ธเนตร หลงศรี ผู้อำนวยการ สกร.คลองเตย พูดได้เต็มปาก Read for the Future คุ้มค่า 'คนอ่านทุกเล่ม'
รายงานพิเศษ | พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร
ธเนตร หลงศรี
ผู้อำนวยการ สกร.คลองเตย
พูดได้เต็มปาก Read for the Future
คุ้มค่า ‘คนอ่านทุกเล่ม’
‘เรียนรู้ตลอดชีวิต’
เป็นทั้งคำฮิต และเทรนด์การศึกษาโลกยุคใหม่
แน่นอนว่าไม่ง่าย ทว่าหลากหลายภาคส่วนยังคงเดินหน้าหาหนทางโดยมุ่งหวังให้เป็นไปได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน หาใช่เพียงคำสวยหรูประดับเอกสารราชการ
หนึ่งในนั้นคือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยยกระดับมาจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ที่คนไทยเคยคุ้นหู
ล่าสุด ร่วมโครงการ Read for the Future ส่งเสริมการอ่าน สร้างอนาคต ซึ่งบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิเสริมกล้า ผนึกกำลังสนับสนุนการอ่าน การเรียนรู้และพัฒนาทักษะทุกมิติ เพื่อคุณภาพชีวิต อันจะส่งผลต่อคุณภาพประเทศ ผ่านการจัดหาหนังสือดี มีประโยชน์
ธเนตร หลงศรี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ ระดับเขตคลองเตย กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับมอบหนังสือหลากหลายและทันสมัย เมื่อปลายปี 2568 ที่เพิ่งผ่านพ้น นั่งสนทนาเปิดใจในห้องสมุดของศูนย์ฯ บอกเล่าถึงสถานการณ์การศึกษาตามอัธยาศัย โฟกัสโลเกชั่น ‘คลองเตย’
: ผู้มาใช้บริการ ประกอบด้วยคนกลุ่มไหนบ้าง สัดส่วนเท่าใด?
มีเกือบทุกช่วงวัย หลักๆ ประกอบด้วยกลุ่มผู้สูงอายุที่มาใช้บริการทุกวัน
กลุ่มที่ 2 คือ นักเรียน นักศึกษา ซึ่งมีทั้งนักศึกษาของ สกร. เองและจากสถานศึกษาใกล้เคียง เช่น โรงเรียนปทุมคงคา โรงเรียนดาราคาม ซึ่งหลังเลิกเรียน เด็กๆ จะแวะเข้ามาก่อนกลับบ้าน รอผู้ปกครองมารับ ก็จะเป็นช่วงเวลาที่เขาดูหนังสือไปด้วย ทำกิจกรรมไปด้วย
อีกกลุ่มหนึ่งคือ ประชาชนทั่วไปซึ่งสัดส่วนอาจจะน้อยถ้าเทียบกับ 2 กลุ่มแรก
ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับเราว่าจะทำอย่างไรที่จะดึงคนกลุ่มนี้เข้ามาใช้บริการห้องสมุดของเราให้มากขึ้น
: อุปสรรคของการส่งเสริมการเรียนรู้ในย่านคลองเตยมีอะไรบ้าง มีแนวทางพัฒนาอย่างไร โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล?
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันคนสนใจเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยเป็นช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย และสามารถแสดงตัวตนของเขาได้ เพราะฉะนั้น คนยุคใหม่จะเรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แอพพลิเคชั่นต่างๆ ส่วนหนังสือ ถ้าเทียบกับสื่อประเภทอื่นๆ มัลติมีเดียมีอิทธิพลมากกว่า เด็กๆ สนใจมากกว่า
เพราะฉะนั้นคงต้องหาแนวทางร่วมกันในการใช้สื่อหนังสือเล่ม อาจต้องพัฒนาเป็นสื่ออื่นๆ ร่วมด้วย เช่น สตอรี่บุ๊ก อย่างด้านหน้าห้องสมุด เรานำเนื้อหาจากหนังสือเล่มมาเป็นสื่อมัลติมีเดีย มีภาพและเสียงประกอบดึงดูความสนใจ โดยใช้เอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์
ตอนนี้นำร่องด้วยพระราชนิพนธ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
อีกเรื่องหนึ่งที่มีโครงการจะทำ แต่คงต้องใช้เวลาคือ เราพยายามปรับรูปแบบห้องสมุดให้เป็นห้องสมุดดิจิทัล เด็กและวัยรุ่นอาจชอบการ์ตูนนวนิยาย รวมถึงแนววาย ซึ่งเราก็ต้องมีไว้ซัพพอร์ต เรามีคอมพิวเตอร์ อีบุ๊ก เกมที่มีสาระ และอื่นๆ ให้ได้เรียนรู้ แต่อย่างหนึ่งที่ต้องควบคู่คือ กิจกรรม เพราะอยากให้ที่นี่เป็นห้องสมุดมีชีวิต สามารถมาอ่านหนังสือ เรียนรู้ผ่านออนไลน์ และทำกิจกรรมได้ ครบอยู่ที่นี่ หากมีแค่หนังสือย่างเดียว จะมีแค่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนเจนเบบี้บูมเมอร์ X Y เท่านั้น เจนอื่นอาจไม่เข้าห้องสมุดเลย
ปัจจุบัน ในด้านการเรียนการสอน เรานำเทคโนโลยีมาใช้ ครูกับนักเรียนมีไลน์กลุ่ม มีเพจ มีการส่งสื่ออนไลน์ ไฟล์พีดีเอฟ คลิปวิดีโอ และอื่นๆ ให้เรียนรู้ได้ตามเวลาที่สะดวก ได้ทุกที่ ทุกเวลา เราจัดการเรียนรู้แบบไร้ข้อจำกัด และเปิดให้เรียนตามความสนใจของตัวเองได้
: ภาคเอกชนที่มีทรัพยากรจะมีส่วนร่วมสนับสนุนได้อย่างไร?
เราเปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นสำนักพิมพ์ หรือบริษัทต่างๆ เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ทุกช่วงวัยร่วมกัน อย่างโครงการ Read for the Future ซึ่งในนามของ สกร.ระดับเขตคลองเตย ห้องสมุดของเราต้องขอขอบพระคุณ เครือมติชน และมูลนิธิเสริมกล้าเป็นอย่างสูงที่ได้ให้ความอนุเคราะห์นำหนังสือดีๆ มามอบให้ประชาชนในเขตคลองเตยได้อ่าน ได้ความรู้ ประสบการณ์กันอย่างมากมาย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการติดอาวุธทางปัญญาให้กับเยาวชน ให้ผู้เรียน ให้ประชาชนของเรามีโลกทัศน์ ความคิดความอ่านที่กว้างไกลขึ้น
สิ่งเหล่านี้เขาจะนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันอย่างสมดุลและปกติสุข รวมถึงการประกอบอาชีพได้อย่างดี
: ผลตอบรับหลังได้รับหนังสือจากโครงการ Read for the Future เป็นอย่างไรบ้าง?
ต้องยอมรับว่าเราตื่นเต้น มีของใหม่ๆ เข้ามาในห้องสมุดของเรา อย่างแรก ผมบอกให้น้องๆ เจ้าหน้าที่ห้องสมุดเอามาโชว์ด้านหน้า ในพื้นที่ที่ปะทะสายตามากที่สุด คนเดินเข้ามาปุ๊บ เห็นเลย คนก็เดินมาดู ถามว่า อัตราการใช้เป็นอย่างไร ไม่ว่าเด็ก หรือผู้ใหญ่ มาปุ๊บ หยิบก่อน พลิกหน้า พลิกหลัง ดูปก แล้วดูเนื้อใน
ความสนใจก็เป็นไปตามวัยของผู้ที่เข้ามา อัตราเฉลี่ยคนเข้าห้องสมุดของเรา หลักร้อยต่อวัน ถ้าเป็นต่างจังหวัด อัตรานี้อาจถือว่าน้อย แต่กรณีเป็นชุมชนเมือง ถือว่าพอใช้ได้ เพราะพฤติกรรม รสนิยมการอ่านหนังสือจะไม่เหมือนกัน
สำหรับเล่มที่ได้รับความสนใจมาก คือ Restorative Cities ให้นครเยียวยาใจ ของ Jenny Roe, Layla McCay แปลโดย ธาม โสธรประภากร, จักรวาลไทบ้าน โดย ทีมงานไทบ้าน, รุกสยามในพระนามของพระเจ้า (Pour la plus grande gloire de Dieu) ของ Morgan Sportes แปลโดย กรรณิกา จรรย์แสง ซึ่งเป็นนวนิยายประวัติศาสตร์ และ Happy City ของ Charles Montgomery แปลโดย พินดา พิสิฐบุตร
เมื่อดูจากรายการหนังสือข้างต้น เราจะเห็นความต่างของกลุ่มเป้าหมายพอสมควร หนังสือของสำนักพิมพ์มติชน ส่วนใหญ่เด็ก เยาวชน คนหนุ่มสาว ให้ความสนใจมาก แต่ละเล่มเป็นหนังสือดี ที่การันตีได้อย่างหนึ่งว่าหนังสือทุกเล่ม นักศึกษาของ สกร.เราได้อ่าน ณ ตอนนี้ หนังสือที่ได้รับมาจากโครงการ Read for the Future เราพูดได้เต็มปากว่ามีอัตราการใช้ดี คุ้มค่ากับที่ได้นำมามอบให้ทางเรา ต่อไปนี้จะเป็นกำไร เพราะสถิติคนอ่าน ทุกเล่มมีการใช้หมด จึงอยากนำเรียนว่า การมอบหนังสือให้ห้องสมุดของเรา ถือว่าเป็นการส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับชุมชนอย่างคุ้มค่าจริงๆ
: ประเภทของหนังสือ หรือสื่อการเรียนรู้ที่ สกร.ยังขาดแคลน หรือมีความต้องการเพิ่มเติม?
พูดไปเหมือนโกหก อยากได้ทุกประเภทเลย (หัวเราะ) ตอบแบบกำปั้นทุบดินมาก เพราะกลุ่มเป้าหมายของเรามีหลายช่วงวัย มีทั้งเด็ก เยาวชน หนุ่มสาววัยทำงาน และผู้สูงอายุ
ดังนั้น สื่อทุกประเภท ถ้านำเข้ามา รับรองว่ามีผู้เข้ามาใช้บริการแน่นอน ส่วนจะมากจะน้อยคงเป็นไปตามปริมาณของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละพื้นที่
เช่น คลองเตย ปัจจุบันผู้สูงวัยค่อนข้างมาก หนังสือที่รองรับความต้องการของกลุ่มนี้อาจจะได้รับความนิยม หรือมีการใช้ซ้ำมากๆ คือแนวบันเทิงเริงใจ ท่องเที่ยว พักผ่อน สูตรอาหารที่มีขั้นตอนการทำ หรือเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย โยคะ สันทนาการ นันทนาการ การยกระดับคุณภาพทางกาย ทางใจ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่ทิ้งกลุ่มเป้าหมายอื่น โดยเฉพาะเด็กในวัยเรียน อย่างที่บอกว่าเรามีสถานศึกษาใกล้ๆ ทั้งโรงเรียนปทุมคงคา โรงเรียนดาราคาม รวมถึง สกร.คลองเตยเรา ในภาคเรียนนี้มีผู้เรียนเป็นพันคน เรามีศูนย์การเรียน 15 แห่ง ผมมอบให้ครูแต่ละแห่งนำผู้เรียนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบเข้ามาใช้บริการห้องสมุดทุกสัปดาห์ ในทุกวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้น ถ้ามาวันอาทิตย์จะเห็นนักศึกษานั่งเต็มพื้นที่ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่ใช้บริการในนี้ นักศึกษาก็จะเดินไปหยิบหนังสือที่ตัวเองสนใจ
โดยจะมีใบงานว่าวันนี้อ่านหนังสืออะไร ใจความสำคัญคืออะไร ได้ประโยชน์อะไรจากหนังสือเล่มนี้
: ในวันที่สังคมไทยก้าวสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ จะส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างไร ให้มีคุณภาพชีวิตกายใจที่ดี?
สื่อสำหรับผู้สูงวัย เราต้องปรับไปตามบริบท อย่างแรกต้องตรงตามความต้องการของเขา เขาอยากเรียนรู้เรื่องอะไร เราจัดให้ นอกจากนี้ต้องเน้นการมีส่วนร่วม เราพยายามหาสื่อและแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เขาสามารถเข้าถึงได้ รวมถึงคอนเทนต์ที่เหมาะสมและมีประโยชน์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต
อย่างวันนี้ จะเห็นผู้สูงวัยมาทำกิจกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มธรรมชาติ ไม่ใช่กลุ่มจัดตั้ง หรือไปเชิญมาว่าเพราะมีสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์
: เรื่องราวประทับใจที่เกิดขึ้นภายใต้การเรียนรู้ตลอดชีวิต?
อาจเป็นโมเมนต์ที่ผู้สูงวัยหยิบหนังสือมาอ่านแต่ยังไม่เข้าใจ เพราะใช้ภาษาสมัยใหม่และมีภาษาอังกฤษปน แล้วนักศึกษา สกร.ของเราช่วยอธิบายให้ฟังว่า คุณป้าครับ อันนี้หมายความว่าอย่างนี้ มันเป็นการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้สูงวัยที่พยายามก้าวให้ทันโลกกับคนรุ่นใหม่
เลยกลายเป็นภาพที่คน 2 ช่วงวัยอ่านหนังสือร่วมกัน โดยมีหนังสือเล่มเดียวเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน
ซึ่งผมมองว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากหนังสือเท่านั้น แต่มันได้ในมิติของสังคมด้วย นี่เป็นสิ่งที่ควรเกิด หรือเราควรผลักดันให้เกิดในหลายๆ พื้นที่
ที่ผ่านมา สังคมมีช่องว่างระหว่างวัย มีการแตกแยกทางความคิด มีไลฟ์สไตล์ที่ต่างสุดขั้ว ต่างคนต่างอยู่คนละมุม
แต่ที่นี่เราหลอมรวมให้อยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธเนตร หลงศรี ผู้อำนวยการ สกร.คลองเตย พูดได้เต็มปาก Read for the Future คุ้มค่า ‘คนอ่านทุกเล่ม’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly