โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เจนZ”เซย์โนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เดลินิวส์

อัพเดต 6 มีนาคม 2569 เวลา 1.10 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย ทำให้แต่ละคนอยู่กับหน้าจอได้ ไม่มีค่านิยมบลูลี่กันเมื่อเพื่อนในกลุ่มไม่ดื่ม ดังนั้นความจำเป็นในการรวมตัวที่ร้านเหล้าลดลง คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ต้องการมีภาพลักษณ์ที่ดีในแง่สุขภาพมากกว่า

ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบกลุ่มเยาวชน อายุ 15-24 ปี มีอัตราการดื่ม อยู่ที่ 24.8 % ลดลงจากปี 2564 ที่ 34.7% ขณะที่มูลค่าการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการดื่มแอลกอฮอล์ของไทย ปี 2564 เท่ากับ 165,450.5 ล้านบาท คิดเป็น 1.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)

เวทีเสวนาค้นหาคำตอบ “Less Drink, More Life? ทำไมคนรุ่นใหม่เลือกไม่ดื่ม”เผยถึงเหตุผลคนรุ่นใหม่ลดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดโดย เครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์กล่าวว่า เยาวชนในประเทศพัฒนาแล้วมีการดื่มลดลงชัดเจน เช่น นับตั้งแต่ค.ศ. 2000 สหรัฐอเมริกา พบว่าใน 1 เดือนที่ผ่านมา เยาวชนดื่มแอลกอฮอล์ลดลง 40.4% เยอรมันดื่มลดลง 30.4% ส่วนไอซ์แลนด์ มีอัตราการดื่มลดลงมากที่สุดถึง 83.9% ระหว่างปี 1995 ถึง 2015 และมีการศึกษาพบว่า ในช่วงที่การดื่มลดลงทำให้ ผลกระทบจากแอลกอฮอล์ ทั้งการบาดเจ็บและการเข้ารักษาจากการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงเช่นกัน

สอดคล้องกับ ข้อมูลของไทยก็พบสัดส่วนนักดื่มอายุ 15-19 ปี มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยในช่วงปี 2547-2557 สัดส่วนนักดื่มอยู่ที่ 13-15% ลดลงมาเป็น 9-10% ในปี 2554-2557 สอดคล้องกับแนวโน้มในระดับโลก

สำหรับประเทศไทย สาเหตุที่คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มไม่ดื่มแอลกอฮอล์ประกอบด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ ความคุ้มค่าด้านการเงิน แอลกอฮอล์มีราคาสูง การรวมกลุ่มเพื่อเฉลิมฉลองของกลุ่มเด็กยุคนี้นิยมไปในร้านหมูกระทะ หรือชาบูแบบบุฟเฟต์ราคาประมาณ 199 บาท ขณะที่การทำโปรโมชันของผับต่างๆในราคาที่ใกล้เคียงกัน ไม่มีอาหารมีแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้กลุ่มเยาวชนรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า กระแสรักสุขภาพ การเข้าฟิตเนสและการวิ่งทำให้เยาวชนตระหนักว่าการเมาค้างส่งผลเสียต่อการออกกำลังกายในวันถัดไป, เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย ทำให้แต่ละคนอยู่กับหน้าจอได้

ประกอบกับมีบริการดิลิเวอร์รี่เด็กบางคนกลับจากเรียนมาอยู่หอพักสั่งอาหาร ดังนั้นความจำเป็นในการรวมตัวที่ร้านเหล้าลดลง นอกจากนี้มีทางเลือกอื่นเช่นไปรวมตัวกันที่คาเฟ่ ร้านน้ำชา ในพื้นที่ภาคใต้พบว่าร้านน้ำชาเปิดยาวถึงเช้า กิจกรรมที่เจอกันที่คาเฟ่ไปเล่นบอร์ดเกม เล่นเกม หรือแชทคุยกัน รวมทั้งไม่มีค่านิยมบลูลี่กันเหมือนในอดีต หากเพื่อนในกลุ่มไม่ดื่มเหล้า

“ ในด้านสถิติการเริ่มดื่ม พบว่าการรับน้องเป็นจุดเริ่มต้นของการดื่มครั้งแรกประมาณ 25% แต่ปัจจุบันปัญหาการบังคับดื่มลดน้อยลงมาก ข้อมูลที่น่าสนใจคือปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ช่วงมัธยมศึกษา ซึ่งมีเด็กถึง 70% เริ่มดื่มในช่วงนี้ แบ่งเป็นมัธยมต้น 20% และมัธยมปลาย 50%” รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว กล่าว

ชลิสา แก้วงาม นศ.จาก ม.สงขลานครินทร์ เล่าว่าเมื่อเข้าปี 1 เคยลองเข้าผับกับเพื่อน ดื่มกันเต็มที่โดยลืมคิดเรื่องเงิน ปรากฏว่าตื่นมาตอนเช้าเพื่อนไลน์มาบอกว่าหารคนละ 600 รู้สึกว่าเป็นเงินที่เยอะมากแม้จะมีโปร299 บาทก็ตาม เงินจำนวนนี้คือเงินที่จะใช้ได้เกือบอาทิตย์ไปกินบุฟเฟ่ได้ หรือเอาเงินจำนวนนี้ไปซื้อเครื่องสำอาง เพราะหน้ามหาวิทยาลัยมีร้านเครื่องสำอางให้เลือกเยอะมาก ตัวเองชอบที่จะใช้เงินเพื่อสร้างภาพลักษณ์ลักษณะนี้มากกว่า ที่ไปร้านเหล้า

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่ดื่มสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณค่าของคนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพกาย สุขภาพใจ ภาพลักษณ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น หลายคนมองว่าการไม่ดื่ม คือทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ชีวิตก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...