Back to 1960 ย้อนเวลามาเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลโจว
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องนี้เกิดจากการอ่านนิยายแนวย้อนยุค ชื่อสถานที่ เมือง บางแห่ง อาจคล้ายคลึง บุคคลและสถานที่ในตำนาน แต่ผู้เขียนมิได้มีเจตนาพาดพิงหรือดูหมิ่นใดๆ
นิยายเรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้เขียน เหตุการณ์ต่างๆล้วนเกิดจากจินตนาการและบางส่วนไม่มีอยู่จริงผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ
นิยายเรื่องนี้สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537. ห้ามทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือดัดแปลงเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของงานนี้ รวมทั้งการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าในรูปแบบหรือวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็คทรอนิกส์ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ
บทนำ
ชิงหรานอ่านจดหมายสีซีดบ่งบอกกาลเวลาที่ผ่านไปเป็นอย่างดี ตอนนี้เธอสูญเสียญาติคนสุดท้ายไปแล้ว
ตั้งแต่จำความได้ชิงหรานก็ถูกคุณตาเลี้ยงดูมาอย่างดีเพราะคุณพ่อคุณแม่และพี่ชาย พี่สาวของเธอเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุเรื่องยืดเยื้อมาหลายปีสุดท้ายสืบพบคู่แข่งทางธุรกิจจ้างวานและจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุผู้ที่เกี่ยวข้องต่างได้รับกรรมต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนมหาศาลและติดคุกตลอดชีวิต
ด้วยความตรอมใจเพราะความสูญเสียและยังมีหลานสาวคนเล็กยังไม่รู้ความที่ต้องเลี้ยงดู คุณตาจึงขายธุรกิจทั้งหมดพร้อมพาหลานสาวย้ายออกไปอยู่ชานเมืองเขาให้ความรักความอบอุ่นใช้เวลาส่วนใหญ่กับหลานสาวผ่านไปหลายปีข่าวคราวตาหลานก็หายไปจากเมืองหลวง
ชิงหรานเมื่อถึงวัยเข้าเรียนก็ไปโรงเรียนควบคู่กับเรียนพิเศษ ปิดเทอมในแต่ล่ะปีคุณตาจะพาเธอเดินทางท่องเที่ยวเรียนรู้มองดูวิถีชีวิตคนในแถบชนบทในแต่ละมณฑณ ชิงหรานเติบโตงดงามมีความรู้รอบตัวเก่งทุกด้านไม่ว่าจะวิชาการ งานเขียนต่าง ๆ การต่อสู้ ที่คุณตาติดต่อคนรู้จักมาสอน หลังเข้ามหาวิทยาลัยคุณตาก็เริ่มล้มป่วยยาล้ำค่าแพทย์แผนตะวันตกรักษาไม่หาย ชิงหรานจึงหันไปศึกษาแพทย์แผนตะวันออก สมุนไพร การฝังเข็ม สุดท้ายอาจารย์หมออาวุโสแซ่เซียวรับเธอเป็นเป็นศิษย์ปิดสำนัก ถึงแม้อาจารย์จะลงมือรักษาคุณตาแต่ก็ทำได้เพียงประคองอาการไม่ทำให้หายขาดเพราะร่างกายคุณตาบาดเจ็บภายในเรื้อรังมานาน หลายปีต่อมาชิงหรานเรียนจบเข้าร่วมวิจัยและพัฒนายาสมุนไพร สร้างสูตรยาใหม่ ๆ ช่วยเหลือคนได้มากมายจนแต่จิตใจของเธอเริ่มหนักอึ้งเพราะร่างกายของคุณตาไม่ตอบสนองกับยารักษา เธอจึงลาออกจากงานใช้เวลากับคุณตาที่บ้านชานเมืองไม่ถึงปีคุณตาญาติที่เหลือเพียงคนเดียวก็จากเธอไปตลอดกาล
ชิงหรานจัดงานศพให้คุณตาอย่างเรียบง่ายโดยมีอาจารย์และเหล่าศิษย์พี่ให้ความช่วยเหลือและคนสนิทไม่กี่คน เธอฝังคุณตาข้าง ๆ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย พี่สาว บอกลาพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย ไม่กี่วันต่อมาทนายประจำตัวของคุณตาก็มาพบเธอพร้อมส่งมอบมรดกชิ้นสุดท้าย
แหวนหยกเขียวจักรพรรดิสลักลาย 清 ชิง ที่หมายถึง ความบริสุทธิ์" หรือ "ความชัดเจน
ชิงหรานจำได้ว่าแหวนวงนี้คุณตาตั้งใจจะมอบให้เธอในวันเกิดครบยี่สิบห้าปี ซึ่งเหลืออีกไม่กี่เดือน
" แหวนหยกประจำตระกูลตาขอให้หลานอยู่ดีมีสุขสุขสมหวัง มีสติคิดให้ถี่ถ้วนนำประสบการณ์และความรู้ที่มีช่วยเหลือคนที่นั่น….. " อ่านจดหมายเล็ก ๆ จบถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจที่คุณตาเขียนเพราะนอกจากคุณตาเธอก็ไม่รู้จักญาติที่ไหนอีก แต่ชิงหรานก็ตั้งใจนำความรู้ของเธอช่วยเหลือสะสมบุญให้คนที่เธอรักตลอดไป
ความฝัน
หลังจากชิงหรานจัดการทุกสิ่งเรียบร้อยเธอบอกลาอาจารย์และเหล่าศิษย์พี่จัดกระเป่าขับรถเดินทางตามรอยเท้าที่คุณตาพาเธอท่องเที่ยวในสมัยเด็ก แหวนหยกที่คุณตามอบให้เธอสวมติดนิ้วไม่เคยถอดนับวันชิงหรานยิ่งรู้สึกว่าแหวนหยกมันปรับขนาดให้พอดีกับนิ้วมือของเธอคือนิ้วนางข้างขวา วันหนึ่งชิงหรานทำมีดบาดมือโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เลือดส่วนใหญ่เปอะเปื้อนแหวนหยก ชิงหรานไม่ได้สังเกตว่าแหวนหยกมันดูดซับเลือดของเธอโดยไม่รู้ตัว
ตั้งแต่คืนนั้นชิงหรานก็ฝันถึงหมู่บ้านหนึ่งในแถบชนบทเรื่องราวของสองแม่ลูก ชิงหรูหญิงหม้ายกับชิงหรานที่มีใบหน้างดงามเหมือนเธอราวกับฝาแฝดตอนเด็กเพียงแต่ชิงหรานคนนั้นอายุไม่ถึงสิบปีและเธอตาบอดเพราะช่วยเหลือพี่ใหญ่บ้านโจวจากงูกัดบนภูเขา หลังจากชิงหรานตาบอดความเป็นอยู่ของแม่ลูกก็ยิ่งย่ำแย่เพราะไม่มีเงินไปโรงพยาบาลและได้แต้มแรงงานน้อยลง
เมื่อโจวจื่อหยวนรับรู้ถึงความยากลำบากของสองแม่ลูกผู้มีพระคุณด้วยความรู้สึกผิดจึงแบ่งเวลาหลังจากเลิกเรียนทำงานเก็บผักป่าเลี้ยงหมูเป็นคะแนนให้ชิงหรานและทำงานในส่วนของตัวเอง แต่เพราะข้อจำกัดของชายหญิงทำให้มีข่าวลือในหมู่บ้านผ่านไปหลายวันข่าวลือไม่ลดลง โจวจื่อหยวนรู้ว่าตนเป็นตนเหตุจึงให้ คุณแม่โจวมาเจรจาหมั้นหมายระหว่างเขากับชิงหราน หลังจากนั้นโจวจื่อหยวนก็ตัดสิ้นใจสอบเลื่อนขั้นจบมัธยมต้นแล้วไปสมัครเป็นทหารโดยฝากฝังสองแม่ลูกไว้กับครอบครัวให้น้อง ๆ หาฟืนและช่วยหาผักป่าเลี้ยงหมูในส่วนของชิงหราน
ปีต่อมาชิงหรานเรียนรู้ช่วยเหลือตัวเอง ไม่ว่าจะฟังเสียง จับสัมผัส ดมกลิ่น จับทิศทาง เธอสามารถมองเห็นเป็นเงาราง ๆ ทำให้ความเป็นอยู่ของพวกเธอเริ่มดีขึ้น โจวจื่อหยวนส่งเงินมาให้บ้านโจวและบ้านชิง แต่เงินนี้ชิงหรูกับชิงหรานเห็นตรงกันว่าไม่สมควรรับแต่โจวจื่อหยวนไม่ยินยอมทั้งสองจึงทำได้เพียงเก็บเงินนั้นไว้ รับเพียงแค่น้ำใจที่น้อง ๆบ้านโจวหาฟืน บางครั้งก็เป็นอาหารมาให้เท่านั้น
หลังจากปีที่สองโจวจื่อหยวนก็มีวันหยุดกลับบ้าน และเป็นแบบนี้ในหลายปี ทุกครั้งที่เขากลับมาชิงหรานจะคนเงิน ขอถอนหมั้นเพราะคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับนายทหารอย่างเขา แน่นอนว่าโจวจื้อหยวนไม่ยินยอม ผ่านมาห้าปีชิงหรานเติบโตเป็นสาวน้อยวัยสิบห้าสวยสะพรั่งงดงามที่สุดในหมู่บ้านทุกคนต่างเหลียวหลัง ชุดสีซีดที่ทำจากผ้าเนื้อหยาบก็ไม่สามารถบดบังความงามของเธอ และความงามก็แลกมาด้วยความอิจฉา ชิงหรานถูกผลักตกช่องเขากว่าจะมีคนไปเจอก็ผ่านไปหลายวันศพเริ่มเน่าเปื่อย
ฝีเข็มบนชุดสีซีดทำให้ชิงหรูรู้ว่าศพนี้คือบุตรสาวของเธอ ด้วยความเสียใจเธอหมดสติไปทันที เมื่อตื่นขึ้นก็พบว่าบ้านโจวได้ช่วยกันจัดงานศพและฝังชิงหรานไปแล้ว ชิงหรูนั่งคุกเข่าข้างหลุมศพไม่ยอมไปไหน
หลังจากโจวจื่อหยวนกลับมาจากภารกิจลับก็ผ่านไปเป็นเดือนทันทีที่ได้รับจดหมายเขารู้สึกว่างเปล่าขอลาหยุดแล้วกลับหมู่บ้าน เมื่อมาถึงก็พบว่าชิงหรูทนรับความเสียใจไม่ไหวกลายเป็นบ้าไปแล้ว โจวจื่อหยวนใช้เส้นสายที่มีสืบทุกอย่างตั้งแต่วันที่ชิงหรานหายตัวไป ใช้เวลาไม่กี่วันเขาก็พบคนร้ายและต้นเหตุเป็นเพราะตนเอง
ลู่เจียวญาติผู้พี่ของน้องสะใภ้รองที่พึ่งแต่งเข้าบ้าน หลงรักเขาตั้งแต่แรกเห็นคิดว่าถ้าไม่มีชิงหรานคงแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่ได้ไม่ยากเพราะเธอเป็นลูกรองผู้อำนวยการโรงงานทอผ้า จึงจับตาดูชิงหรานหลายวันและวางแผนให้น้องสะใภ้รองพาขึ้นเขาหาของป่าฉวยโอกาสที่ไม่มีใครสนใจ และฉวยจังหวะที่ชิงหรานอยู่คนเดียวพาชิงหรานมาที่จุดลับตาคนคุยเรื่องของเขา
แต่ชิงหรานไม่ยอมไปจึงเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากชิงหรานตกลงไปในขณะนั้นเองด้วยความกลัว ลู่เจียวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเดินกลับไปเข้ากลุ่มกับน้องสะใภ้รองลงเขาแล้วกลับเข้าอำเภอ วันเดียวกันก็ติดตามลู่ซื่อผู้เป็นมารดากลับไปเยี่ยมบ้านเดิมในต่างมณฑณ หลังจากกลับมาก็ยุ่งกับงานจนกระทั่งมีทหารไปเรียกตัวมา เธอทนทรมานในคุกไม่ไหวจึงสารภาพทุกอย่างออกไป
ทางฝั่งพ่อของลู่เจียวใช้เส้นสายและยอมจ่ายเพื่อช่วยเหลือลูกสาว แต่โจวจื่อหยวนไม่ยอมความทุกกรณี เพราะถึงอย่างไรคนก็ไม่อยู่แล้ว ลู่เจียวถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนน้องสะใภ้รองโชคดีที่เธอตั้งครรภ์ในระหว่างที่สอบสวน แม่โจวจึงไม่ได้หย่าและไล่กลับบ้านเดิมแต่สถานะในบ้านโจวของสะใภ้รองก็ไม่ได้ดีขึ้นอีกหลายปี
หลังจากเรื่องราวจบลงโจวจื่อหยวนก็พบศพของชิงหรูข้าง ๆ หลุมฝังศพของชิงหราน เขาจึงฝังร่างแม่ลูกข้าง ๆ กัน หลังจากงานศพผ่านไป โจวจื่อหยวนก็กลับเข้าค่าย บ้านโจวไม่ได้รับข่าวคราวใด ๆ มีเพียงเงินเดือนที่ส่งมาไม่ขาด การไปของเขาครั้งนี้เป็นการจากไปตลอดกาล สหายสนิทเอาทรัพสินกับเงินชดเชยตลอดหลายปีของโจวจื่อหยวนมามอบให้บ้านโจว แม่โจวเสียใจจนล้มป่วยไม่นาก็จากไป
ในปี 1979 มีคนใหญ่คนโตมาที่หมู่บ้านสองกลุ่มตามหาหญิงสาวที่ชื่อว่าชิงหรูแต่ได้ยินข่าวว่าเธอตายไปแล้วหลายปีและข่าวที่ทำให้ใจสลายคือลูกสาวและหลานสาวที่ไม่เคยได้พบตายไปแล้ว
ชิงหรานสะดุ้งตื่นใบหน้าเปอะเปื้อนไปด้วยคาบน้ำตา อดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือความฝันกันแน่ ชิงหรานฝันเกี่ยวกับเรื่องนี้ซ้ำ ๆ หลายวัน ด้วยความเหน็ดเหนื่อยดวงจิตของเธอถูกแสงสว่างโอบล้อมดึงเข้าไปที่ ที่หนึ่ง
!!!!!!!!!
เรียกข้าว่า " บรรพบุรุษ "
" นังหนู ตื่น ๆ ตื่นได้แล้ว เห้อลูกหลานข้าสายเลือดข้าเป็นคนไร้ค่าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร " ชายชราชุดขาวถอนหายใจเบา ๆ รอหญิงสาวได้สติ
ชิงหรานลืมตาตื่น ก็พบว่าเธอไม่ได้นอนอยู่ในโรงแรมแต่นอนบนสนามหญ้า ที่ตื่นตระหนกคือมือของเธอโปร่งแสง
" ทำหน้าอย่างนั้นทำไม เจ้ายังไม่ตายเสียหน่อย ข้าดึงเพียงร่างวิญญาณของเจ้าเข้ามา "
" เอ๊ะ!! คุณตาเป็นใครคะ "
" เรียกข้าว่า บรรพบุรุษ "
" เอ่อ.. สวัสดีค่ะท่านบรรพบุรุษ ท่านเรียกหนูมามีอะไรหรือเปล่าคะ " ชิงหรานกวาดตามองรอบ ๆ เป็นสถานที่ไม่คุ้นเคยแต่รู้สึกสงบใจอย่างประหลาด
" กว่าข้าจะอาศัยช่วงมิติผันผวนส่งเศษเสี้ยวจิตวิญญาณลงมาได้ ไม่เช่นนั้นสายเลือดข้าคงหายหมดสิ้นแล้ว " ชายชราบอกเล่าด้วยความหดหู่
" ท่านบรรพบุรุษเป็นเซียนเหรอคะ ยังเซียนเหลืออยู่ในโลกด้วยเหรอ "
" มีสิแต่มรดกที่เกี่ยวกับการฝึกฝนในโลกนี้แทบหายไปหมดแล้วเส้นทางถูกตัดขาดไปแล้วในปีนั้น "
ชิงหราน อดหดหู่กับน้ำเสียงตัดเพ้อของชายชราไม่ได้แต่มันก็เป็นเรื่องจริงญาติของเธอมีน้อยนิดเหลือเกิน " ท่านบรรพบุรุษเข้าเรื่องเถอะค่ะ ท่านเป็นเซียนเรียกหนูมาเพื่ออะไร "
" นังหนูนี่นาน ๆทีข้าจะได้พูดกับคนที่มีสายเลือดเดียวกับข้า "
" หรือมันเกี่ยวกับเรื่องที่หนูฝันเหรอคะ " ชิงหรานอดขมวดคิ้วไม่ได้เรื่องราวมันซับซ้อนเหลือเกิน
" เอาล่ะก่อนอื่นข้าจะให้ข้าให้เจ้าดูเรื่องราวหลังจากนั้น "
ชายชราตวัดมือส่งพลังโอบล้อมชิงหรานไว้ ภาพที่เธอเห็นคือ วิญญาณของชิงหรานติดตามดูแลคุ้มครองโจวจื่อหยวนเพราะเธออาวรณ์เขา เสียใจที่ทุกครั้งที่เห็นเขามองดูภาพถ่ายของเธอ หลายครั้งที่เขาออกไปทำภารกิจลับบาดเจ็บแทบจะเอาชีวิตไม่รอดแลกกับวิญญาณของชิงหรานเกือบแตกสลาย ภารกิจต่อมาโจวจื่อหยวนเข้าไปเป็นสายลับนำข้อมูลสำคัญกลับมาถูกลอบสังหารถึงแม้วิญญาณของชิงหรานต้องการช่วยเหลือแต่เธอก็ถูกบางสิ่งพาตัวไป แล้วภาพก็ตัดไปตอนที่ชิงหรานเกิดภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเธอ ภาพสุดท้ายคือตอนที่มีดบาดมือชิงหรานพึ่งสังเกตเห็นแหวนหยกมันดูซับเลือดของเธอเข้า
ชิงหรานเรียบเรียงภาพที่เห็นเงียบ ๆ ทำไมเธอรู้สึกเสียใจใบหน้าของคนที่ชื่อชิงหรูเหมือนใบหน้าบนภาพถ่ายคณแม่เสียไปอย่างกับฝาแฝด ไหนจะความรู้สึกอาวรณ์ติดค้างที่มีต่อโจวจื่อหยวนมันเป็นแค่ความฝันแน่เหรอ
" ท่านบรรพบุรุษคะ หนูกับชิงหรานคนนั้นเกี่ยวข้องกันใช่ไหมคะ "
" อืม วิญญาณของชิงหรานในอดีตกระจัดกระจ่ายถูกข้าใช้แหวนหยกสลักรวมรวมจนครบแล้วเกิดเป็นเจ้าในปัจจุบันเพื่อย้อนเวลากลับไปเป็นชิงหรานในปีนั้น "
" คนเดียวกัน ย้อนกลับไปเหรอคะ นี่มัน!!!! "
" หากเจ้าไม่ย้อนกลับไปสายเลือดของข้าคงสิ้นสุดแล้ว และเจ้าจะตายเมื่ออายุครบยี่สิบห้าปีตายแบบไม่ได้ผุดได้เกิด ในตอนนี้เจ้าไม่มีสิ่งใดให้อาวรณ์ไม่ใช่หรือ "
" ย้อนกลับไปแบบไหนในความฝัน ลำบากจะตายไม่มีเครื่องทุ่นแรง เสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ขาดแคลน ป่วยแต่ละทีกว่าจะเข้าไปถึงอำเภอก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมง หลายอย่างถูกจำกัด " ชิงหรานพึมพำเบา ๆ เงยหน้ามองชายชรา
" อ่ะแฮ่ม!ท่านบรรพบุรุษคะ ท่านเป็นเซียนให้หนูย้อนกลับไปทั้งทีไม่มีของอะไรแบบ มิติพกพามิติเก็บของพวกนั้นให้หน่อยเหรอคะ อย่างน้อย ๆ ให้เตรียมตัวก็ยังดี " ชิงหรานเอ่ยถามเบา ๆ เธอเคยได้ยินพวกสหายในศูนย์วิจัย ฯ ชอบอ่านนิยายแนวทะลุมิติ ย้อนเวลา มีตัวช่วยเป็นนิ้วทองคำ อีกไม่กี่เดือนเธอจะอายุยี่สิบห้าปี ถ้ามีหนทางที่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้ทำไมเธอจะไม่เลือกล่ะ อีกอย่างเธอรู้สึกติดค้างคุณแม่และความรู้สึกส่วนลึกคือเธออาวรณ์โจวจื่อหยวน ตอนนี้มีโอกาสเธอจะไม่ปฏิเสธเขา
" แหวนหยกประจำตระกูลที่เจ้าสวมอยู่นึกว่าเป็นแหวนหยกธรรมดาหรือในที่แห่งนี้เจ้าคิดว่าไม่ใช่มิติที่เจ้าอยากได้หรือ ข้ายอมใจจริง ๆ สายเลือดคนสุดท้ายของข้าจะโง่เช่นนี้ "
ชิงหรานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ คิดไม่ถึงว่าแหวนที่คุณตาส่งมอบให้จะมีความลับแบบนี้ แต่ทำไมคุณตาถึงไม่รู้ล่ะ " ท่านบรรพบุรุษคุณตารู้ไหมคะ "
" แหวนหยกประจำตระกูลคนที่เป็นผู้นำตระกูลย่อมรู้ความลับของมันผ่านมาหลายมือแต่ไม่มีผู้ใดทำให้มันยอมรับเป็นนายเหมือนเจ้า "
" เพราะอะไรคะ ?"
" คงเป็นเพราะหากเจ้าที่เป็นสายเลือดคนสุดท้ายของข้าตายไป มันเองก็ต้องหายไปจากโลกนี้เช่นกัน เป็นเหตุผลที่มันรวมรวบดวงวิญญาณของเจ้า ส่วนคนที่เจ้าเรียกคุณตาเขามีสายเลือดห่างไกลจากชิงหรานในอดีตที่เล็ดลอดอยู่ข้างนอก เอาเถอะข้ากล่าวมากเกินไปแล้วความลับสวรรค์รู้มากก็ไม่ดี "
" ท่านบรรพบุรุษมิตินี้ทำอะไรได้บ้างคะ นอกจากเก็บของ "
" แหวนหยกนี้ข้าเป็นคนสร้างขึ้นก่อนจะเป็นเซียนพลังไม่พอจึงใช้เก็บของได้ไม่เน่าไม่เสีย แต่เอาเถอะไหน ๆ ก่อนเสี้ยววิญญาณของข้าจะหายไปข้าจะเพิ่มให้แต่มีเงื่อนไขความสามารถของมันจะเพิ่มขึ้นตามความแข็งแกร่งและการฝึกฝนของเจ้า ไปได้แล้วเตรียมตัวให้ดี "
ชิงหรานรู้สึกหน้ามืดก่อนจะหลับกลางอากาศ โดยไม่ได้ยินเสียงพึมพำของชายชราเลยแม้แต่น้อย
เฮือก!! แค่ก ๆ !
" ให้ตายสิท่านบรรพบุรุษ !! ขอดูชัด ๆ หน่อยเถอะมิติมันเป็นยังไง " ชิงหราน กำหนดจิต เข้ามิติ สิ่งที่เธอเห็นถึงแม้จะเป็นสนามหญ้ากว้าง ๆ แต่เธอก็ยังอดตื่นตะลึงไม่ได้อยู่ดี เรื่องเงินที่จะซื้อของเธอไม่ได้เป็นห่วงเลยเพราะเธอมีมรดกมูลค่าพันล้านหยวนอยู่ในบัญชีธนาคาร