โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โยกฟ้าฝ่า! ‘บิ๊กกระทรวงคลัง’ ใครคือดาวรุ่ง ชิงเก้าอี้ปลัดคลังคนต่อไป

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 14 ต.ค. 2568 เวลา 03.41 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 09.54 น.

โยกฟ้าฝ่า! “บิ๊กกระทรวงคลัง” จากคลองเตยถึงอารีย์ ‘พันธ์ทอง’ ม้ามืดมาแรงแซงโค้งนั่งอธิบดีกรมศุลฯ เบียด ‘กุลยา’ ว่าที่ปลัดคลัง เด้งกลับกรมสรรพากร- กระทบชิ่ง ‘ปิ่นสาย’ เข้ากรุรองปลัดฯ

ช็อคกันไปทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เมื่อที่ประชุม ครม.วันที่ 7 ตุลาคม 2568 มีมติเห็นชอบโยกย้ายสับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงทั้งสองกระทรวง ทั้งๆที่การโยกย้ายในช่วงเดือนกันยายนซึ่งเป็นฤดูการโยกย้ายตามรอบของผู้ที่เกษียณไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงของรัฐบาลรักษาการของพรรคเพื่อไทย ผู้บริหารที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ไปนั่งเก้าอี้ได้เพียงสัปดาห์เดียว ก็ต้องเด้งกระดอนกันอีกรอบ นับเป็นกรณีประวัติศาสตร์ก็ว่าได้สะท้อนวัฒนธรรมการแทรกแซงทางการเมือง พรรคพวกนิยมที่แพร่หลายในยุคเสื่อมทางจริยธรรมอย่างรุนแรง และนับวันจะเสื่อมถอยมากขึ้นๆ จนยากจะเยียวยาได้อีกแล้ว

สำหรับในส่วนของของกระทรวงการคลัง เมื่อดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่ลาออกราชการมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายพชร อนันตศิลป์ จากผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ไปเป็นปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้มีว่าง 2 ตำแหน่ง แต่กลับโยกย้ายทั้งบางในกระทรวงการคลัง

โดยที่ไม่มีใครคาดคิดจะมีการโยกย้ายครั้งใหญ่เกิดขึ้นในกระทรวงการคลัง ขนาดนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และอธิบดีอีกหลายคน ไม่ทราบเรื่อง มารู้อีกทีก่อนนำเรื่องเข้า ครม. เจ้าหน้าที่นำโผโยกย้ายมายื่นให้ปลัดกระทรวงการคลังเซ็น เมื่อเห็นโผโยกย้ายแล้วถึงกับอึ้ง

การที่ปลัดคลังอึ้ง เพราะก่อนหน้านี้ แต่ละตำแหน่งที่โยกย้ายถูกกำหนดเส้นทางเอาไว้แล้วว่า ใครที่จะอยู่ในวงโคจรการรั้งเก้าอี้ปลัดกระทรวงการคลังคนต่อไป ซึ่งการโยกย้ายครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบให้นางสาวกุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร , นายพรชัย ฐีระเวช จากผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต , นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง , นายอรรถพล อรรถวรเดช ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ขึ้นมาดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงการคลัง ,นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี (นักวิชาการศุลกากรทรงคุณวุฒิ) กรมศุลกากร มาดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ และนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ที่ปรึกษาด้านหนี้สาธารณะ (เศรษฐกรทรงคุณวุฒิ) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ มาดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

การโยกย้ายครั้งนั้น ทำให้นางสาวกุลยา ตันติเตมิท มีอาวุโสในทางราชการสูงสุด เนื่องจากเวียนไปนั่งเป็นอธิบดีกรมใหญ่ๆ ถึง 4 กรม ได้แก่ อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมศุลกากร ขึ้นมาเทียบชั้น ดร.เอกนิติ ที่ถูกลดบทบาท จากอธิบดีกรมสรรพากรย้ายไปเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ตำแหน่งสุดท้ายก่อน ดร.เอกนิติ ตัดสินใจชั่วข้ามคืนเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯควบ รมว.คลัง ทั้งที่ยังเหลืออายุราชการอีก 6 ปี จากลูกน้องปลัดคลังกลายมาเป็นเจ้านายทันที

การนำโผโยกย้ายคนกระทรวงคลัง เสนอที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา จนทำให้ปลัดคลังถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นโผโยกย้ายใหม่มีชื่อ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง อดีตลูกหม้อกรมศุลกากร เป็นม้ามืดมาแรง ไปแทนที่นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากรเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา มาทำงานได้แค่ 7 วัน เก้าอี้ยังไม่ทันร้อน ถูกเบียดกลับไปเป็นอธิบดีกรมสรรพากรอีกครั้ง จนกลายเป็น “โดมิโน เอฟเฟกต์” ผลักนายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร ลูกชายนายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย กลับมานั่งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง รวมทั้งโยก นายอัครุตม์ สนธยานนท์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ไปเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ และนางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง อดีตลูกหม้อ สบน. กลับไปเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นตำแหน่งซี 10 บริหาร เทียบเท่าอธิบดีกรม ซึ่ง 2 คนหลังนี้ทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง ส่วนนายคณาวุฒิ สิติธีรพันธุ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ และนายพนิต ธีรภาพวงศ์ ตำแหน่งที่ปรึกษากฎหมาย ถูกโยกมานั่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เตรียมความพร้อมเป็นอธิบดีกรมสำคัญๆของกระทรวงการคลังในโอกาสต่อไป

หากดูประวัติของดาวรุ่งพุ่งแรง นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ คนหนุ่มรุ่นใหม่วัย 47 ปี นอกจากเป็นอดีตลูกหม้อของกรมศุลกากรแล้ว ยังเป็นบุตรชายของนายเรืองศักดิ์ ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีสายปราบปรามในสมัยที่นายสมใจนึก เองตระกูล เป็นอธิบดีกรมศุลกากร

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท Msc. Accounting and Management Science, University of Southampton, United Kingdom หลังจากจบการศึกษาจากต่างประเทศ เข้ารับราชการที่กรมศุลกากร ในปี 2548 – 2550 ดำรงตำแหน่งเลขานุการเอก สำนักงานที่ปรึกษาการศุลกากร ณ กรุงบรัสเซลล์ หลังจากนั้นนายพันธ์ทองก็ถูกดึงตัวมานั่งเป็นทีมงานหน้าห้องอธิบดีกรมศุลกากรอีกหลายคน อาทิ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ , ดร.สมชัย สัจจพงษ์ และนายประสงค์ พูนธเนศ

มาจนถึงปี 2554 เส้นทางที่ไม่ธรรมดาของนายพันธ์ทอง ได้รับการโปรโมทให้ไปเป็นผู้อำนวยการส่วนประมวลข่าว สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร จนถึงปี 2557 ในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ประชุม ครม.วันที่ 9 ธันวาคม 2557 มีมติเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการการเมือง โดยให้นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปฏิบัติราชการประจำรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ) ขณะนั้น

ต่อมาที่ประชุม ครม.วันที่ 22 กันยายน 2558 ได้มีมติเห็นชอบการแต่งตั้ง นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ เป็นข้าราชการการเมือง ในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ)

จากนั้นในปี 2559 นายพันธ์ทอง กลับมาดำรงตำแหน่งนายด่านศุลกากรแม่กลอง ปี 2560 ย้ายกลับมาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปี 2562 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองบริหารจัดการ และพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการนำเข้าส่งออก และโลจิสติกส์ กรมศุลกากร ปี 2562 – 2563 เป็นผู้บริหารเทคโนโลยีระดับสูง กรมศุลกากร (CIO)

ต่อมา ในปี 2562 – 2565 นายพันธ์ทอง ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมศุลกากร และในปี 2565 – วันที่ 30 กันยายน 2568 ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี (ซี 10) กรมศุลกากร จากนั้นวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ย้ายมานั่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลังได้แค่ 7 วัน ทันทีที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาบริหารประเทศ มีคำสั่งแต่งตั้งนายพันธ์ทอง ไปเป็นอธิบดีกรมศุลกากร

ระหว่างที่นายพันธ์ทอง ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกรมศุลกากร กระทรวงการคลังได้ส่งนายพันธ์ทองไปนั่งเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง โดยในปี 2563-2564 เป็นกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จากนั้นกุมภาพันธ์ 2564 นายพันธ์ทอง กระทรวงการคลังส่งไปนั่งเป็นบอร์ดบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “AOT” แทนนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นช่วงที่ AOT ทยอยออกมาตรการมาเยียวยาผู้ประกอบการในท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT ที่ได้รับผลกระทบจากการไวรัส โควิด – 19 ระบาด นายพันธ์ทองนั่งเป็นบอร์ด AOT อยู่จนครบวาระในเดือนมกราคม 2568 ก่อนที่จะย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง

ที่น่าจับตา หลังยุบสภา หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล คาดว่านายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ จะเป็นดาวรุ่งของกระทรวงการคลังคนใหม่ ที่มีโอกาสขึ้นไปท้าชิงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังคนต่อไปแข่งกับนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ซึ่งตอนนี้ต้องถือว่ามีอาวุโสในทางราชการสูงที่สุด เพราะเวียนนั่งเป็นอธิบดีกรมใหญ่มาครบแล้วถึง 4 กรม….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...