โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังอนุมัติช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท พร้อมเงื่อนไขปฏิรูปการเกษตร พัฒนาตลาด-ลดพื้นที่ปลูกข้าว

THE STANDARD

อัพเดต 13 ส.ค. 2568 เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2568 เวลา 12.46 น. • thestandard.co
คลังอนุมัติช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท พร้อมเงื่อนไขปฏิรูปการเกษตร พัฒนาตลาด-ลดพื้นที่ปลูกข้าว

พิชัย รมว.คลังเผยมาตรการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10 ไร่ พร้อมเงื่อนไขปฏิรูปการเกษตรระยะยาว 7-10 ปี ผ่านการพัฒนาตลาด และลดพื้นที่ปลูกข้าวลงเหลือ 60 ล้านไร่ จาก 75-76 ล้านไร่ เพื่อให้ชาวนาสามารถปลูกข้าวอย่างยั่งยืน

วันนี้ (13 สิงหาคม) พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลัง เผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังปีการผลิต 68 และข้าวนาปีปีการผลิต 68/69 โดยเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้าให้แก่ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10 ไร่ รวมใช้งบทั้งสิ้นกว่า 45,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เงินเยียวยาจะมีการจ่ายให้กับผู้ปลูกข้าวนาปรังก่อน ผ่านงบประมาณปี 68 ที่เหลืออยู่ เป็นเงิน 7,200 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 7 ล้านไร่ และมีผู้ขึ้นทะเบียนแล้ว 850,000 ครัวเรือน แต่ต้องผ่านการตรวจสอบอีกรอบ และผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน คาดว่าสามารถจ่ายได้เร็วสุดกันยายนนี้

ขณะที่ข้าวนาปีปีการผลิต 68/69 ยังไม่มีการปลูก แต่เตรียมใช้เงินตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ราว 37,900 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ 36-37 ล้านไร่ 4 ล้านครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเปิดให้ขึ้นทะเบียน และอาจต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีเคยมีมติไม่เห็นด้วยกับการอุดหนุนภาคการเกษตรลักษณะนี้ในปี 2566 เพราะต้องการให้ชาวนาสามารถ ‘รวยได้ด้วยตัวเอง’ แต่พิชัยกล่าวว่า การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นการอุดหนุนผ่านเหตุผลพิเศษ และเป็นการ ‘ยกเว้น’ ชั่วคราว

เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน อยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกซบเซา เกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวต่างมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก ประกอบกับการแข่งขันที่สูงขึ้น หลังอินเดียกลับมาเริ่มส่งออกข้าวขาวเมื่อช่วงกันยายน 2567 จนราคาข้าวร่วงลงต่ำถึง 5,000-6,000 บาท

ทั้งนี้ เพื่อให้ชาวนายืนได้ด้วยตัวเอง ที่ประชุมจึงได้วางเงื่อนไข 2 ประการคือ จะไม่สนับสนุนเยียวยาพันธุ์ข้าวที่ไม่เป็นที่ต้องการในตลาด และเสนอให้เกษตรกรต้องลดพื้นที่การเพาะปลูก จาก 75-76 ล้านไร่ในปัจจุบันให้เหลือประมาณ 60 ล้านไร่ โดยจะเว้นช่วงเวลาให้ปรับตัว

นอกจากนี้ พิชัยยังกล่าวถึงเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ซึ่งอาจใช้ระยะเวลาราว 7-10 ปี เพื่อหวังว่าท้ายที่สุดแล้ว เกษตรกรจะสามารถปลูกข้าวได้อย่างยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐอีกต่อไป

ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถ ผ่านการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าข้าวได้อีก 30% นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯร่วมกันพัฒนาตลาด ผ่านการสำรวจอุปสงค์ของเมล็ดพันธุ์ข้าวแต่ละชนิด รวมถึงลดบทบาทพ่อค้าคนกลาง เพื่อให้ราคาข้าวถึงมือเกษตรกรมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...