โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

THAI ร่วงแรงแตะ 5.25 บาท -1.75 บาท (-25%)

ทันหุ้น

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 03.30 น.

#ทันหุ้น #2026 #SET #THAI ร่วงแรงแตะ 5.25 บาท -1.75 บาท (-25%)

CGSI : บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จับตาการปลดล็อกหุ้นชุดแรก โดยหุ้นชุดแรกจะครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายในวันที่ 4 ก.พ. 2569 ซึ่งคาดว่าอาจมีแรงขายทำกำไรในระยะสั้น เนื่องจากราคาหุ้นแปลงสภาพและราคาหุ้นเพิ่มทุนต่ำกว่าราคาตลาด อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้น เนื่องจากบริษัทยังคงมีอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และมีกำไรจากการดำเนินงานที่ดี จึงปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ”

บริษัทระบุในหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า หุ้นจำนวน 2.64 หมื่นล้านหุ้น อยู่ภายใต้ข้อกำหนดห้ามขายเป็นเวลา 1 ปี นับจากวันที่กลับเข้าซื้อขายในตลาดเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2568 โดยผู้ถือหุ้นจะสามารถขายหุ้นได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นที่ถูกห้ามขาย หรือ 6.6 พันล้านหุ้น ในวันที่ 4 ก.พ. 2569 และหุ้นที่เหลืออีก 1.98 หมื่นล้านหุ้น จะสามารถขายได้ในเดือน ส.ค. 2569 ทั้งนี้ หุ้นที่ถูกห้ามขายจำนวน 1.557 หมื่นล้านหุ้น ถือโดยผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร (Strategic Investor) และอีก 1.084 หมื่นล้านหุ้น ถือโดยนักลงทุนที่ได้รับการจัดสรรหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน หลังการปรับโครงสร้างทุนในปี 2567 บริษัทมีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2.183 พันล้านหุ้น เป็น 2.83 หมื่นล้านหุ้น

ประกอบด้วยหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุนประมาณ 2.1 พันล้านหุ้น ที่ราคา 2.5452 บาทต่อหุ้น และหุ้นประมาณ 5.3 พันล้านหุ้น จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) ที่ราคา 4.48 บาทต่อหุ้น ซึ่งทั้งสองส่วนเป็นการขายหุ้นในราคาต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน จึงคาดว่าอาจมีแรงขายทำกำไรในระยะสั้นหลังครบกำหนดห้ามขายหุ้น นอกจากนี้ จำนวนหุ้น Free Float ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมมีหุ้นซื้อขายในตลาดเพียง 1.9 พันล้านหุ้นก่อนสิ้นสุด Lock-up อาจส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า

ด้านแนวโน้มรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยในปี 2569 มีแนวโน้มลดลงน้อยกว่าที่คาด ตามข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่า Passenger Yield ทั่วโลกในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน จากที่ปรับลดลง 0.6% ในปี 2568 เนื่องจากราคาน้ำมันอากาศยานที่สูงกว่าคาด ข้อจำกัดด้านอุปทานเครื่องบิน และความต้องการที่นั่งระดับพรีเมียมที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยให้สายการบินยังมีอำนาจในการกำหนดราคา

ขณะที่บริษัทมีแนวโน้มเผชิญสถานการณ์คล้ายคลึงกัน โดยเชื่อว่าปริมาณที่นั่งของคู่แข่งยังเพิ่มขึ้นจำกัดในช่วงที่อุปทานเครื่องบินทั่วโลกขาดแคลน รวมถึงการยกระดับฝูงบินไปสู่ระดับพรีเมียม จะช่วยสนับสนุน Yield ในปี 2569 จึงคาดว่า Yield ของบริษัทจะลดลงในอัตราที่ชะลอตัวลงอยู่ที่ -1.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน จาก -6% ในปี 2568

มีการปรับเพิ่มคำแนะนำจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายใหม่ที่ 8.2 บาท โดยคาดว่ากำไรปกติต่อหุ้นในปี 2569 จะลดลง 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากอัตรากำไร EBITDA จะกลับสู่ระดับปกติ รวมถึงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าบริษัทจะยังคงมีกำไรจากการดำเนินงานในระดับที่ดีในปี 2569 และราคาหุ้นได้สะท้อนความเสี่ยงด้านลบไปแล้ว โดยมีการประเมินมูลค่าที่ระดับ P/E 8.4 เท่า ในปี 2569 ทั้งนี้ ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 26% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของกำไรต่อหุ้นที่อ่อนตัว รวมถึงแรงกดดันจากการครบกำหนดระยะเวลาห้ามขายหุ้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้น หากมีแรงขายทำกำไรในระยะสั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการบินยังมีแนวโน้มสดใสในปี 2569 และระดับการประเมินมูลค่าปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์น่าสนใจ โดยราคาเป้าหมาย 8.2 บาท อ้างอิง EV/EBITDA ที่ 4.4 เท่า ในปี 2570 ซึ่งยังมีส่วนลดประมาณ 20% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง เพื่อสะท้อนแนวโน้มกำไรต่อหุ้นที่ชะลอตัว รวมถึงแรงกดดันจากการสิ้นสุด Lock-up ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนราคาหุ้นอาจมาจาก Yield ที่แข็งแกร่งกว่าคาด และการได้รับมอบเครื่องบินเร็วกว่าคาด ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ และการแทรกแซงจากภาครัฐ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...