โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดประวัติ สีดอหูพับ ช้างป่าภูหลวง อดีตตัวป่วนขวัญใจโซเชียล

สยามนิวส์

เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 00.17 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
จากกรณีข่าวสะเทือนใจ ช้างป่า สีดอหูพับ เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง

จากกรณีข่าวสะเทือนใจ ช้างป่า สีดอหูพับ เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายจาก จ.ขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จ.เลย เพื่อดูแลปรับพฤติกรรมไม่ให้มีนิสัยดุร้าย และไม่จำเส้นทางกลับมาหากินในพื้นที่ จ.ขอนแก่น หลังจากได้เกิดเหตุทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิตเมื่อปี 2568

โดยทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการสูญเสียช้างป่า รวมถึงต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกขั้นตอน เพื่อสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของช้างป่า สีดอหูพับ ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับ สีดอหูพับ เป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี เดิมอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย แต่ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาหากินในพื้นที่การเกษตร บริเวณ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น รวมถึงอุทยานแห่งชาติภูเวียง และมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง โดยการเข้าไปอาศัยและหากินในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน

โดยภาพจำที่คนในโลกโซเชียลหลายคนได้พบเห็น และคุ้นตาเป็นอย่างดีคือในช่วงที่ สีดอหูพับ ในวัยเด็ก และเพื่อนอีก 1 ตัว คือพลายงาจิ๋ว ได้วิ่งซนเข้าไปเล่นในพื้นที่ป่าอ้อยของชาวบ้าน เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาตามหาเพื่อผลักดันกลับพื้นที่เดิม เจ้าช้างทั้ง 2 ตัว ก็ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าอ้อย จนกลายเป็นไวรัลที่หลายคนรู้จักและเอ็นดู

ซึ่งเมื่อปี 2566 ทางกรมอุทยานฯ ก็ได้เผยภาพความน่ารัก 2 หนุ่ม พี่สีดอ กับ น้องงาจิ๋ว ขณะที่เริ่มขยับกลับมาในพื้นที่จ.เลย แล้วหลังจากเดินข้ามกลับไปมา ระหว่าง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น และ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...