เปิดคำให้การ "ลุงสนม" สัปเหร่อวัดดัง ถูกรวบขณะหนีกบดานบ้านลูกศิษย์
เปิดคำให้การ "ลุงสนม" สัปเหร่อวัดดัง หลังถูกรวบขณะหนีกบดานบ้านลูกศิษย์ เครียดโดนสอบ อ้างเหยื่อยินยอม ตร.เตรียมฝากขัง ค้านประกัน
จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมตัว นายสนม (ขอสงวนนามสกุล) หรือ สัปเหร่อสนม อายุ 81 ปี สัปเหร่อชื่อดังจังหวัดอ่างทอง หลังหลบหนีไปที่จ.แพร่ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะถูกกลุ่มผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกอนาจารขณะเข้าไปทำพิธีอาบน้ำมนต์แก้คุณไสย
ล่าสุดวันที่ 3 มี.ค.2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำสัปเหร่อสนมยังคงให้การภาคเสธ โดยยอมรับเฉพาะในข้อเท็จจริง คือกระทำกับผู้เสียหายจริง แต่อ้างว่าผู้เสียหายยินยอม โดยระหว่างสอบปากคำนายสนมก็มีอาการเครียด
เปิดคำให้การ "ลุงสนม" สัปเหร่อวัดดัง หลังถูกรวบขณะหนีกบดานบ้านลูกศิษย์ เครียดโดนสอบ อ้างเหยื่อยินยอม ตร.เตรียมฝากขัง ค้านประกัน
ซึ่งขณะเข้าจับกุมได้ที่บ้านลูกศิษย์ในจ.แพร่ ยังสามารถยึดมีดหมอและลูกกาเราะ ที่นายสนมใช้ในการทำพิธี และได้ใช้สิ่งเหล่านี้สัมผัสละเมิดร่างกายของผู้เสียหาย รวมถึงทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัว ว่าจะโดนทำร้าย จนไม่กล้าขัดขืน
ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว 7 คน และได้ออกหมายจับไว้แล้ว 7 หมาย ในข้อหากระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยใช้กำลังประทุษร้าย และใช้วัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศบุคคลอื่น เป็นการกระทำต่างวาระ
พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป.
แต่ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความ จึงอยากประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อขอให้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ทางตำรวจพร้อมรับแจ้งความและจะปกปิดข้อมูลผู้เสียหายเป็นความลับ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าพยานหลักฐานอย่างมีดหมอและลูกกาเราะที่ตรวจยึดได้ หากมีการชะล้างไปแล้ว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิด อาจไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับผู้เสียหายได้
แต่ทางตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะมีคำให้การจากผู้เสียหายและพยานบุคคลจำนวนมาก โดยวันนี้จะมีการนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาภายในวันที่ 4 มี.ค.นี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัว
ของกลางที่สามารถตรวจยึดได้ขณะเข้าทำการจับกุม นายสนม สัปเหร่อคนดัง
ส่วนภรรยาของนายสนมจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหาย ว่ามีพฤติการณ์ร่วมในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่ หรือเพียงอยู่ด้วยกันเฉย ๆ ในฐานะสามีภรรยา แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ตำรวจก็จะดำเนินคดีทั้งหมด
ส่วนร่างเด็กทารกที่นำมาประกอบพิธีและถูกฝังไว้ที่สุสานในพื้นที่ จ.อ่างทอง เชื่อว่าน่าจะมีร่างทารกจำนวนมาก เพราะก่อตั้งสำนักมานาน 46 ปีแล้ว ทางบก.ป.จะประสานตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นผู้ดำเนินการ
และหากพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เห็นว่าพยานหลักฐานใดเป็นประโยชน์ต่อการทำคดีลวนลามนักข่าวช่องดัง ที่ยังค้างอยู่ที่ สภ.วิเศษชัยชาญอีก 1 คดี ทางบก.ป.ก็จะส่งพยานหลักฐานต่างๆ ไปให้ดำเนินการต่อ
ส่วนความคืบหน้าทางฝั่ง สภ.วิเศษชัยชาญ พ.ต.อ.พัทธนันท์ ทรงสมถวิล ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานญาติของทารกที่นำมาทำพิธี เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ นำไปเทียบกับร่างทารก โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-15 มี.ค.2569
ซึ่งขณะนี้มีญาติเดินทางมาติดต่อทั้งหมด 3 เคสแล้ว และสามารถตรวจพิสูจน์คืนร่างทารกไปแล้ว 2 เคส หากหลังจากนี้ไม่มีญาติเดินทางเข้ามาติดต่อเพื่อขอรับร่างทารกกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทางตำรวจพร้อมด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจ.อ่างทอง ก็จะดำเนินการรื้อสุสานล้างป่าช้า และทำบุญครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ทารกที่ถูกฝังในสุสานแห่งนี้ โดยมีกำหนดการเบื้องต้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำให้การ "ลุงสนม" สัปเหร่อวัดดัง ถูกรวบขณะหนีกบดานบ้านลูกศิษย์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th