โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ส.อ.ท. ผนึก เมสเซ่ฯ และ 3 สมาคมยักษ์ใหญ่ จัดงาน Pack Print International 2025

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 21.13 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 04.07 น.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมไทยต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน สถานการณ์ระหว่างประเทศที่ผันผวน รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมไทยยังคงแสดงสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน จากผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม (GDP) ในไตรมาส 1 ของปี 2568 ขยายตัว 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สะท้อนถึงศักยภาพในการปรับตัวและสัญญาณบวกในภาคอุตสาหกรรม ส.อ.ท.จึงเล็งเห็นถึงโอกาสที่จะเร่งยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยให้สามารถแข่งขันได้บนเวทีโลกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในกระบวนการผลิต การเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม การผลักดันมาตรฐานด้านความยั่งยืน ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนห่วงโซ่การผลิตและการส่งออกของประเทศ ซึ่งมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันภาคธุรกิจเหล่านี้ได้ปรับตัวอย่างต่อเนื่องผ่านการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และแนวคิด BCG (Bio-Circular-Green Economy) มาเสริมความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน

ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าวฯ ยังสะท้อนผ่านอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ของไทยที่เติบโตขึ้นราว 4 - 4.2% คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 350,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ 60% และอุตสาหกรรมการพิมพ์ 40% โดยคาดว่าในปี 2569 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 4.7% ซึ่งถือเป็นจังหวะสำคัญในการยกระดับศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน

การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้สภาอุตสาหกรรม และหน่วยงานพันธมิตรยังมุ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับเข้าถึงตลาดโลก โดยเฉพาะภาคส่วน SME ที่เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ และหลายธุรกิจจำเป็นต้องพึ่งพากระบวนการทางด้านการพิมพ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยงานในปีนี้ จึงได้มีการออกแบบพื้นที่กิจกรรมให้รองรับผู้ประกอบการไทยทุกระดับในหลายโซน สะท้อนความตั้งใจของผู้จัดงานในการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างทั่วถึง พร้อมเปิดประตูสู่เวทีโลก ไม่ใช่เฉพาะผู้ผลิตรายใหญ่ แต่รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก และกลุ่มสร้างสรรค์รุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง

นายเกอร์นอท ริงลิ่ง กรรมการผู้จัดการบริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย กล่าวว่า ผู้บริโภคทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น เช่นเดียวกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ และกระดาษลูกฟูก ที่เร่งพัฒนาโซลูชันรักษ์โลก ทั้งด้านวัสดุ เทคโนโลยี และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตที่แข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน จึงได้เดินหน้าจัดงานมหกรรมแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การพิมพ์ และบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกแห่งภูมิภาคเอเชีย (Pack Print International 2025 and CorruTec Asia 2025)

ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Uncovering Total Solutions for the Packaging and Printing Industries” พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบพิมพ์อัจฉริยะ โซลูชันดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และ AI โดยมุ่งหวังให้เวทีนี้เป็นพื้นที่แสดงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและต่างชาติในการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัย รวมถึงเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ พัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีโลก ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

จากความสำเร็จของงานปี 2566 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 12,000 คนจากทั่วโลก การจัดงานในปี 2568 นี้นับเป็นวาระครบรอบ 10 ปีของงาน Pack Print International และปีที่ 3 ของงาน CorruTec Asia ซึ่งจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้แสดงเทคโนโลยีกว่า 300 บริษัทชั้นนำ จาก 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ เยอรมนี สหรัฐอเมริกา จีน มาเลเซียและเวียดนาม ผู้ร่วมงานจะได้พบกับไฮไลต์นวัตกรรมล่าสุดที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก ทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Economy) เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย (Safety & Security) และบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Sustainability) พร้อมด้วยโซนใหม่ ๆ อาทิ โซน #GreenZone ที่นำเสนอนวัตกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวทางการจัดการแบบไร้ขยะ โซลูชันเชิงฟื้นฟูและวัสดุที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ โซน Pack Print 360° showcase เปิดโอกาสให้ผู้แสดงสินค้าได้พบกับผู้ซื้อรายสำคัญจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ตอกย้ำความก้าวหน้าด้านบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ ทั้งจากบริษัทชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ โซน One-Stop Consultancy Clinic ที่จัดขึ้นโดยสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทยและสมาคมการพิมพ์ไทย เป็นพื้นที่ให้คำปรึกษาครอบคลุมเรื่องกระบวนการทำงาน การเลือกใช้วัสดุ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังมีการเปิดตัวโซนใหม่ Start-up Showcase เวทีที่เปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพและแนวคิดด้านนวัตกรรมที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และการพิมพ์ในอนาคต ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานในปีนี้กว่า 15,000 คน

ขณะที่นายพงศ์ธีระ พัฒนพีระเดช นายกสมาคมการพิมพ์แห่งประเทศไทย เผยว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยยังคงเป็นภาคการผลิตที่มีบทบาทสนับสนุนอุตสาหกรรมอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากแรงหนุนของตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตควบคู่กับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ แม้สื่อสิ่งพิมพ์จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมการพิมพ์ในประเทศยังมีทิศทางเติบโต โดยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 350,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศ นอกจากนี้ ยังคาดว่าภาคส่วนของการพิมพ์ดิจิทัลจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6.64% ภายในปี 2570 ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวของผู้ประกอบการที่หันมาใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การพิมพ์ฉลากอัจฉริยะ (Smart Label) รวมถึงการผสานสื่อสิ่งพิมพ์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งสำคัญอีกประการที่สมาคมการพิมพ์ฯ ให้ความสำคัญ คือการเสริมสร้างองค์ความรู้ผ่านการเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนข้อมูล สร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงในภาคอุตสาหกรรมระหว่างกัน เพื่อให้เท่าทันและพร้อมรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะเดียวกัน สมาคมการพิมพ์ฯ ยังร่วมผลักดันภาคส่วนธุรกิจขนาดเล็กและกลางให้กลายเป็น SMART enterprise ด้วยการสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการ” นายพงศ์ธีระ กล่าว

นายวิวัฒน์ อุตสาหจิต นายกสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดสำหรับบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว และการขยายตัวของประชากรในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ สำหรับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนการขยายตัวของภาคธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การขยายตัวของฐานการผลิตในประเทศไทย รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความต้องการด้านบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกต่อการใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำไปรีไซเคิลได้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ โดยตลอดปี 2568 – 2570 คาดว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ของไทยจะมีการเติบโตต่อปี (CAGR) ราว 5.3% ซึ่งในปี 2568 ประมาณการอยู่ที่ 572,000 ล้านบาท สะท้อนถึงโอกาสและศักยภาพในการเติบโตของตลาดนี้ที่ยังเปิดกว้างและมีความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งในประเทศและตลาดส่งออก

นอกจากนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งคาดว่าจะคิดเป็น 23% ของยอดค้าปลีกทั่วโลกภายในปี 2570 ยังได้เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนดประสบการณ์ของลูกค้าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ และการเติบโตนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของปริมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในการขนส่ง การช่วยปกป้องผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ยังต้องเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่น่าจดจำ ซึ่งเสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์กับผู้บริโภค

ทั้งนี้ สมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทยยังมุ่งมั่นในการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมองค์ความรู้ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์และบุคลากรให้พร้อมแข่งขันในระดับสากล รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ เช่น ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และการแข่งขันจากทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในเวทีอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ระดับภูมิภาค

นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล เลขาธิการสมาคมบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกไทย เผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกของไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเติบโตอยู่ที่ 2 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศไทย มีแรงขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของภาคอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ส่งผลโดยตรงต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ประเภทกล่องพัสดุที่ทั้งแข็งแรง น้ำหนักเบา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมุมของผู้ผลิตและผู้ใช้งาน

“แม้บรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกจะเป็นวัสดุพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องสินค้าและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม แต่ในยุคที่การแข่งขันสูง เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และสถานการณ์โลกผันผวน สมาคมฯ จึงเร่งส่งเสริมและผลักดันผู้ผประกอบการในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาปรับใช้ พร้อมดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และยืนหยัดเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลก” นายชาธิป กล่าว

พบกับสุดยอดนวัตกรรมล้ำยุคจากผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกมากกว่า 300 บริษัทชั้นนำ จาก 20 ประเทศทั่วโลกในงานมหกรรมแสดงสินค้านานาชาติด้านอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์การพิมพ์ครั้งที่ 10 และกระดาษลูกฟูกแห่งภูมิภาคเอเชีย ครั้งที่ 3 (Pack Print International 2025 และ CorruTec Asia 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 กันยายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ทาง https://www.pack-print.de และ www.corrutec-asia.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...