โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ชัตดาวน์สหรัฐ” ยืดเยื้อ 22 วัน ยาวนานสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ ยังไร้ข้อตกลงเงินอุดหนุนสุขภาพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ต.ค. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2568 เวลา 09.59 น.

"ชัตดาวน์สหรัฐ" ยืดเยื้อ 22 วัน ยาวนานสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ ยังไร้ข้อตกลงเงินอุดหนุนสุขภาพ นักเศรษฐศาสตร์เตือนผลกระทบเริ่มลาม เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัว

วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เวลา 16.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สถานการณ์ ชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งยืดเยื้อมานานถึง 22 วันติดต่อกัน ได้กลายเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยยังไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลาย เนื่องจากสองพรรคการเมืองยังคงขัดแย้งกันอย่างหนักในประเด็น เงินอุดหนุนค่าประกันสุขภาพ (health-care subsidies) ที่กำลังจะหมดอายุ

นักการเมืองทั้งสองฝ่ายคาดว่าหากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนเอเชียในปลายสัปดาห์นี้ การปิดหน่วยงานรัฐอาจลากยาวไปถึงเดือนพฤศจิกายน และอาจทำลายสถิติเดิมของการชัตดาวน์ 35 วันในสมัยแรกของเขา

การประชุมระหว่างทรัมป์กับสมาชิกวุฒิสภารีพับลิกันที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอังคารกลับยิ่งตอกย้ำจุดยืนของพรรครีพับลิกันที่จะไม่เจรจากับพรรคเดโมแครต ซึ่งเรียกร้องให้สภาคองเกรสจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประชาชนกว่า 22 ล้านคน ที่จะถูกขึ้นเบี้ยประกันในเดือนมกราคม

ด้าน ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา และ ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร ได้ขอเข้าพบทรัมป์ก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปต่างประเทศ แต่ผู้นำสหรัฐปฏิเสธ โดยยืนยันว่าจะพูดคุยหลังจากรัฐบาลเปิดทำการแล้วเท่านั้น

ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวที่ผ่านสภาผู้แทนฯ จะหมดอายุในวันที่ 21 พฤศจิกายน และจำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากเดโมแครตอย่างน้อย 8 เสียง เพื่อผ่านวุฒิสภา ซึ่งพรรครีพับลิกันยังคงปฏิเสธที่จะปรับแก้เงื่อนไขใด ๆ

จอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ฝ่ายรีพับลิกัน กล่าวให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีการลงมติเรื่องการต่ออายุเงินอุดหนุนประกันสุขภาพหลังจากรัฐบาลกลับมาเปิดทำการ แต่ชูเมอร์ตอบโต้ว่า “นั่นไม่ใช่ข้อตกลง แต่มันคือแผนการทางการเมืองที่ทอดทิ้งประชาชนอเมริกัน”

บลูมเบิร์กระบุว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการปิดหน่วยงานรัฐเริ่มชัดเจนขึ้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากพนักงานรัฐบาลกลางพลเรือนหลายแสนคนจะไม่ได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนเป็นครั้งแรกในวันศุกร์นี้

ทำเนียบขาวเตือนว่าอาจไม่สามารถใช้วิธีทางบัญชีพิเศษที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพื่อจ่ายเงินให้กับกองทัพ หรือคงโครงการอาหารช่วยเหลือประชาชน (federal food aid) ได้ในเดือนหน้า

แอนนา หว่อง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของ Bloomberg Economics ระบุว่า ชัตดาวน์ครั้งนี้อาจทำให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในระยะสั้น ก่อนจะกลับมาที่ระดับ 4.3% หลังรัฐบาลเปิดทำการอีกครั้ง แต่ผลกระทบจะรุนแรงเป็นพิเศษใน เขตวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีพนักงานรัฐและผู้รับเหมาจำนวนมาก

ในสภาผู้แทนราษฎร พรรครีพับลิกันภายใต้การนำของ ไมก์ จอห์นสัน ประธานสภาฯ ปฏิเสธที่จะกลับเข้าสภา โดยระบุว่า “ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเจรจา” พร้อมยืนยันว่าจะไม่แก้ไขร่างกฎหมายชั่วคราวเพื่อเอาใจพรรคเดโมแครต

จอห์นสันระบุว่า การพูดคุยเรื่องเงินอุดหนุนสุขภาพอาจมีขึ้นปลายปีนี้ แต่กลุ่มอนุรักษนิยมในพรรคเรียกร้องให้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น การจำกัดความคุ้มครองประกันสุขภาพภายใต้โครงการ Obamacare สำหรับบริการทำแท้งและการดูแลผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ขณะเดียวกันทำเนียบขาวถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังสั่งระงับหรือยกเลิกโครงการรัฐบาลมูลค่ากว่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ในรัฐที่พรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมาก และพยายามปลดพนักงานในหน่วยงานภายในประเทศ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และมหาดไทย แม้จะถูกศาลมีคำสั่งชะลอการเลิกจ้างไว้ชั่วคราว

นักวิเคราะห์มองว่าความตึงเครียดนี้สะท้อนความแตกแยกทางการเมืองของสหรัฐที่ยังไม่มีทางออกชัดเจน โดยแม้แต่สมาชิกสายกลางในวุฒิสภาต่างยอมรับว่าไม่มีสัญญาณใดของทางลงจากวิกฤตในขณะนี้

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...