ่มชาวเคิร์ดที่ต่อต้านรัฐบาลอิหร่านกำลังเตรียมเข้าร่วมความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดและขยายวงมากขึ้น
รายงานระบุว่า กองกำลังชาวเคิร์ดซึ่งตั้งฐานอยู่ในเขตปกครองตนเองทางตอนเหนือของอิรัก กำลังเตรียมการปฏิบัติการทางทหารข้ามพรมแดนเข้าสู่อิหร่าน โดยมีข้อมูลว่าสหรัฐอเมริกาได้ติดต่อขอให้ชาวเคิร์ดในอิรักให้การสนับสนุนด้วย
กลุ่มชาวเคิร์ดเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกองกำลังฝ่ายต่อต้านอิหร่านที่มีการจัดตั้งและฝึกฝนดีที่สุด โดยคาดว่ามีนักรบหลายพันคน หากเข้าร่วมสงครามจริง อาจสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อรัฐบาลเตหะราน และยังเสี่ยงทำให้อิรักถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งด้วย
คาลิล นาดีรี เจ้าหน้าที่ของพรรคเสรีภาพเคิร์ด (PAK) ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเคิร์ดของอิรัก เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า กองกำลังบางส่วนได้เคลื่อนกำลังไปยังพื้นที่ใกล้ชายแดนอิหร่านในจังหวัดสุไลมานิยาห์ และอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการ
เขายังระบุด้วยว่า ผู้นำชาวเคิร์ดได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหาร แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนหรือจัดหาอาวุธให้กับกองกำลังใดโดยเฉพาะ แม้จะยอมรับว่าอาจมีหน่วยงานอื่นที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว
หากกลุ่มชาวเคิร์ดจากอิหร่านและอิรักเข้าร่วมการสู้รบ จะถือเป็นการส่งกำลังภาคพื้นดินขนาดใหญ่เข้าสู่สมรภูมิเป็นครั้งแรก โดยกองกำลังเหล่านี้มีประสบการณ์การรบจากการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS)
ด้านเจ้าหน้าที่จากกลุ่มโคมาลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มชาวเคิร์ดในอิหร่าน เปิดเผยว่า กองกำลังของพวกเขากำลังเตรียมพร้อมที่จะข้ามพรมแดนภายใน 7-10 วัน และกำลังรอจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติการ
ชาวเคิร์ดในอิหร่านมีประวัติการต่อต้านรัฐบาลมาอย่างยาวนาน ทั้งในยุคสาธารณรัฐอิสลามปัจจุบันและในสมัยราชวงศ์ของชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ก่อนการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ซึ่งเคยเกิดการลุกฮือและการสู้รบกับกองกำลังรัฐบาลหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มชาวเคิร์ดจะมีเป้าหมายร่วมกันในการโค่นล้มรัฐบาลอิหร่าน แต่ก็ยังมีความขัดแย้งกับฝ่ายต่อต้านอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่สนับสนุนเรซา ปาห์ลาวี มกุฎราชกุมารอิหร่านในต่างแดน ซึ่งกล่าวหาว่ากลุ่มเคิร์ดต้องการแบ่งแยกดินแดน
ขณะเดียวกัน ความเป็นไปได้ของปฏิบัติการดังกล่าวยังทำให้ผู้นำชาวเคิร์ดในอิรักต้องเผชิญสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากเกรงว่าการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงอาจนำไปสู่การตอบโต้จากอิหร่าน
เจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดอิรัก 3 คนเปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า เมื่อคืนวันที่ 1 มี.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์หารือกับมาซูด บาร์ซานี และบาเฟล ทาลาบานี ผู้นำสองพรรคการเมืองใหญ่ของชาวเคิร์ดในอิรัก ได้แก่ พรรคประชาธิปไตยเคิร์ด (KDP) และพรรคสหภาพรักชาติเคิร์ด (PUK) เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่าน
แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้ขอให้ผู้นำชาวเคิร์ดอิรักสนับสนุนกลุ่มชาวเคิร์ดอิหร่าน และเปิดพรมแดนเพื่อให้กองกำลังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก
อย่างไรก็ตาม แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวเพียงว่า ทรัมป์ได้หารือกับผู้นำชาวเคิร์ดเกี่ยวกับฐานทัพสหรัฐฯ ในภาคเหนือของอิรัก แต่ไม่ได้ยืนยันว่ามีข้อตกลงเกี่ยวกับแผนปฏิบัติการใดโดยเฉพาะ
ด้านเจ้าหน้าที่ชาวเคิร์ดอิรักยอมรับว่า มีความกังวลอย่างมากต่อความเสี่ยงในการตอบโต้จากอิหร่าน เนื่องจากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พื้นที่เคิร์ดในอิรักเผชิญการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธหลายครั้ง โดยมีเป้าหมายทั้งฐานทัพสหรัฐฯ สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเออร์บิล และฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ด
ขณะที่พรรค PUK ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า บาเฟล ทาลาบานี ได้หารือกับทรัมป์จริง และผู้นำสหรัฐฯ ได้อธิบายวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเป้าหมายของสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้ แต่พรรคยังย้ำว่าทางออกที่ดีที่สุดของสถานการณ์คือการกลับไปสู่โต๊ะเจรจา
ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลภูมิภาคเคิร์ดในอิรักปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อประเด็นดังกล่าว