โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'รมช.กห.' ฮึ่มเขมรโอกาสสุดท้าย ทภ.2-ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เคาะถอนอาวุธหนัก ดีเดย์เริ่มวันนี้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 พ.ย. 2568 เวลา 00.28 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 23.30 น.

‘รมช.กห.’ ฮึ่มเขมรโอกาสสุดท้าย ทภ.2-ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เคาะถอนอาวุธหนัก ดีเดย์เริ่มวันนี้

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 2 ไปพูดคุยกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชาที่ลงนามร่วมกันไว้ โดยกองทัพบกมอบให้กองทัพภาคที่ 2 หารือ 4 ประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะการขนย้ายอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรง ซึ่งจะดำเนิน 3 เฟส เริ่มจากถอนอาวุธประเภทจรวดและปืนใหญ่ขนาด 155 มิลลิเมตรขึ้นไป ภายใน 21 วัน โดยจะมีคณะผู้แทนจากทั้งสองฝ่าย หรือคณะผู้แทนอาเซียน (AOT) ไปตรวจสอบว่าทําตามข้อตกลงหรือไม่ หากดําเนินการแล้วจะมีรายละเอียดออกมาทั้งหมดว่าได้ถอนอะไรไปแล้วบ้าง อยากให้เชื่อมั่นว่าทหารก็ทําตามนี้ หากไม่เชื่อก็ไม่รู้จะทําอย่างไร

เมื่อถามว่า ประชาชนไม่ได้ไม่เชื่อมั่นทหารไทย แต่ไม่เชื่อมั่นฝ่ายกัมพูชา พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า ต้องเชื่อ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะคุยกัน ยืนยันได้เลยว่าถ้าคุยกันในระดับนี้แล้ว หากไม่ทําก็ไม่มีทางอื่น
ที่ด่านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงข่าวการประชุม RBC ไทย-กัมพูชา พิเศษ ว่าด้วยการถอนอาวุธหนักและอาวุธทำลายล้างสูง ระหว่างภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และกองทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย โดยมี พล.ท.โปว เฮง ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 แห่งราชอาณาจักรไทย เป็นประธานร่วม และมีคณะ AOT จากทั้งฝั่งไทยและกัมพูชาเข้าร่วมสังเกตการณ์ในที่ประชุม การประชุมจัดขึ้นตามผลการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม และอยู่ภายใต้แนวทางและหลักการของถ้อยแถลงที่ได้ลงนามในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม

ทั้งนี้ นิยามการจำแนกอาวุธ 3 ประเภท ดังนี้ 1.ประเภท A หมายถึง ระบบจรวดหลายลำกล้องที่มีตั้งแต่ 2 ลำกล้องขึ้นไป 2.ประเภท B หมายถึง ระบบปืนใหญ่ทุกประเภท ประกอบด้วยระบบปืนใหญ่ลากจูง และปืนใหญ่อัตราจร รวมถึงปืนใหญ่ขนาด 105 มม. 122 มม. 130 มม. 152 มม. และ 155 155 141 และ 3.ประเภท C หมายถึง รถหุ้มเกราะ โดยเฉพาะรถถังที่ออกแบบมาเพื่อให้มีการเคลื่อนที่ที่ได้รับการปกป้อง อำนาจการยิงที่เหนือกว่า และกำลังสนับสนุนโดยตรง ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเคารพซึ่งกันและกัน และปฏิบัติตามผลการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 และหลักการในถ้อยแถลงที่ได้ร่วมลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 อย่างเคร่งครัด เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน

โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะดำเนินการถอนอาวุธทั้ง 3 ประเภท (ประเภท A ประเภท B และประเภท C) โดยแบ่งเป็นระยะภายใต้การสังเกตการณ์ และตรวจสอบของ AOT ตามแผนปฏิบัติการทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะอำนวยความสะดวกการตรวจสอบ จัดทำเอกสาร และสังเกตการณ์ของ AOT โดยทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะออกแถลงข่าวเพื่อรายงานความคืบหน้าและการตรวจสอบกระบวนการถอนอาวุธเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงว่า หากฝ่ายใดปกปิด หรือบิดเบือนจำนวน หรือประเภทของอาวุธ ถือว่าการกระทำดังกล่าวสื่อถึงความไม่จริงใจในการคืนสู่สภาวะปกติ เสถียรภาพ และความสัมพันธ์อันดีระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งการถอนอาวุธหนักและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (ประเภท A) ภายใต้ระยะที่ 1 จะดำเนินการเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 1-21 พฤศจิกายน ภายใต้การสังเกตการณ์และตรวจสอบของ AOT

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘รมช.กห.’ ฮึ่มเขมรโอกาสสุดท้าย ทภ.2-ภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา เคาะถอนอาวุธหนัก ดีเดย์เริ่มวันนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...