โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพรวมการอายัดบัญชีธนาคาร และแนวทางแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

PostToday

อัพเดต 14 ก.ย 2568 เวลา 19.20 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2568 เวลา 02.07 น.

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการถูกระงับหรืออายัดบัญชีธนาคาร เนื่องจากถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับ "บัญชีม้า" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของรัฐบาลไทย สถานการณ์นี้ก่อให้เกิดความกังวลและเดือดร้อนแก่สุจริตชน รวมถึงกระตุ้นให้บางคนเร่งถอนเงินสดออกจากธนาคารหรือร้านค้าบางแห่งประกาศรับเฉพาะเงินสดชั่วคราว

สาเหตุและที่มาของมาตรการ

มาตรการนี้เป็นผลมาจากการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ตามมาตรา 6 และมาตรา 7 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ กักเงินที่โยงกับบัญชีม้า และนำเงินจากการก่ออาชญากรรมออนไลน์กลับคืนให้กับผู้เสียหาย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. อธิบายว่า "ในมาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ กำหนดระงับบัญชีต้องสงสัยชั่วคราวเพื่อตรวจสอบ โดยใช้แนวทางนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งสามารถช่วยปิดกั้นเงินผิดกฎหมายได้" อย่างไรก็ตาม มิจฉาชีพได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยปัจจุบันมีการโอนเงินเข้าบัญชีเด็กและเยาวชนเพื่อหลอกให้โอนกลับ หรือโอนเงินซื้อสินค้ากับร้านค้าโดยตรงเพื่อฟอกเงิน ซึ่งทำให้บัญชีของผู้บริสุทธิ์อาจถูกระงับได้

ความแตกต่างระหว่าง "ระงับธุรกรรมชั่วคราว" กับ "อายัดบัญชี"

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงว่ามาตรการที่ดำเนินการคือการ "ระงับจำนวนเงินดังกล่าวชั่วคราว" ไม่ใช่การอายัดบัญชีธนาคารทั้งบัญชี

-ระงับธุรกรรมชั่วคราว: เป็นกลไกตาม พ.ร.ก.ฯ โดยธนาคารจะระงับเฉพาะจำนวนเงินที่โอนออกไปจากบัญชีต้องสงสัยเท่านั้น ไม่ได้ระงับทั้งบัญชี ซึ่งบัญชีธนาคารยังคงสามารถทำธุรกรรมได้ตามปกติในส่วนที่เหลือ

-อายัดบัญชี: เป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการอายัดบัญชีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยมีหมายอายัดเท่านั้น หากบัญชีไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของมิจฉาชีพ ธนาคารจะระงับการทำธุรกรรมชั่วคราว และเมื่อก่อนจะใช้คนกรอกข้อมูลทำให้งานค้างเยอะ แต่ตอนนี้ธนาคารเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติในการไล่เส้นเงินติดตามคนร้าย

นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า "บัญชีที่ได้รับผลกระทบจะเป็นบัญชีที่อยู่ใน 'เส้นทางเงินที่รับโอนจากบัญชีม้า' เท่านั้น" และ ธปท. ร่วมกับ ศปอท. และธนาคารพาณิชย์ ได้ "ขยายขอบเขตการติดตามเส้นทางเงินให้กว้างขึ้น" เพื่อ "กักเงินที่โยงกับบัญชีม้ามาคืนผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด" ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากขึ้น

ปัญหายอดเงินติดลบในบัญชี

ธปท. ได้ตรวจสอบปัญหายอดเงินติดลบในบัญชี พบว่าเกิดจาก 2 สาเหตุ

1.ข้อผิดพลาดของระบบ: มีการปรับปรุงข้อมูลรายการเคลื่อนไหวของเงินฝากช่วงสิ้นวันไม่ครบถ้วนเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2568 ทำให้ยอดเงินคงเหลือไม่เป็นปัจจุบัน ธนาคารได้แก้ไขแล้วตั้งแต่วันที่ 2 ก.ย. 2568 และ ธปท. ได้สั่งการให้ธนาคารดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ

2.เงินในบัญชีเหลือน้อยกว่าจำนวนเงินที่อายัด: กรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งธนาคารให้อายัดเงินในบัญชีต้องสงสัย แต่เงินในบัญชีเหลือน้อยกว่าจำนวนเงินที่ตำรวจแจ้งให้อายัด ระบบจึงแสดงยอดเงินติดลบ

ความยุ่งยากในการขอปลดอายัดบัญชี

ประชาชนผู้สุจริตที่ถูกระงับหรืออายัดบัญชีจำนวนมากประสบปัญหาในการขอปลดอายัด ซึ่งรวมถึง

1.การติดต่อศูนย์ AOC 1441: ประสบปัญหา "สายไม่ว่าง บอกให้รอแล้วตัดสายทิ้ง ไปจนถึงการโยนเรื่องไปมาระหว่างดีอีและธนาคาร"

2.กระบวนการที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน: ผู้ได้รับผลกระทบบางรายต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรวบรวมเอกสารและเดินทางไปติดต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

3.ความแตกต่างในการทำงาน: เจ้าหน้าที่สอบสวนบางรายสะท้อนว่าการแจ้งอายัดบัญชีผ่านสายด่วน 1441 ทำได้ง่ายดาย แต่กระบวนการปลดอายัดกลับยุ่งยากและต้องผ่านตำรวจสอบสวนซึ่งรับผิดชอบหลายคดีอยู่แล้ว

แนวทางการแก้ปัญหาและช่วยเหลือประชาชน

หน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงินได้เร่งดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

1.การตั้งศูนย์ประสานงานร่วมกัน: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ธปท., สมาคมธนาคารไทย, ปปง., และ บช.สอท. ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อเร่งตรวจสอบบัญชีของประชาชนและบัญชีต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า โดยพิจารณาจากเส้นทางการเงินและรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการอายัดของ ปปง. และตำรวจ

2.การปลดล็อกบัญชีที่ตรวจสอบแล้ว: ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือศูนย์ AOC ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบและปลดล็อกบัญชีธนาคารที่ตรวจสอบแล้วว่าเป็นของประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า โดยสามารถปลดล็อกไปแล้วเป็นจำนวนหนึ่ง

3.ช่องทางการติดต่อเพื่อขอปลดล็อก: หากประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย สามารถติดต่อศูนย์ AOC โทร. 1441 กด 2 เพื่อดำเนินการเพิกถอนการระงับและคืนสิทธิ์ นอกจากนี้ ตำรวจไซเบอร์ยังเปิดช่องทางเพิ่มเติมเบื้องต้นคือสายด่วน 1441 สำหรับแจ้งเหตุร้องเรียนทั่วไป หรือทางเบอร์โทรศัพท์ 095-425-7478 และ 061-032-2914 สำหรับตรวจสอบและปลดอายัดบัญชีโดยเฉพาะ

4.ปรับปรุงกระบวนการอายัดและปลดอายัด: ธปท. ธนาคารพาณิชย์ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหาและอยู่ระหว่างเร่งปรับปรุงกระบวนการอายัดและการปลดอายัด ให้สามารถจัดการกับมิจฉาชีพและดูแลผู้เสียหายได้อย่างมีประสิทธิผล โดยไม่กระทบต่อผู้ใช้บริการปกติ และมีความรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการ "ปลดอายัดบัญชีกรณีผู้บริสุทธิ์"

5.การแจ้งเตือนภัย: สถาบันการเงินต่างๆ ได้ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการทำธุรกรรม "ถอนเงินแทนคนอื่น" หรือถอนเงินสดให้คนอื่น โดยเฉพาะจากบุคคลที่ไม่รู้จัก เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้บัญชีถูกใช้เป็น "บัญชีม้า" และถูกอายัดได้ สัญญาณอันตรายได้แก่ คนแปลกหน้าติดต่อให้ช่วยทำธุรกรรม, การโอนเงินจำนวนมากผิดปกติ, หรือการอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อเร่งรัดให้ทำธุรกรรม

โดยสรุป แม้ภาครัฐจะระบุว่ามาตรการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์จะมีความจำเป็นและได้ผลในการหยุดยั้งเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ แต่ก็สร้างผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่น้อย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงกระบวนการให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการปราบปรามอาชญากรรมและการคุ้มครองผู้บริสุทธิ์.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...