โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกินไปไหม! เผยสาเหตุ ครูลงโทษเด็กม.1 ลุกนั่ง 800 ครั้ง จนเดินไม่ได้

มุมข่าว

เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 09.52 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ หลังผู้เป็นพ่อรายหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบายความอัดอั้นใจ กรณีบุตรชายอายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถูกครูลงโทษจากการไม่ส่งงานแก้ติดศูนย์ 5 วิชา ด้วยการสั่งให้ลุกนั่งรวม 8

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ หลังผู้เป็นพ่อรายหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบายความอัดอั้นใจ กรณีบุตรชายอายุ 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถูกครูลงโทษจากการไม่ส่งงานแก้ติดศูนย์ 5 วิชา ด้วยการสั่งให้ลุกนั่งรวม 800 ครั้ง จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์

ผู้เป็นพ่อระบุถึงสภาพร่างกายของลูกชายหลังถูกลงโทษว่า สภาพหลังจากถูกครูทำโทษลุกนั่ง 800 ครั้งเนื่องจากไม่ส่งงาน ไปหาหมอตรวจเจาะเลือด ค่าไตปกติ ค่ากล้ามเนื้อต้องรอผลอีก 3 วัน หมอให้พักผ่อนโดยให้นอนยกขาสูงไว้ งดเดิน 3 วัน แล้วต้องดื่มน้ำวันละ 3 ลิตรนี่คือการรักษาเบื้องต้น แล้วงานที่ค้างส่งไว้ก็จะพยายามทำให้เสร็จนะครับ แม้ว่าจะทุลักทุเลเป็นอย่างมากก็ตามนั้นแหละครับ ลงโทษเด็กลงโทษได้แต่ขอให้มันสร้างสรรค์กว่านี้ได้ไหม มันมีผลกระทบมากหลายอย่างเลย พ่อก็ไม่ได้ขายของ น้องก็ไม่ได้ไปโรงเรียน

แม่ก็เจ็บปวดใจอยู่ไกลก็ทำอะไรไม่ได้ ทำโทษอย่างอื่นมีตั้งเยอะตั้งแยะไม่ทำ ให้ไปล้างห้องน้ำก็ยังดีห้องน้ำได้สะอาด ให้ไปเก็บขยะรอบโรงเรียนโรงเรียนก็จะได้สะอาด ลุกนั่งได้แต่ปวดขาแล้วมันจำหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าไตวายขึ้นมารับผิดชอบไหมครับรับยังไง กล้ามเนื้อสลายเฉียบพลันพิการทำยังไงรับผิดชอบยังไง เอาอนาคตเด็กไปทิ้งกับการไม่ส่งงานแบบนี้มันถูกต้องเหรอ สงสารลูกเหลือเชื่อจริงๆ มันทำได้ยังไงตั้ง 800 นึกภาพตอนเพื่อนๆ ยืนดูน้องโดนทำโทษจะมีใครสงสารน้องบ้างไหม น้องไม่ส่งงานก็แจ้งมาทางผู้ปกครอง ถ้าผู้ปกครองไม่ตอบสนอง ค่อยให้ติด 0 หรืออะไรก็ว่ากันไป ร่วมด้วยช่วยกันครับ ว่าแต่ไปหาโรงพยาบาล พยาบาลคัดกรองบอกว่าอาทิตย์ก่อนมีน้องผู้หญิงโรงเรียนเดียวกันก็ได้มาแบบนี้แหละ เรายังสงสัยว่าครูคนเดียวกันมั้ย

ต่อมา มีการลงพื้นที่สอบถามเจ้าของโพสต์ ซึ่งเป็นพ่อของเด็กชายวัย 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พาลูกชายเข้ารับการตรวจรักษาทั้งที่คลินิกและโรงพยาบาล พร้อมมีใบรับรองแพทย์แล้ว ส่วนผลตรวจกล้ามเนื้อต้องรอผลในวันศุกร์ว่าจะเข้าข่ายกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือไม่ โดยในเบื้องต้นได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พ่อของนักเรียนชั้น ม.1 ระบุเพิ่มเติมว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางโรงเรียนแต่อย่างใด ทั้งที่ตนได้เดินทางไปโรงเรียนและยื่นเรื่องไว้กับรองผู้อำนวยการแล้ว รวมถึงได้พบครูผู้สั่งลงโทษลูกชาย ซึ่งครูได้สอบถามตนในลักษณะที่มองว่าไม่มีความสำนึกในความรับผิดชอบ ทำให้ตนรู้สึกกังวลว่า หากโรงเรียนยังนิ่งเฉยและปล่อยให้ครูคนดังกล่าวซึ่งเป็นครูที่ปรึกษายังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป บุตรชายจะสามารถเรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ได้หรือไม่ และจะถูกลงโทษในลักษณะเดียวกันอีกหรือไม่ จนถึงขั้นอาจต้องย้ายโรงเรียน พร้อมวอนผู้มีอำนาจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลนักเรียนอย่างจริงจัง

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีหญิง สรวีย์ เหมือนเพ็ชร์ นายอำเภอหนองม่วง ได้สั่งการเร่งด่วนให้ปลัดอำเภอและผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่เข้าเยี่ยมดูอาการของเด็กในเบื้องต้น และเตรียมลงพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อเยียวยาครอบครัว พร้อมทั้งเรียกทางโรงเรียนเข้ามาพูดคุย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก

ขณะเดียวกัน ชาวบ้านรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ครูคนดังกล่าวมีพฤติกรรมลงโทษนักเรียนด้วยวิธีนี้มานาน เด็กหลายคนเคยถูกสั่งลงโทษในลักษณะเดียวกัน รวมถึงบุตรของตนเองเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งในขณะนั้นไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าเป็นความผิดของเด็กตามวัย แต่เมื่อมีหลายกรณีเกิดขึ้น จึงอยากให้ทางโรงเรียนเรียกครูคนดังกล่าวมาตักเตือนหรือดำเนินการทางวินัย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ด้านเด็กชายชั้น ม.1 ผู้ได้รับการลงโทษ เปิดเผยว่า ตนเองเรียนไม่เก่งและติดศูนย์ 5 วิชายังไม่ได้แก้ ครูจึงสั่งให้ลุกนั่งช่วงเช้า 400 ครั้ง และในช่วงบ่ายเมื่อยังไม่ได้ส่งงาน ครูคนเดิมได้สั่งให้ลุกนั่งเพิ่มอีก 400 ครั้ง รวมเป็น 800 ครั้งในวันเดียว หลังจากนั้นรู้สึกปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงจนเดินไม่ไหว แพทย์สั่งให้นอนยกขาสูง งดเดินเป็นเวลา 3 วัน และให้ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร โดยตนยอมรับว่าตนเองไม่ได้ส่งงานจริง แต่เห็นว่าการลงโทษให้ลุกนั่งถึง 800 ครั้งภายในวันเดียวเป็นภาระที่หนักเกินไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...