โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ดราม่าสนั่น นศ.สาวขอรับบริจาคค่าเทอม ยอดเงินเกือบแสน แต่พฤติกรรมหลังจากนั้น ทำชาวเน็ตสงสัยหนัก

สยามนิวส์

อัพเดต 06 ก.ย 2568 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2568 เวลา 04.26 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ดราม่าสนั่น นศ.สาวขอรับบริจาคค่าเทอม ยอดเงินเกือบแสน แต่พฤติกรรมหลังจากนั้น ทำชาวเน็ตสงสัยหนัก

กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง อ้างตัวเป็นนักศึกษาออกมาระดมทุนขอรับบริจาคเพื่อนำไปจ่ายค่าเทอม แต่กลับถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใสของข้อมูลที่โพสต์ จนนำไปสู่การตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความขอรับบริจาคเงินจำนวน 27,000 บาท สำหรับเป็นค่าเทอม เนื่องจากทำเรื่องกู้ยืม กยศ. ไม่ผ่าน โดยระบุรายละเอียดถึงความขัดสนในการใช้ชีวิตประจำวัน

โดยระบุข้อความว่า ค่าเทอม 27,000 บาท ทำเรื่องกู้ กยศ. แล้วไม่ได้ค่ะ ค่ารถเดินทาง ไป-กลับ จากบ้านไปมหาวิทยาลัย (นั่งรถสองแถว ออกมา 8 บาท นั่งรถเมล์ 20 บาทรวมค่ารถประมาณวันละ 70 บาท น้ำเปล่า เอาจากที่บ้านไป ไม่ต้องซื้อ อาหารไม่ได้กิน กลับมากินที่บ้านตอนเย็นทีเดียว คุณลุง คุณป้า คุณอา ท่านใดที่มีกำลังพอที่จะช่วยน้องเล้งได้ ขอความเมตตาช่วยน้องเล้งด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีผู้โอนเงินช่วยเหลือเข้ามามากมาย เธอก็ได้โพสต์ชี้แจงประเด็นที่ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติม โพสต์ชี้แจงครั้งที่ 1 ว่าทำไมรูปในเฟสถึงไม่ค่อยมีรูปตัวเอง - เพราะช่วงหลัง ๆ มานี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเพราะเฟสเก่าโดนแฮ็กค่ะ มีคนมาบอกว่าทำไมถึงโพสต์คำสอนหลวงปู่ได้ทั้งวัน เรื่องนี้ไม่จริง วันหยุดจะโพสต์แล้วแต่สะดวกค่ะ ส่วนเงินบริจาคยังไม่ได้บอกยอดเพราะยังไม่ได้ตรวจยอดเงิน…ถ้าท่านนับสลิบเงินคร่าวๆ น่าจะไม่ถึงสองหมื่นบาทค่ะ เรื่องทำไมถึงต้องคอยลบคอมเม้นท์คอยบล็อก เพราะมีคุณอาบางส่วนแนะนำมาว่าไม่ต้องไปคอยเถียงค่ะ ขอโทษที่ไม่ได้มาชี้แจงและคอยลบโพสต์อยู่ตลอดนะคะ หนูทำไปเพราะคำแนะนำ ไม่นึกว่าจะส่งผลเสียขนาดนี้

นอกจากนี้เธอยังโพสต์ภาพใบเสร็จค่าเทอมเพื่อยืนยัน แต่ชาวเน็ตได้ตั้งข้อสังเกตว่า วันที่และยอดเงินในใบเสร็จไม่สอดคล้องกัน ซึ่งยิ่งสร้างความคลางแคลงใจมากขึ้น โดยระบุข้อความว่า ยอดเงินตอนนี้ได้เงินทั้งหมด 81,275 บาท ส่วนของหนูต้องการแค่ค่าเทอม 27,000 บาท คุณอาที่โอนเงินมา และเกิดความไม่สบายใจ ว่าหนูไม่ได้เป็นนักศึกษา…ได้โปรดส่งสลิบการโอนเงินในวันที่ 4 ก.ย. 68 และส่งเลขที่บัญชีมาให้ หนูจะโอนเงินกลับไปให้ค่ะแต่ว่าถ้าโอนเงินคืนให้คุณอาที่ต้องการเงินคืนแล้วยังเหลืออยู่กี่บาท จะแจ้งให้ทราบและจะนำไปจ่ายเป็นค่าเทอมปี2 ต่อไปนี้และส่วนที่ทำให้หนูชื่อเสียหาย หนูก็จะปล่อยไป ไม่เอาเรื่องใดๆ ค่ะ

หลังจากโพสต์ดังกล่าว ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่แนะนำให้เธอพิสูจน์ความจริงด้วยการแสดงตัวตน เช่น อัดคลิป ขอบคุณไหว้สวยๆ แสดงตัวตน ให้ คนสงสัยได้หายสงสัย แค่นี้ก็จบเรื่องแล้วลูกเป็นต้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 ได้อัดคลิปวิดีโอเพื่อชี้แจงทุกประเด็น โดยเปิดเผยว่า บัญชีเฟซบุ๊กและบัญชีธนาคารนั้นมีคุณพ่อเป็นผู้ดูแลทั้งหมด เนื่องจากเธอไม่มีแอปพลิเคชันธนาคารบนโทรศัพท์มือถือ และคุณพ่อได้โอนเงินผ่านบัญชีของคุณแม่เพื่อความสะดวก ส่วนเรื่องการกู้ กยศ. ที่ผิดพลาด เป็นเพราะเธอเองที่ไม่ได้ยื่นเอกสารตามกำหนดการ และยืนยันว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยอดเงินที่ได้รับ เพราะคุณพ่อเป็นคนจัดการทั้งหมด พร้อมทั้งขอโทษสำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ซึ่งหลังจากที่ได้มีการโพสต์ออกมาแล้วก็ได้มีชาวเน็ตแห่เข้ามาคอมเมนต์ตั้งขอสังเกตและสงสัยมากยิ้งขึ้น เช่น น้องครับ มันยิ่งน่าสงสัยเข้าไปอีก วิธีการถ่ายยอดเงินหน้าตู้ มันไม่ใช่วิธีปกติที่คนยุคนี้ทำกันครับถ้าเป็นน้องเล้งจริงๆ ควรจะไลฟ์สดชี้แจง หรืออัดคลิปมาลงชี้แจงก็ได้ครับ , ทำไมต้องเปิดรับบริจาคเพื่อจ่ายค่าเทอม อยากเรียนต้องดิ้นรนหาเงินเองไม่ใช่มาโพสขอเงินจากคนอื่นแบบนี้ , แปลกทุกตรงทำไมบัณชีที่คืนเป็นชื่อของแม่ ทั้งทั้งๆที่บอกว่าไม่มีแอปบัญชีของตัวเอง ต้องโอนตู้ แต่สลิปนี้ แอปบัญชีชื่อของนักศึกษารายนี้เป็นต้น

เรียบเรียงโดย สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...