โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“BAM-BKA-UOB” จับมือปั้น “บ้านมือสอง”ดั๊มดอกเบี้ย3% เจาะตลาดกลาง-บน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 03.42 น.

BAM-BKA-UOB จับมือเป็นพันธมิตรนำบ้านมือสองNPA ราคา5-10ล้าน ตกแต่งใหม่ พร้อมให้สินเชื่อ3% คงที่ 3 ปี จับตลาดเรียลดีมานด์กลุ่มกลาง-บนกรุงเทพ-ชานเมือง วางเป้าปีแรก 5-10หลัง มูลค่า100ล้านบาท ระยะกลาง-ยาวแตะ 50-100 หลัง เฟส 2 เตรียมเจาะ Big Corporate กระตุ้นพนักงานซื้อบ้านใกล้ที่ทำงาน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ในฐานะผู้บริหารสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในตลาด บริษัทฯ ได้ขยายความร่วมมือครั้งสำคัญกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาและบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ซื้อจริง

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของทรัพย์สินที่BAM ถือครอง เพื่อพลิกทรัพย์ร้างให้กลายเป็นทรัพย์สร้างกำไรที่สามารถกลับเข้าสู่ตลาดในรูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดระดับกลางถึงบน

โดยมี บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาและรีโนเวทอสังหาริมทรัพย์เข้ามาบริหารจัดการทรัพย์สินให้มีศักยภาพสูงขึ้น โดยจะเน้นกลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงในตลาดเมืองขยายและเขตชานเมือง โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะสามารถดำเนินการร่วมกันได้ประมาณกว่า 100 ล้านบาท

นอกจากนี้ BAMยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยกลั่นกรองและปรับโครงสร้างหนี้ (Buffer) ของลูกหนี้ เพื่อลดภาระหนี้ของสถาบันการเงิน ทำให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ซึ่ง ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (UOB) จะเข้ามาเป็นพันธมิตรทางการเงินเพื่อสนับสนุนโครงการนี้

“ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) คือการนำ NPA เช่น คอนโดฯ บ้าน โรงงาน หรือที่ดินเปล่า มาพัฒนาและขายต่อ ซึ่งปัจจุบันเรามีทรัพย์สินเหล่านี้อยู่กว่า 24,000 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 72,000 ล้านบาท หากใช้ศักยภาพของ BAM เพียงอย่างเดียวในการระบายทรัพย์สินเหล่านี้ ก็อาจต้องใช้เวลานานถึง 25 ปี ดังนั้น การมีพันธมิตรอย่าง BKA เข้ามาช่วยพัฒนาและนำทรัพย์ออกสู่ตลาด จะช่วยให้ผู้ซื้อมือสุดท้ายสามารถเข้าถึงทรัพย์สินคุณภาพดีในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด”

เบื้องต้นคาดว่าในปีนี้จะสามารถรีโนเวททรัพย์ได้ประมาณ 5-10 หลัง และในระยะยาวมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 50-100 หลัง โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาบ้านใกล้ครอบครัวเดิม แต่บ้านมือหนึ่งมีราคาเกินเอื้อม นอกจากนี้ ในเฟสถัดไป BAMยังมองโอกาสในการขายทรัพย์มือสองให้กับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ (Big Corporate) เพื่อให้บริษัทสามารถจัดสวัสดิการบ้านพักอาศัยใกล้สถานที่ทำงานให้กับพนักงาน โดยเฉพาะในทำเลกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นทำเลที่มีการระบายทรัพย์ได้ง่ายที่สุด

ด้าน นายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญในการนำบ้านเก่ามาฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิตใหม่ และการร่วมมือกับ BAM ซึ่งเป็นผู้นำด้าน NPA ที่มีคุณภาพ และได้รับการสนับสนุนด้านสินเชื่อจาก UOB จะเป็นโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับวงการบ้านมือสองในประเทศไทย

โดยโมเดลนี้จะเป็นการพัฒนาแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับทรัพย์รอการขายจากBAM, การรีโนเวทโดย BKA และการให้สินเชื่อโดย UOB ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาให้กับคนไทยที่ต้องการมีบ้านคุณภาพดีในทำเลเยี่ยมและราคาจับต้องได้ และจะทำให้ทั้งสามองค์กรเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

“เรามีความพร้อมรองรับได้ 300-500 หลังต่อปีสำหรับงานรีโนเวทและขาย ตอนนี้เราเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และมีเป้าหมายที่จะต้องสร้างการเติบโตเพราะฉะนั้นเรายังสามารถที่จะรองรับนโยบายของBAMได้ ”

นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต้นทุนการก่อสร้างบ้านใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% ทำให้ตลาดบ้านมือสองมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น การนำบ้านที่มีโครงสร้างดีในทำเลชุมชนมาปรับปรุงโดยมืออาชีพ จึงเป็นการสร้างทั้งสินค้าและความต้องการใหม่ในตลาด

“เรามั่นใจว่าความร่วมมือกับBAM และ BKA จะช่วยเพิ่มยอดขายผ่านตลาดบ้านมือสองได้เป็นอย่างดี และช่วยลด Pain Point ของลูกค้า โดยเฉพาะในเรื่องของการประเมินราคาที่รวดเร็วขึ้น ทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้นในอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับบ้านมือหนึ่ง

ที่ผ่านมาวอลลุ่มสินเชื่อบ้านจากBAM และ BKAเฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 500 ล้านบาท เพราะฉะนั้นในความร่วมมือ 3 ปาร์ตี้นี้เราตั้งเป้าอย่างน้อยยอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบ้านเดี่ยวที่ BKA โอนราคาจะวิ่งอยู่ที่ประมาณ 5-10 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของสินเชื่อปัจจุบันดอกเบี้ยบ้านมือสองจะแพงกว่าบ้านมือหนึ่ง เพราะฉะนั้นในความร่วมมือนี้เราพยายามให้ดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่ 3 ปีแรก พร้อมฟรีค่าประเมินหลักประกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อได้สินเชื่อเต็มวงเงินตามราคาซื้อขาย และไม่ต้องหาเงินมา Top Up เหมือนการซื้อขายบ้านมือสองทั่วไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...