โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เด็กเล่นมือถือเกิน 3 ชม.ต่อวัน เสี่ยงอ้วน-โรคหัวใจ

เดลินิวส์

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 20 ส.ค. 2568 เวลา 04.10 น. • เดลินิวส์
สมาคมโรคหัวใจสหรัฐเผยข้อมูลสุดช็อก!! พ่อแม่ปล่อยลูกเล่นมือถือเกิน 3 ชม.ต่อวัน เด็กเสี่ยงอ้วน-โรคหัวใจ

หากใครคิดว่าการให้ลูกใช้โทรศัพท์เป็นเวลานานๆ จะส่งผลเสียแค่สายตา… คุณกำลังเข้าใจผิดแล้วครับ! เพราะงานวิจัยล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น!

ถ้าลูกใช้โทรศัพท์เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน… ระวัง “โรคหัวใจ” และ “โรคอ้วน” จะถามหา!

ข้อมูลจาก สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่า การที่เด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องเล่นเกม มากเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น "โรคหัวใจ" และ"โรคเมตาบอลิซึม" อย่างมีนัยสำคัญ!

ผลการวิจัยในเด็กกว่า 1,000 คน พบว่าทุกๆ 1 ชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นบนหน้าจอ จะทำให้คะแนนความเสี่ยงต่อโรคหัวใจสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุ 18 ปี ซึ่งมีค่าเฉลี่ยการใช้เวลาอยู่หน้าจอสูงถึง 6.1 ชั่วโมงต่อวัน

ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ให้เห็นว่า หากเด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวันในระยะยาว จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหล่านี้ได้ 25-50% เลยทีเดียว!

ทำไมหน้าจอถึงทำร้ายหัวใจของลูกได้?

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สาเหตุหลักมาจาก

คุณภาพการนอนหลับที่แย่ลง: แสงสีฟ้าจากหน้าจอทำลายนาฬิกาชีวิต ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ง่วงน้อยลง และทำให้ระยะเวลาการนอนหลับสั้นลง

ระบบเผาผลาญผิดปกติ: ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน และยังกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารที่มากขึ้น นำไปสู่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นได้

ความเสี่ยงต่อภาวะดื้อต่ออินซูลิน: ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคเบาหวานและโรคอื่นๆ

วิธีแก้ไขที่ดีที่สุด คือ การที่พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างในการใช้งานโทรศัพท์อย่างเหมาะสม และกำหนดเวลาการใช้หน้าจอที่ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องรับประทานอาหารและก่อนเข้านอน ควรเว้นระยะห่างจากการใช้หน้าจออย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ และเติบโตอย่างแข็งแรง

การดูแลสุขภาพของลูก เริ่มจากการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพวกเขา
แล้วคุณล่ะ จำกัดเวลาการใช้โทรศัพท์ของลูกกันอย่างไรบ้าง?

ที่มาและภาพ : sohu, freepik

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...