โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ผู้ว่าฯธปท.’ ประเมินสงครามตะวันออกกลาง ฉุดจีดีพีกดต่ำลง เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

เดลินิวส์

อัพเดต 3 มีนาคม 2569 เวลา 21.41 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ประเมินสงครามตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่ง ฉุดจีดีพีกดต่ำลง เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เกาะติดแหล่งพลังงานใกล้ชิด

"วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินความขัดแย้งตะวันออกกลาง ต้องค่อยประเมินดูสถานการณ์ ซึ่งตลาดเงินทั่วโลกฝุ่นตลบ มีความผันผวน โดยอย่างแรก เห็นว่าความเสี่ยงเรื่องสงครามทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ล่าสุดเห็นความเสี่ยง แต่คิดว่าความเสี่ยง ถ้าสู้รบเหมือนปีที่แล้วสู้รบกัน 12 วัน แต่ตอนนั้นยิงโดยตรงอิหร่าน-อิสราเอล แต่ครั้งนี้แตกต่าง มีความรุนแรงและกว้างกว่าชัดเจน

ขณะที่การปิดช่องแคบ ฮอร์มุซ ซึ่งเป็นอ่าวที่ขนส่งน้ำมัน คิดเป็น 20% ของทั่วโลกที่ผ่านตรงนี้ และทำให้เกิดผลกระทบขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นแรงต่อเนื่อง และกระทบแน่นอน ถ้าราคาน้ำมันขึ้น 10-20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จนวันนี้ราคาน้ำมันขึ้น 6-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ถ้าราคาน้ำมันขึ้น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจ หรือส่ง มีผลต่อจีดีพี 0.10-0.15% มีผลโดยตรงจำกัด และมีผลต่อเงินเฟ้อ ส่วนราคาน้ำมันนั้นอยู่ในตะกร้าคำนวณเงินเฟ้อ 13% ถ้าขึ้น 10 ดอลลาร์เฉลี่ยทั้งปี จะทำให้เงินเฟ้อขึ้น 0.4-0.5%

"วิทัย" กล่าวว่า ผลกระทบอยู่ที่ว่าจะขึ้นมากและนานแค่ไหน จนจะทำให้กระทบต่อซัพพลายเชน แต่ละประเทศอาจต้องหาแหล่งน้ำมันใหม่ ประเทศเอเชียใช้จากแหล่งนี้ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นไทย หรือญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และไทยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ต้องใช้ช่องทางนี้

"แน่นอนน้ำมันขึ้นมีผลแน่ต่อจีดีพีลดลง เงินเฟ้อสูงขึ้น ถ้าอยู่ต่อเนื่องยาวกระทบซัพพลายน้ำมันให้มีการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันสูง หาแหล่งน้ำมันประเทศอื่นมาชดเชย หรือหาแหล่งพลังงานอื่นมาชดเชยเช่นเดียวกัน จะมีผลต่อเนื่องเป็นส่วนที่ต้องจับตาดู"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...