China Evergrande อดีตบิ๊กอสังหาฯเบอร์ 1 จีน ถูกเพิกถอนหุ้นจากตลาดฮ่องกง หนี้พุ่ง 4.5 หมื่นล้านดอลล์
China Evergrande อดีตบิ๊กอสังหาฯเบอร์ 1 จีน ถูกเพิกถอนหุ้นจากตลาดฮ่องกง 25 ส.ค. หลังถูกระงับซื้อขายกว่า 1 ปีครึ่ง ขณะที่ผู้ชำระบัญชีพบหนี้สูงกว่าที่คาดถึง 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 13 สิงหาคม 2568 เวลา 07.56 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การเพิกถอนหุ้นของ China Evergrande Group ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายอันมืดมนของภาคอสังหาริมทรัพย์จีน ซึ่งอยู่ในภาวะชะงักงันเป็นปีที่ 4 และยังคงถ่วงเศรษฐกิจอันดับสองของโลก
China Evergrande Group ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่ที่สุดของจีนตามยอดขาย จะถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในวันที่ 25 สิงหาคม 2568 หลังจากหุ้นถูกระงับซื้อขายมา 1 ปีครึ่ง และเกือบ 16 ปีหลังจากที่บริษัทในกว่างโจวแห่งนี้เข้าจดทะเบียน
การเพิกถอนหุ้นเกิดขึ้นหลังผู้ชำระบัญชีตรวจสอบพบว่าหนี้ของบริษัทอยู่ที่ราว 350,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่เปิดเผยก่อนหน้านี้มาก ผู้ชำระบัญชียังประเมินอย่างตรงไปตรงมาหลังใช้เวลากว่าหนึ่งปีตรวจสอบงบดุลและเครือข่ายบริษัทในเครือ ว่าการปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบเกินกำลังที่จะทำได้
ครั้งหนึ่ง China Evergrande Group เคยเป็นสัญลักษณ์ของยุคเฟื่องฟูอสังหาริมทรัพย์จีน แต่การล่มสลายครั้งนี้ตอกย้ำความเปราะบางของตลาดที่เผชิญความเชื่อมั่นผู้บริโภคถดถอย ภาวะล้นตลาด และภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดได้หยุดยั้งความพยายามฟื้นฟูภาคอสังหาฯ
“นี่คือช่วงเวลาที่เป็นสัญลักษณ์ของภาคอสังหาฯ แผ่นดินใหญ่” เคนนี อึ้ง นักกลยุทธ์จาก China Everbright Securities International กล่าว พร้อมเสริมว่าการล่มสลายครั้งรุนแรงนี้ “จะฝังลึกในความทรงจำของนักลงทุนทุกคน”
China Evergrande Group คือการล้มครั้งใหญ่ที่สุดในวิกฤตที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจจีนและทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯ จำนวนมากเข้าสู่ภาวะวิกฤต บริษัทผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรดอลลาร์ครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2564 และเคยมีมูลค่าตลาดกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2560
แม้มาตรการกระตุ้นของรัฐบาล แต่ยอดขายอสังหาฯ ในปีนี้ยังซบเซา นักวิเคราะห์รวมถึง UBS ปรับเลื่อนคาดการณ์การฟื้นตัวไปเป็นช่วงกลางถึงปลายปี 2569 ข้อมูลจาก China Real Estate Information Corp. ระบุว่ายอดขายบ้านใหม่ของผู้พัฒนา 100 อันดับแรก ลดลงมากกว่า 20% ติดต่อกัน 2 เดือน
เสียงเรียกร้องให้มีนโยบายสนับสนุนภาคที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ที่ประชุมโปลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนที่แล้วกลับงดเว้นการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม หลังเศรษฐกิจจีนยังคงทรงตัวได้ดีกว่าคาดแม้เผชิญภาษีจากสหรัฐฯ
ในวันจันทร์ที่ผ่านมา China South City Holdings Ltd. ก็ถูกศาลสูงฮ่องกงสั่งชำระบัญชี หลังไม่สามารถรวบรวมการสนับสนุนเพียงพอจากเจ้าหนี้ต่อแผนปรับโครงสร้าง นับตั้งแต่ปี 2564 ศาลฮ่องกงมีคำสั่งชำระบัญชีผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนแล้วอย่างน้อย 6 ราย โดยกรณีของเอเวอร์แกรนด์ถือว่าซับซ้อนที่สุดและถูกใช้เป็นแนวทางสำหรับผู้พัฒนารายอื่นที่อยู่ในขั้นตอนเดียวกัน
ปัจจุบันมีหนี้ของผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนราว 150,000 ล้านดอลลาร์ที่เข้าสู่ภาวะวิกฤต และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ผู้พัฒนาหลายรายที่เคยผ่านขั้นตอนสำคัญของการปรับโครงสร้างกลับต้องเริ่มใหม่ เช่น Sunac China Holdings Ltd. ที่กลายเป็นผู้พัฒนารายใหญ่รายแรกที่ต้องยื่นแผนปรับโครงสร้างหนี้รอบสอง
ภารกิจผู้ชำระบัญชี
การชำระบัญชีเอเวอร์แกรนด์ถือเป็นงานมหึมา เนื่องจากบริษัทมีนิติบุคคลกว่า 3,000 แห่งในหลายประเทศ และมีโครงการที่กำลังก่อสร้างราว 1,300 โครงการในกว่า 280 เมือง ผู้ชำระบัญชีได้เข้าควบคุมบริษัทในเครือกว่า 100 แห่งที่มีมูลค่ารวมราว 27,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
ในส่วนของธุรกิจบริหารอสังหาฯ ภายใต้ Evergrande Property Services Group Ltd. ยังมีโครงการกว่า 3,000 โครงการ เจ้าหนี้ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการจัดการหน่วยธุรกิจนี้ เพราะถือเป็นแหล่งมูลค่าที่มีศักยภาพสูงมาก และได้รับความสำคัญสูงสุดในการดำเนินงาน
จนถึงขณะนี้การขายสินทรัพย์ทำได้เพียงอย่างจำกัดที่ราว 255 ล้านดอลลาร์ โดย 167 ล้านดอลลาร์ถูกโอนและเชื่อมโยงกับเอเวอร์แกรนด์ แต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ควรคาดว่าทั้งหมดจะกลับเข้าสู่บริษัทได้ เนื่องจากโครงสร้างความเป็นเจ้าของที่ซับซ้อน
การวิเคราะห์ก่อนหน้านี้โดย Deloitte ประเมินว่าอัตราการฟื้นคืนเงินของเจ้าหนี้ต่างประเทศที่ไม่มีหลักประกันอยู่เพียง 3.53%
“การประกาศเพิกถอนหุ้นเอเวอร์แกรนด์อาจเพิ่มแรงกดดันต่อหุ้นผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนที่ยังซื้อขายอยู่” อึ้งกล่าว พร้อมเสริมว่า “นี่คือบทเรียนสำหรับนักลงทุนให้ใช้เวลาศึกษาธุรกิจของบริษัทให้รอบคอบเมื่อกำไรเติบโตเร็วเกินไป และให้ติดตามความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างใกล้ชิด”
อ้างอิง : bloomberg.com