โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"รวิศ สอดส่อง" ชู Digital Government Framework ยกเครื่องประเทศไทยด้วย AI สร้างรัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ

สยามรัฐ

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 23.00 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 15.35 น.

">

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.69 นาย รวิศ สอดส่อง ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก "รวิศ สอดส่อง - Ravit Sodsong" ระบุว่า Digital Government Framework : ยกเครื่องประเทศไทยด้วยรัฐบาลดิจิทัล เพื่อไทยทำได้

ทุกท่านเคยตั้งคำถามหรือไม่ครับว่าในยุคปัจจุบันที่เราสามารถทำธุรกรรมการเงิน สั่งอาหาร หรือจองที่พักทั่วโลกได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ทำไมการติดต่อราชการไทยยังคงเป็นเรื่อง "น่าปวดหัว" ที่ต้องใช้ทั้งเวลา เอกสารเป็นปึก และการรอคอยที่ไม่มีที่สิ้นสุด?

การปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับสภาวการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Sharing) และการขาดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการให้บริการ ซึ่งเป็นช่องว่างที่นำไปสู่การเรียกรับผลประโยชน์ และการทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบต่างๆ

"ระบบราชการที่ล่าช้า คือ ต้นทุนที่ประชาชนต้องจ่าย"

ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) และผลการประเมินจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ระบุว่าความเสียหายจากการทุจริต มีมูลค่าสูงถึง 3-5 แสนล้านบาทต่อปี! ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามา "ยกเครื่อง" ประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเป็น “รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ” สร้างระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานต่างๆ และพัฒนาการให้บริการด้วยนโยบาย AI Government รัฐบาลดิจิทัลอัจฉริยะ โปร่งใส ฉับไว เพื่อคนไทยทุกคน

พลิกโฉมรัฐด้วย One-Stop Digital Government Service : พัฒนาบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับประชาชนและธุรกิจในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ และพัฒนาระบบการอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 วัน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดเวลาแล้ว ยังสามารถลดโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์หรือการคอร์รัปชันอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

สร้างความโปร่งใสด้วย Digital Governance Dashboard : แสดงผลข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และสถานะโครงการ พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าดูได้ เพื่อให้การทำงานของรัฐมี "ความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้"

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของรัฐมีความเข้มแข็งและเชื่อมโยงถึงกัน ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถนำไปใช้เป็น 'เครื่องยนต์หลัก' ในการขับเคลื่อนภาคส่วนอื่น ๆ ผ่านกรอบการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government Framework) และยังสามารถเชื่อมโยงกับนโยบายอื่นๆ ได้ อาทิ

"นโยบายยกระดับเกษตรกรด้วย AI" โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง Modernized Data Platform เพื่อรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาประมวลผลผ่าน AI 3 ระบบหลัก ทั้งด้านการวางแผนเพาะปลูก การพยากรณ์อากาศและผลผลิต รวมถึงการเฝ้าระวังราคาตลาด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้เกษตรกร รู้ล่วงหน้าถึงราคาสินค้า ผลิตได้ตรงจุด ราคาไม่ตก

นอกจากนี้ ยังสามารถนำ AI Knowledge Chat มาเป็นที่ปรึกษาอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การทำเกษตรแบบครบวงจร พื้นที่ตรงไหนควรปลูกพืชชนิดอะไร ใส่ปุ๋ยอะไร ให้ได้ผลผลิตมากที่สุด

พร้อมยกระดับประสิทธิภาพด้วยโครงการ “โดรน”ใจ ที่รัฐช่วยสนับสนุนค่าอุปกรณ์ถึง 60% เพื่อสร้างอาชีพใหม่ในชุมชน และการผลักดัน “1 ชุมชน 1 Smart Farm” โดยสนับสนุนเครื่องมือราคาถูกและรับซื้อผลผลิตโดยตรง เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ และปรับตัวสู่เกษตรอัจฉริยะอย่างยั่งยืน

"นโยบาย e-commerce สัญชาติไทย" โดยมาตรการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมุ่งเน้นการลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสให้ SME ไทยผ่านกลไก "ไทยขายฟรี" โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์ม นาน 2 ปี เกษตรกรได้รายได้ไปเต็มๆ คุ้มค่าเหนื่อยที่ลงทุนลงแรงสร้างผลผลิต พร้อมสนับสนุนเครดิตโฆษณาเพื่อเพิ่มการมองเห็น ควบคู่ไปกับการลดภาระด้านการขนส่งโลจิสติกส์ผ่านโครงข่าย "ส่งเท่าทุน" โดยไปรษณีย์ไทย

นอกจากนี้ ยังมีการสร้าง Creative Economy Hub เพื่อสนับสนุนการ Live Commerce และ Soft Power ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่ทันสมัย โดยข้อมูลการค้าทั้งหมดจะถูกจัดเก็บเป็น National Data Asset ซึ่งเป็น Big Data ของคนไทยเพื่อใช้ในการวางแผนการผลิตสินค้าได้อย่างแม่นยำ ตรงตามความต้องการตลาด และแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดได้อย่างยั่งยืน

เพราะการยกเครื่องรัฐบาล คือ การยกระดับชีวิตคนไทยทั้งประเทศ

ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ครับ

#พรรคเพื่อไทย #AIGovernment #รวิศสอดส่อง #ยกเครื่องประเทศไทย #เพื่อไทยทำได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...