โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดราม่า 'มาสคอตซีเกมส์ 2025': เมื่อมาสคอต ‘เดอะสาน’ ถูกเปลี่ยนรูปแบบ

The MATTER

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2568 เวลา 07.19 น. • Brief

‘เดอะสาน (The Sans)’ มาสคอตซีเกมส์ 2025 (ครั้งที่ 33) ถูกปรับโฉมจากตัวละคร 7 ตัว 7 สี สะท้อนความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทยและอาเซียน เป็นตัวละคร 2 ตัว สี ‘ธงชาติไทย’ เพื่อสะท้อนมีอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างแท้จริง

แล้วการปรับโฉมของเดอะสานครั้งนี้เกิดจากอะไร เดิมมีจุดเริ่มต้นการออกแบบอย่างไรบ้าง The MATTER ได้เรียบเรียงมาให้ทุกคนอ่านในโพสต์นี้

ประเทศไทยได้รับบทเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 (ครั้งที่ 33) โดยจะจัดการแข่งขันที่กรุงเทพฯ, จังหวัดชลบุรี, และจังหวัดสงขลา ช่วงวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 2025 (ครั้งที่ 13) ระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 การรับบทเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงศักยภาพของประเทศหลายมิติ ทั้งด้านการกีฬา การท่องเที่ยว การบริหารจัดการ และการเผยแพร่วัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวภายในประเทศ
ด้วยเหตุผลข้างต้น การออกแบบ ‘สัญลักษณ์การแข่งขัน’ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความพร้อมของประเทศ การเปิดตัวมาสคอตและโลโก้ก็เปรียบเสมือนสัญญาณของการนับถอยหลังสู่การแข่งขันอย่างเป็นทางการ เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2567 มีการประกาศใช้ ‘ปลากัดไทย’ เป็นตราสัญลักษณ์ประจำการแข่งขัน พร้อมมาสคอต ‘มาวิน’ วารีกุญชร ซึ่งมาจากการจัดประกวดโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยแต่งานดังกล่าวก็ถูกวิพากษ์ถึง ‘ความไม่ทันสมัย’ ของผลงาน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านการออกแบบจึงเข้ามาพิจารณาปรับปรุงตราสัญลักษณ์ให้สอดคล้องกับซอฟต์พาวเวอร์ของไทยตามนโยบายของรัฐบาลขณะนั้น (แพทองธาร ชินวัตร) ต่อมา วันที่ 27 มกราคม 2568 ได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ พร้อมการปรับเปลี่ยนโลโก้และมาสคอต ซึ่งเป็นที่มาของ ‘เดอะสาน (The Sans)’ มาจาก ‘การสาน’ หัตถกรรมพื้นบ้านที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน จากการนำเส้นตอกหรือวัสดุต่างๆ มาสอดขัดกันจนเกิดเป็นรูปทรงที่แข็งแรงและสวยงามโดยแนวคิดนี้สื่อถึง ‘การสานสัมพันธไมตรี’ ระหว่างนักกีฬาและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นผ่านการแข่งขันกีฬา ตัวละครเดอะสานถูกออกแบบให้มีสีสันสดใสถึง 7 สี โดยแบ่งเป็นมาสคอตในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 5 สี คือ สีแดง สีเขียว สีชมพู สีเหลือง และสีน้ำเงิน ขณะที่กีฬาอาเซียนพาราเกมส์มีมาสคอต 2 ตัว คือ สีม่วงและสีส้ม ซึ่งทั้ง 7 สี มีชื่อตรงกับ ‘สีของวันทั้ง 7’ ตามความเชื่อของคนไทยแต่โบราณ
นอกจากความหมายที่สื่อถึงความหลากหลายแล้ว สีสันและรูปร่างเหล่านี้ยังอาจสร้างความรู้สึกร่วมสมัยได้มากกว่ามาสคอตแบบเดิมที่เป็นสัตว์ป่าหิมพานต์ ซึ่งจะนำมาสู่การเข้าถึงได้ง่ายคนทุกเพศทุกวัยมากขึ้น อย่างไรก็ดี เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่ ก็ได้มีนโยบายที่ต้องการให้มาสคอตเหล่านี้ เป็นที่จดจำ เข้าใจง่าย เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม และมีอัตลักษณ์สื่อถึงความเป็นไทยอย่างแท้จริง จนมาถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2568 การกีฬาแห่งประเทศไทยจึงดำเนินการปรับโฉมมาสคอตรูปแบบใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก ‘ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า’ รองนายกรัฐมนตรี โดยมาสคอตของมหกรรมกีฬาครั้งนี้จะยังคงใช้ชื่อ ‘เดอะสาน’ เช่นเดิม แต่ปรับรูปแบบให้กระชับและสื่อถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ การใช้แนวคิด ‘5 ตัวรวมเป็น 1 ตัว’ สำหรับซีเกมส์ และ ‘2 ตัวรวมเป็น 1 ตัว’ สำหรับอาเซียนพาราเกมส์ ทำให้ตอนนี้มีมาสคอตเพียง 2 ตัว โดยทั้งคู่ถูกปรับจากสีสันที่หลากหลายเป็น ‘สีธงชาติ’ สานกัน อรรถกร ระบุว่า มาสคอตรุ่นใหม่นี้จะเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนแ ละจดจำได้ง่ายในระดับนานาชาติ โดยจะถูกนำไปใช้เป็นแบบทางการในพิธีมอบเหรียญรางวัลและกิจกรรมหลักของการแข่งขัน

ส่วนมาสคอตแบบเดิมที่เป็น ‘7 ตัว 7 สี’ จะยังคงนำมาผลิตเป็นของที่ระลึกและสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับซีเกมส์ เพื่อเพิ่มสีสันและสร้างความประทับใจแก่เด็กและประชาชนทั่วไป

สุดท้ายนี้ การปรับโฉมมาสคอตดังกล่าวก็ถูกวิพากษ์จากประชาชนหลายภาคส่วน คือ มองว่ามาสคอตดูไม่ทันสมัยหรือไม่เป็นนานาชาติมากกว่าเดิม ทั้งยังถูกมองว่าเป็นการเกาะกระแส ‘ชาตินิยม’ ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้อีกด้วย

อ้างอิงจาก

pptvhd36.com

kdc-x.com

facebook.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...