โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ลงกว่า 200 จุด S&P 500 ติดลบ ขณะภาษีตอบโต้ของทรัมป์มีผล

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 07 ส.ค. 2568 เวลา 19.22 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2568 เวลา 22.49 น.

ซีเอ็นบีซี รายงานภาวะตลาดหุ้นวอลล์สตรีท วันพฤหัสบดี (7 ส.ค.68) หรือเมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทยว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลดลงอีกครั้ง และปิดตลาดในวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนทยอยเก็บกำไรบางส่วนจากหุ้นขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 ตัว ลดลง 224.48 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 43,968.64 จุด

ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.08% ปิดที่ 6,340.00 จุด

ส่วนดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.35% ปิดที่ 21,242.70 จุด

ดัชนีหลักๆ ผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงการซื้อขาย โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นมากกว่า 300 จุดในช่วงสูงสุด และลดลงมากกว่า 390 จุดในช่วงต่ำสุด

ดัชนีดาวโจนส์ซึ่งเป็นหุ้นบลูชิพถูกกดดันจากการลดลงของราคาหุ้น Caterpillar

ที่ร่วงลง 2.5% หลังจากที่ผู้ผลิตอุปกรณ์ก่อสร้างรายนี้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของภาษีศุลกากรต่อธุรกิจของบริษัท

Eli Lilly เป็นอีกหุ้นตัวหนึ่งที่ตกต่ำอย่างมากในช่วงการซื้อขาย โดยร่วงลงหนักประมาณ 14% หลังจากผลการทดลองขั้นสุดท้ายของยารักษาโรคอ้วนทำให้นักลงทุนผิดหวัง แม้ว่าบริษัทยายักษ์ใหญ่แห่งนี้จะประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สองที่สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ และปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปีขึ้นก็ตาม

นักลงทุนมองข้ามภาษีศุลกากร

หุ้นปรับตัวสูงขึ้นในช่วงแรกในวันพฤหัสบดี หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันก่อนว่าเขาจะจัดเก็บภาษีนำเข้าชิป เซมิคอนดักเตอร์ 100% แต่จะยกเว้นให้สำหรับบริษัทที่ "กำลังก่อสร้างโรงงานผลิตในสหรัฐอเมริกา"

การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อย่าง Advanced Micro Devices ปรับตัวสูงขึ้น 5.7% กองทุนอีทีเอฟ VanEck Semiconductor ETF ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 1%

หุ้น Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3% หลังจากที่ผู้ผลิต iPhone ประกาศแผนการที่จะใช้จ่ายลงทุนเพิ่มอีก 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กับบริษัท และซัพพลายเออร์ของสหรัฐ ในช่วงสี่ปีข้างหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการประกาศมูลค่าลงทุน 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่ Apple ได้ประกาศไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์

“เราจะเก็บภาษีนำเข้าชิป และเซมิคอนดักเตอร์ในอัตราที่สูงมาก” ทรัมป์กล่าวในห้องทำงานรูปไข่เมื่อวันพุธ “แต่ข่าวดีสำหรับบริษัทอย่าง Apple คือ หากคุณสร้างโรงงานในสหรัฐอเมริกา หรือให้คำมั่นสัญญาว่าจะสร้างในสหรัฐอเมริกาอย่างไม่ต้องสงสัย จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าใดๆ”

ตลาดได้เพิกเฉยต่อมาตรการ “ภาษีแบบตอบโต้” ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด รวมถึงการยื่นขอสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐ อาจยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากตัวเลขการจ้างงานในเดือนกรกฎาคม ที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลกระทบต่อตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

“ตอนนี้มีหลายสิ่งที่ต้องวิเคราะห์เกี่ยวกับภาษีศุลกากร และการค้า และโดยปกติแล้ว เมื่อคุณเห็นความซับซ้อนมากมายเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมมหภาคที่ไม่ได้ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจหรือผลกำไรในทันที ตลาดก็จะ… มองข้ามมันไป” แอนโทนี แซกลิมบีน หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Ameriprise กล่าว“ตลาดกำลังมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สามารถจับต้องได้ในขณะนี้ ซึ่งยังคงเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และผลประกอบการที่แข็งแกร่ง”

เขาคาดว่า ผลกระทบทางลบจากมาตรการภาษีของทรัมป์จะเริ่มปรากฏในข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ต่อมาในวันพฤหัสบดี ทรัมป์ประกาศว่าเขาได้เลือกสตีเฟน มิรัน ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ให้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เขาจะเข้ามาแทนที่เอเดรียนา คูเกลอร์ หลังจากการลาออกของเธอในวันศุกร์

ดัชนีหลักๆ มีแนวโน้มว่าจะเป็นสัปดาห์แห่งการปรับขึ้น ณ สิ้นวันพฤหัสบดี ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.6% ในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 0.9% ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิตคาดว่าจะพุ่งขึ้น 2.9%

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...