โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โพล FETCO ความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาดหุ้น ปรับขึ้นสู่เกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 09.07 น.

ผลสำรวจ FETCO ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นสู่เกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” จับตาแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้า สถานการณ์การเมืองไทย ปัจจัยฉุดคือความขัดแย้งระหว่างประเทศและความไม่แน่นอนทางการเมือง

วันที่ 4 ก.พ.2569 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนมกราคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2569) พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.37

นักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือสถานการณ์การเมืองในประเทศ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมกราคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3เดือนข้างหน้า (เมษายน 2569) อยู่ในเกณฑ์“ร้อนแรงอย่างมาก” (ช่วงค่าดัชนี 160-200) ที่ระดับ 165.37
  • ความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
  • หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร(BANK)
  • หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP)
  • ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุน
  • ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ผลสำรวจ ณ เดือนมกราคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม26.3% อยู่ที่ระดับ 129.66 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 7.1% อยู่ที่ระดับ 150.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 8.3% อยู่ที่ระดับ 122.2 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทรงตัว อยู่ที่ระดับ 200.00

ครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2569 SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 1,230–1,285 จุด ก่อนจะปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,300 จุดในช่วงครึ่งหลังของเดือนโดยได้แรงหนุนสำคัญจากกระแส “Sell America” ที่นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ จากความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์

รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย โดยในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท SET Index ณสิ้นเดือนมกราคม 2569 ปิดที่ 1,325.62 ปรับขึ้น 5.24% จากเดือนก่อนหน้า และปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ประเด็นเรื่องสงครามการค้าและกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อบจ. ไทยโดยเฉพาะในกลุ่มส่งออกและนำเข้า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายออก–เข้าในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างสหรัฐฯ—ยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลางและความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านซึ่งหนุนราคาพลังงานและเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก

ในส่วนของปัจจัยในประเทศ ยังต้องติดตามประเด็นการเมืองซึ่งเป็นตัวแปรหลัก ทั้งผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่และประชามติรัฐธรรมนูญ ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะโตต่ำเพียง 1.5–1.8% ในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี นอกจากนี้นักลงทุนยังต้องติดตามการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...