โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนจิรา กรุ๊ป เดินหน้า Digital Transformation ครึ่งปีกวาดรายได้เฉียดพันล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ส.ค. 2568 เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 14 ส.ค. 2568 เวลา 10.51 น.

นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทพร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบในไตรมาส 3 เป็นต้นไป ทั้งการนำระบบ Line CRM with Rewards Program, Real Time Marketing Automation with AI และ Business Intelligence มาใช้เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจ เพิ่มยอดขาย และสร้างกำไรที่ยั่งยืนในระยะยาว

“เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ บริษัท ได้ปรับกลยุทธ์และแผนการลงทุน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิผล ทั้ง Strategic Investment ปรับลดงบลงทุนประจำปี ปรับลดงบประมาณการลงทุนลง โดยเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนรวดเร็วและเป็นไปตามแผนที่วางไว้

Cost Optimization ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม ควบคุมค่าใช้จ่ายทุกแผนกอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ในกลุ่ม Food & Beverage และการลดการขาดทุนจากกิจการที่ไม่ทำกำไร เช่น การทยอยปิดสาขาของ Cath Kidston และกลุ่ม Café และ Digital Transformation เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจ เพิ่มยอดขาย และสร้างกำไรที่ยั่งยืนในระยะยาว”

สำหรับผลประกอบการในครึ่งปีแรก 2568 (มกราคม – มิถุนายน) บริษัททำรายได้รวมสุทธิ 902.4 ล้านบาท เติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) กำไรสุทธิ 27.8 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ขณะที่ไตรมาสที่ 2 รายได้รวมสุทธิเติบโต 8% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจในต่างประเทศที่เติบโต 143%

ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล

“ครึ่งปีแรกเราต้องเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ เหตุการณ์แผ่นดินไหว และจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงต่อเนื่อง แต่รายได้รวมยังเติบโตได้จากการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในจีน ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญที่ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว โดยรายได้จากต่างประเทศเติบโตโดดเด่น 143% แตะ 51 ล้านบาท

จากการเปิดบริษัทย่อยในจีนและขยายช่องทางจำหน่ายแบรนด์ HARNN กว่า 370 จุดขายใน 10 มณฑล รวมถึงการเปิด HARNN Flagship Retail Store แห่งแรกในหางโจว และขยายยอดขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลัก เช่น T-Mall, Xiao Hong Shu, Douyin และ JD.com”

รายได้แยกตามกลุ่มธุรกิจทั้งในประเทศ และต่างประเทศ (Business Group)

กลุ่ม Lifestyle มีสัดส่วนลดลงจาก 54% เป็น 50% โดยแบรนด์ Pandora มีรายได้ลดลง จากจำนวนสินค้าใหม่ต่อคอลเลกชันลดลง ในขณะที่ไตรมาสที่ 2 แสดงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นหลังจากการปรับโครงสร้างภายใน และแบรนด์ Cath Kidston มีพัฒนาการที่ดีขึ้น จากการที่มีรายได้รวมลดลงเพียงเล็กน้อย แม้มีการปิดบางสาขาที่ไม่ทำกำไรไป

กลุ่ม Fashion มีสัดส่วนจาก 22% เพิ่มเป็น 25% จากแบรนด์ Marimekko และ GANNI ที่เติบโตโดดเด่น รวมถึงการเพิ่มแบรนด์ United Arrows และ MM6

กลุ่ม Beauty & Wellness มีสัดส่วนคงที่ที่ 17% โดยรายได้เพิ่มขึ้น 7% จากยอดขายในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นผลการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่นิยมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และผลักดันให้มีช่องทางการจัดจำหน่ายให้มีมากขึ้นจากตลาดต่างประเทศโดยไม่พึ่งพิงรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประเทศไทยเป็นหลัก

กลุ่ม Food & Beverage มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 6.6% เป็น 7.4% จากการดำเนินการร้านอาหารในกลุ่ม Gordon Ramsay ที่มีสาขาเพิ่มขึ้นอีก 1 สาขา ของ Bread Street Kitchen & Bar at ICONSIAM

“มั่นใจว่าด้วยการนำกลยุทธ์เชิงรุก ทั้งการขยายตลาดและเพิ่มยอดขายจากต่างประเทศ การบริหารต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย การวางแผนการตลาดอย่างมีชั้นเชิง และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven Insights) มาปรับใช้ในกระบวนการทำงาน จะทำให้เราสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นได้ในปีนี้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...