โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

องค์กรไทย 25% จ่อลดพนักงานประจำ หันจ้างพาร์ทไทม์ สภาพัฒน์ฯ ห่วงกระทบแรงงาน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ส.ค. 2568 เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 06.35 น.

สภาพัฒน์ฯ เผยผลสำรวจ Jobsdb องค์กรไทย กว่า 25% มีแผนลดพนักงานประจำเต็มเวลาลง หันจ้างงานไม่เต็มเวลามากขึ้นเพื่อลดต้นทุน โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ ห่วงกระทบความมั่นคงและสิทธิแรงงาน ชี้ สมัครใจลาออกต้องวางแผนให้ดี เพราะเงินที่ได้อาจไม่พอใช้ตลอดชีวิต

25 ส.ค. 2568 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจของ Jobsdb ในปี 2567 พบองค์กรในไทยกว่า 25% มีแนวโน้มจะลดพนักงานลงเพื่อลดต้นทุนและปรับโครงสร้างองค์กร โดยส่วนมากเป็นการลดการจ้างงานพนักงานประจำเต็มเวลา (Permanent full-time) และหันไปจ้างงานแบบไม่เต็มเวลามากขึ้น ทั้งพนักงานประจำไม่เต็มเวลา (Permanent part-time) และพนักงานสัญญาจ้าง/พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา (Contractual/temporary part-time)

โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่พบว่าในปี 2565 มีการจ้างงานพนักงานประจำไม่เต็มเวลา อยู่ที่ 6% แต่ในปี 2567 เพิ่มขึ้นมาเป็น 42% เช่นเดียวกับพนักงานสัญญาจ้าง/พนักงานชั่วคราวไม่เต็มเวลา ปรับเพิ่มจาก 4% ในปี 2565 มาเป็น 28% ในปี 2567

“การปรับรูปแบบการจ้างงานเป็นการจ้างงานชั่วคราวมากขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการบริษัทที่ต้องการลดต้นทุนในภาวะที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน ขณะที่เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทำให้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องจ้างงานแบบฟูลไทม์ และส่วนหนึ่งยังเป็นเรื่องของเทรนด์เรื่อง Gig Economy คือการทำงานหลายจ็อบ หรือ แบบรับจ้างแล้วจบไปที่เพิ่มมากขึ้นด้วย”

ทั้งนี้การเปลี่ยนรูปแบบการจ้างงานดังกล่าวอาจกระทบต่อความมั่นคงในการทำงาน ระดับรายได้ รวมทั้งแรงงานอาจไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรกำกับดูแลอย่างเข้มงวดทั้งในด้านการจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายและสิทธิของแรงงาน

ส่วนกรณีของการเปิดสมัครใจลาออกที่อายุ 45 ปี นายดนุชา เปิดเผยว่า การเปิดให้สมัครใจลาออกเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างองค์กรที่ต้องการให้มีแรงงานใหม่ๆ ที่มีค่าจ้างต่ำกว่าแรงงานอายุ 45 ปีขึ้นไปเข้ามาทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้ที่สมัครใจลาออกต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องอาชีพที่จะทำต่อไปเนื่องจากเงินที่ได้รับจากการสมัครใจลาออกอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

“การสมัครใจลาออกเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แต่การตัดสินใจสมัครใจออกหรือไม่ต้องพิจารณาว่าจะทำอะไรที่จะเลี้ยงชีพได้ต่อไปด้วย เพราะภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันคงไม่สามารถลาออกไปแล้วเลี้ยงชีพได้โดยไม่ต้องทำงาน และเงินที่ได้จากสมัครใจออกไม่น่าทำให้มีชีวิตได้ถึง 80 ปี ตามอายุเฉลี่ย หากเตรียมพร้อมก็จะมีปัญหากับเรื่องสังคมในระยะถัดไปได้”

นายดนุชา เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์การจ้างงานในไตรมาส 2 ปี 2568 ผู้มีงานทำอยู่ที่ 39.5 ล้านคนปรับดีขึ้นเล็กน้อยที่ 0.02% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการว่างงาน อยู่ที่ 370,000 คน ลดลง 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอยู่ในกลุ่มที่เคยทำงาน 1.4 แสนคน และ กลุ่มที่ไม่เคยทำงาน 230,000 คน ขณะที่กลุ่มอุดมศึกษา อาชีวศึกษา เป็นกลุ่มที่ว่างงานมากสุด

สำหรับสถานการณ์ด้านแรงงานที่ต้องติดตามในระยะต่อไป ได้แก่

  • ผลกระทบจากการปรับอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อการจ้างงาน โดยสหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษีหลายรูปแบบ ทั้งการจัดเก็บภาษีเฉพาะในสินค้าบางรายการ (Specific Tariffs) การกำหนดภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ไทยถูกจัดเก็บที่ 19% รวมทั้ง สินค้าสวมสิทธิ (Transshipment) ที่อาจโดนเก็บภาษีที่ 40% ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวให้ดีเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสถานประกอบการของไทยไม่ให้มีการปรับโครงสร้างองค์กรและลดจำนวนพนักงาน ขณะที่ภาครัฐควรสนับสนุนการเปิดตลาดใหม่ควบคู่ไปด้วย
  • ปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว โดยข้อมูล ณ วันที่ 7 ส.ค. 2568 พบว่า มีแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาตทำงานหรือดำเนินการไม่ครบถ้วนอยู่ที่ 388, 051 ราย ขณะที่รัฐบาลกัมพูชายังมีการดำเนินมาตรการเชิงบังคับในการดึงแรงงานกลับประเทศ โดยปัจจุบันมีแรงงานกัมพูชาที่ได้รับใบอนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศไทย 520,000 ราย อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้เปิดนำเข้าแรงงานสัญชาติอื่นเพิ่มเติมในภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน

“แรงงานกัมพูชาที่กลับประเทศไป 80% คือแรงงานในภาคอุตสาหกรรม แต่ที่ผ่านมาไทยจัดการปัญหาแรงงานได้ระดับหนึ่ง โดยให้นำแรงงานจากประเทศอื่นเข้ามาเพิ่มเติมดังนั้นผลกระทบเรื่องแรงงานที่หายไปจึงเป็นผลระยะสั้น กระทบเศรษฐกิจไม่มาก”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...