“ทรัมป์” ชี้ 3 ประเด็นหลักเจรจารอบใหม่สัปดาห์นี้กับจีน “แร่หายาก–เฟนทานิล–ถั่วเหลือง”
"ทรัมป์" ชี้ 3 ประเด็นหลักเจรจารอบใหม่สัปดาห์นี้กับจีน "แร่หายาก-เฟนทานิล-ถั่วเหลือง" ขณะที่ข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจกำลังจะหมดอายุ 10 พฤศจิกายน
วันที่ 20 ตุลาคม 2568 เวลา 09.40 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า แร่หายาก (rare earths) เฟนทานิล (fentanyl) และถั่วเหลือง (soybeans) เป็น 3 ประเด็นหลักในการเจรจาการค้ากับจีน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ และในช่วงที่ข้อตกลงสงบศึกทางการค้าชั่วคราวกำลังจะหมดอายุ
ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันขณะเดินทางกลับสหรัฐจากฟลอริดาว่า “ผมไม่อยากให้พวกเขาเล่นเกมเรื่องแร่หายากกับเรา” โดยก่อนหน้านี้เขาเพิ่งขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 100% ต่อสินค้าจีน หลังรัฐบาลจีนประกาศจำกัดการส่งออกแร่หายากในวงกว้าง
ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐต้องการให้จีนหยุดเรื่องเฟนทานิล โดยกล่าวหาว่าจีนไม่สามารถควบคุมการส่งออกยาเสพติดชนิดนี้และสารตั้งต้นได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของวิกฤตโอปิออยด์ (opioid crisis) ในสหรัฐ อีกทั้งยังเรียกร้องให้จีนกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอีกครั้ง โดยทั้งสามประเด็นนี้ ทรัมป์ระบุว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปที่ควรได้รับการแก้ไข
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐและจีนจะจัดการเจรจาอีกครั้งในสัปดาห์นี้ที่ประเทศมาเลเซีย หลังจากที่เขาได้หารือออนไลน์กับรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง ของจีน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งสื่อของจีนรายงานว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
เพียงสัปดาห์ก่อนหน้า ทรัมป์เคยขู่ยกเลิกการพบปะครั้งแรกกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง นับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่ง โดยแสดงความไม่พอใจต่อการที่จีนประกาศจำกัดการส่งออกแร่หายาก และยังประกาศเก็บภาษีนำเข้าซ้ำซ้อน 100% ต่อสินค้าจีน ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568
การขึ้นภาษีดังกล่าวอาจทำให้ข้อตกลงสงบศึกทางการค้า (Trade Truce) ที่จะหมดอายุวันที่ 10 พฤศจิกายน ต้องสิ้นสุดลง ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลับตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐขยายการควบคุมเทคโนโลยี และเตรียมเก็บภาษีเรือสินค้าจีนที่เข้าเทียบท่าสหรัฐ ส่วนจีนก็ตอบโต้ด้วยการประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายากและวัตถุดิบสำคัญอื่น ๆ
เมื่อถูกถามทางสถานี Fox News เกี่ยวกับการขู่ขึ้นภาษีรอบใหม่ ทรัมป์ตอบว่า“ภาษีนี้ไม่ยั่งยืน แต่ก็สามารถทำได้” พร้อมย้ำว่า “เขายังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อประธานาธิบดีสี และคาดว่าจะได้พบกันในการประชุมสุดยอด APEC ที่เกาหลีใต้ปลายเดือนนี้ “ผมคิดว่าเราจะไปได้ดีกับจีน แต่เราต้องได้ข้อตกลงที่ยุติธรรม”
ทั้งนี้ ถั่วเหลืองถือเป็นจุดอ่อนไหวในความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศ เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อมากที่สุดในโลก โดยปีที่แล้วจีนซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐมูลค่า 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ปีนี้ยังไม่ซื้อเลย และหันไปพึ่งพาซัพพลายจากอเมริกาใต้แทน
สถานการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับเกษตรกรสหรัฐ ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของทรัมป์ เพราะราคาถั่วเหลืองตกต่ำและมีปัญหาพื้นที่เก็บผลผลิตล้นคลัง หลายรายรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่การจ่ายงบเยียวยายังล่าช้าเนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐ (shutdown)
ในเดือนสิงหาคม ทรัมป์เคยเรียกร้องให้จีนเพิ่มการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐเป็น 4 เท่า แต่เมื่อไม่มีความคืบหน้า เขาขู่ว่าจะระงับการนำเข้าน้ำมันพืชจากจีน โดยกล่าวหาจีนว่าตั้งใจทำให้เกษตรกรอเมริกันเดือดร้อน
ในด้านเฟนทานิล แม้จะเป็นประเด็นที่คาดว่าทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาได้ แต่ก็ยังคงเป็นอุปสรรคในความสัมพันธ์ โดยเมื่อต้นปีนี้ ทรัมป์ได้เก็บภาษี 20% ต่อสินค้าจีนทั้งหมด โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้ปัญหายาเสพติดชนิดนี้ ขณะที่จีนเองก็ได้เพิ่มมาตรการควบคุมสารเคมี 2 ชนิดที่ใช้ผลิตเฟนทานิลในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่ยังย้ำว่าสหรัฐควรจัดการปัญหายาเสพติดภายในประเทศของตนเอง
ส่วนในประเด็นแร่หายาก จีนพยายามบรรเทาความกังวลของนานาชาติ โดยยืนยันว่าการจำกัดการส่งออกไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำลายการค้าโลก และเป็นการตอบโต้ต่อการที่สหรัฐขยายมาตรการคว่ำบาตรไปยังบริษัทย่อยของบริษัทจีนที่ถูกขึ้นบัญชีดำเท่านั้น
ระหว่างการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวแทนของจีนได้แจ้งกับผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ว่ามาตรการใหม่นี้เป็นเพียงกลไกระยะยาว เพื่อบริหารทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ และจะไม่กระทบต่อการค้าปกติในระหว่างประเทศ
อ้างอิง : www.bloomberg.com