โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จับมือพันธมิตรธุรกิจ เสริมพลัง CRM & CEM ยกระดับการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด “LALIN Living Ecosystem”

Wealthy Thai

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 09.07 น.

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ต่อยอดกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบภายใต้วิสัยทัศน์ “บ้านที่คิดมาจากชีวิตจริง” ด้วยการผสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์อยู่อาศัยแบบครบวงจร ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของลูกบ้าน ผ่านการบูรณาการระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) เข้ากับระบบบริหารประสบการณ์ลูกค้า (CEM) อย่างเป็นเอกภาพ ภายใต้แนวคิด “LALIN Living Ecosystem” ระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี’ เปิดเผยว่า “การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง ‘สังคมคุณภาพแห่งการอยู่อาศัย’ ที่ยั่งยืนให้แก่ลูกบ้าน เราให้ความสำคัญในการคัดสรรพันธมิตรบนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญ มาตรฐาน และความสอดคล้องด้านวิสัยทัศน์ที่มีร่วมกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้าอยู่จนถึงทุกช่วงของการใช้ชีวิตในภายในโครงการโดยบริษัทฯให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบ CRM (Customer Relationship Management) และ CEM (Customer Experience Management) เพราะเชื่อมั่นว่า 2 กลยุทธ์นี้คือ ‘หัวใจ’ ของการเข้าใจลูกค้าเชิงลึกและสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยมองว่า CRM เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และบริหารข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ขณะที่ CEM คือกระบวนการสร้างประสบการณ์ที่ดีและต่อเนื่องในทุกจุดสัมผัสของแบรนด์ ทั้งสองกลยุทธ์จึงเป็นฐานข้อมูลและกลไกสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น การเชื่อมโยงกลยุทธ์ CRM และ CEM เข้ากับเครือข่ายพันธมิตร จึงเป็นการสร้างระบบนิเวศธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบใหม่ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ การขายที่อยู่อาศัย แต่ขยายไปถึงการสร้างความสัมพันธ์และคุณค่าในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ดำเนินการมาตลอด เพื่อส่งมอบการดูแล ความเข้าใจความต้องการ และเติบโตไปพร้อมกันกับลูกค้าในทุกช่วงเวลา
โดยกลยุทธ์ความร่วมมือในครั้งนี้ของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยแบบครบวงจร (Integrated Living Ecosystem) ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรหลักจากหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้แก่ลูกบ้านอย่างครบครัน อาทิ กลุ่มSmart Living & Technology Partners ที่ร่วมส่งมอบเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมและบริการดิจิทัลภายในบ้าน เช่น แอปพลิเคชัน MonoMax ที่เติมเต็มความบันเทิงและช่วงเวลาผ่อนคลายของครอบครัว ขณะเดียวกันยังมีกลุ่ม Lifestyle & Health Partners ที่มอบสิทธิพิเศษด้านสุขภาพจากโรงพยาบาลชั้นนำ อาทิ โรงพยาบาลเปาโล และ โรงพยาบาลพญาไท เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม Home Care & Maintenance Partners ที่ให้บริการวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านจากแบรนด์ ชั้นนำ ได้แก่ HomePro, MegaHome, Index Living Mall และ NocNoc รวมถึงกลุ่ม Automotive & Mobility Partners อย่าง B-Quik ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการดูแลและซ่อมบำรุงรถยนต์ และกลุ่ม Shopping & Travel Partners ประกอบด้วย Tops Online, King Power, Pet and Me, Sprinkle และ Gother ที่มอบสิทธิพิเศษในโลกแห่งการช้อปปิ้งและการท่องเที่ยวให้แก่ลูกบ้านของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ภายใต้แนวคิด “From Home Ownership to Living Experience” ที่มุ่งขยายคุณค่าจากการเป็นเพียงเจ้าของบ้าน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคุณภาพที่ได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งก่อนซื้อ ระหว่างอยู่อาศัย และหลังการขาย
ทั้งนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนแนวคิด LALIN Living Ecosystem บริษัทฯ ตั้งเป้าในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งและยืดหยุ่น เพื่อรองรับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตมากยิ่งขึ้น โดยจะเดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์ม CRM-CEM ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าแบบ 360องศา เพื่อเชื่อมต่อบริการและสิทธิประโยชน์ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ต้องไม่หยุดอยู่ที่การส่งมอบบ้าน แต่ต้องส่งมอบ ‘คุณค่าของการใช้ชีวิต’ เราจึงตั้งใจสร้างระบบนิเวศที่ทำให้ลูกบ้านรู้สึกถึงความใส่ใจในทุกวัน การพัฒนากลยุทธ์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับองค์กรสู่ยุค Data-Driven Real Estate อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการต่อยอดระบบข้อมูล CRM ให้เชื่อมโยงกับพันธมิตรทุกกลุ่ม เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงพฤติกรรม (Behavioral Analytics) ที่มีความแม่นยำและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อพัฒนาบริการและสิทธิประโยชน์แบบ Personalization ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างตรงตามต้องการ นับเป็นการพลิกบทบาทจาก “การขายบ้าน” สู่ “การสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัย” ที่มีคุณค่ายิ่งขึ้น” นายชูรัชฏ์ กล่าวสรุป
สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ www.lalinproperty.com หรือ โทร.1778 ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...