โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จุดเปลี่ยนหลัง ‘Peace Deal’ ไทย-กัมพูชา

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 ต.ค. 2568 เวลา 19.35 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2568 เวลา 17.02 น.

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. วันพุธที่ 22 ต.ค.นี้ นายกฯหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น่าจะนั่งหัวโต๊ะประชุม ก.ตร.เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นประธาน ก.ตร.โดยตำแหน่ง แม้จะไม่ใช่การเข้า "กรมปทุมวัน" ครั้งแรก เพราะเคยมาเป็นประธานมอบนโยบายแก่ข้าราชการตำรวจ ในโครงการสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และระดับผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุมแจ้งยอดสุข ชั้น 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรม

พัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม ท่ามกลางการจับตาการประชุม ก.ตร.ครั้งนี้ จะมีวาระแต่งตั้ง "นายพล" นอกวาระหรือไม่ เนื่องจากตามไทม์ไลน์หนังสือเวียนที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. แจ้งเรื่อง ประกาศลำดับอาวุโสข้าราชการตำรวจระดับ ผบช.และ จตร.ลงมาถึง รอง ผบก.จะครบกำหนดตรวจสอบความถูกต้องภายใน 15 วัน ตรงกับวันที่ 22 ต.ค.พอดิบพอดี ถ้าจะมีการเสนอขออนุมัติ ก.ตร.แต่งตั้ง "นายพล" นอกวาระ แล้วก็เสนอบัญชีแต่งตั้งในทันที ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

สำรวจตำแหน่ง "นายพล" ว่าง หากจะมีการแต่งตั้งนอกวาระ ณ ตอนนี้ ก็มีอยู่ 3 ตำแหน่ง จาก "นายพล" ที่ได้รับอนุมัติ "ลาออก" ตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 27 หรือเออร์ลีรีไทร์ ประกอบด้วย พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รองจเรตำรวจแห่งชาติ เทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองจเรตำรวจ เทียบเท่า รอง ผบช. และ พล.ต.ต.นิรันดร์ ทองฤทธิ์ ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ตรวจรายชื่อผู้ที่คาดว่าจะได้ขยับขึ้นมาแทนตำแหน่งว่าง แบ่งเป็น รองจเรตำรวจแห่งชาติ เทียบเท่า ผู้ช่วย ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง มีชื่อ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบช.กมค.(นรต.47) เกษียณ 2574 อาวุโสลำดับ 2 และใกล้ชิดขั้วอำนาจการเมือง เป็นเต็ง 1 เพราะอาวุโสลำดับ 1 ในระนาบ ผบช. คือ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ถูกคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ศปก.ตร.อยู่ในตอนนี้ ส่วนผู้ที่จะขึ้นมาเป็น ผบช.กมค. ถูกโฟกัสไปที่ พล.ต.ต.อุกฤษฏ์ ศรีเสือขาม รอง ผบช.กมค. ที่มีความรู้ด้านกฎหมายและจะเกษียณวันที่ 30 ก.ย. 2569 น่าจะได้เลื่อนขึ้นแทน ๐

บรรยากาศ "วันตำรวจ" ประจำปี 2568 วันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา อาจจะไม่คึกคักเท่าไหร่ เพราะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายส่วน ต้องเสริมกำลังช่วยฝ่ายทหาร แต่กิจกรรม "วันตำรวจ" โดยภาพรวมก็ยังคงดำเนินการตามปกติ แบ่งงานเป็น 2 วัน 16 ต.ค. "ผบ.ต่าย" สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9, พิธีวางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4, พิธีสักการะรูปปั้นจำลอง พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ และพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานและเจริญพระพุทธมนต์ รวมทั้งมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลืองานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรม, ข้าราชการตำรวจและหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้ผ่านการคัดเลือกดีเด่นในด้านต่างๆ และพลเมืองดีที่ช่วยเหลืองานตำรวจ รวมจำนวน 128 ราย ส่วนวันที่ 17 ต.ค. มีพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5, พิธีถวายราชสักการะและถวายมาลัยพระบรมรูป รัชกาลที่ 9, พิธีสดุดีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ, พิธีวางพวงมาลาและพิธีตรึงหมุดแผ่นจารึกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของข้าราชการตำรวจและนักเรียนนายร้อยตำรวจ ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่พระราชทานพระวโรกาสให้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้แทนกองทัพบก ประกอบด้วย พล.อ.อานุภาพ ศิริมณฑล หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ซึ่งทำหน้าที่ประธานคณะทำงาน พล.ต.กิติศักดิ์ ถาวร ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 และ พล.ต.วินธัย สุวารี เลขานุการกองทัพบก เข้าเฝ้าฯ เพื่อรับพระราชทานพระนโยบายเกี่ยวกับการเข้าสนับสนุนการดำเนินงาน “กองทุนหทัยทิพย์“ ในโอกาสนี้ มีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพบกเข้าสนับสนุนการจัดสร้างหลุมบุคคล จำนวน 50 หลุม สำหรับใช้เป็นที่มั่นกำบังของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ และสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน จำนวน 8 แห่ง

นอกจากนั้น ยังพระราชทานพระวโรกาสให้ พล.อ. อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และคณะ ประกอบด้วย พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร, พล.อ.ศราวุธ จันทร์พุ่ม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, พล.ท.ชาคร บุญภักดี เจ้ากรมแผนที่ทหาร และ พล.ท.จุมภฏ นุรักษ์เขต เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร เฝ้าฯ รับพระราชทานพระนโยบายเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกราบทูลรายงานถึงแนวทางการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่วางแผนจะสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างหลักเขตแดนที่ 52-59 อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ติดต่อกับ อ.กอมเรียง จ.พระตะบอง กัมพูชา ซึ่งเขตแดนเป็นเส้นตรงระหว่างหลักต่อหลัก ระยะทางรวม 8.4 กิโลเมตร โดยศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ มีพระกระแสรับสั่งให้กองทัพไทยดำเนินการได้ทันที ด้วยทรงห่วงใยในความปลอดภัย คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ด้านความมั่นคง โดยสัปดาห์หน้ากองทัพบก และกองทัพไทย จะถวายรายงานความคืบหน้าอีกรอบ

มีแนวโน้มว่าการประชุม "คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา" หรือ JBC จะมีการประชุมต่อ แต่สำหรับการประชุม "คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา" หรือ GBC ต้องรอดูอีกรอบ จากผลประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งคาดว่า "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางมาด้วยตนเอง และจะมาเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อดูจากทิศทางของนานาชาติในการถล่มแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา น่าจะปูทางถึงการประชุมที่มาเลเซียด้วย เพื่อเอาไว้ใช้นวดฐานเงินเทาให้ทำข้อตกลง โดยเนื้อหาของ Peace Deal รอบนี้ จะเป็นการกำหนดข้อเรียกร้องของไทยทั้ง 4 ข้อที่คุยกันไว้ใน GBC แต่กัมพูชาไม่ทำตามเอาไว้ในเอกสาร โดยกัมพูชาต้องแสดงเจตนารมณ์ร่วมให้ชัด พร้อมเดินหน้าตั้งคณะ AOT ซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์ถาวรเข้ามาตรวจการบ้าน เพื่อให้เป็นการล็อกเพื่อทำตามสัญญาอีกครั้ง โดยจะมีระยะเวลาในการทำงานของ AOT ชัดเจน แต่ในที่สุดทั้งสองชาติจะเดินไปสู่สันติภาพหรือสงคราม ปัจจัยหลักก็อยู่ที่กัมพูชาเองจะยอมรับในปัญหาที่ตัวเองก่อขึ้นมาก่อนหรือไม่

ธงจีนโบกสะพัดที่ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อหมู่เรือฝึกของกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีนเทียบท่าประเทศไทย โดยมี พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และคณะ ร่วมให้การต้อนรับ นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ น.อ.พิเศษ สวี เจี้ยนกั๋ว รองผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือต้าเหลียน ในฐานะผู้บังคับหมู่เรือฝึก นักเรียนนายเรือจีน ซึ่งมีกำหนดเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 16-20 ต.ค. 2568 โดยมีเรือในหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือจีน จำนวน 2 ลำ ประกอบด้วย เรือ CNS QI JIGUANG (83) และเรือ CNS YIMENG SHAN (988) พร้อมกำลังพล 1,214 นาย ณ ท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ โดยกองเรือยุทธการได้จัดเรือหลวงช้าง และอากาศยานจากกองการบินทหารเรือออกไปร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทำการฝึกในหัวข้อการติดต่อสื่อสารในทะเล และได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเรือดังกล่าวด้วย ตอกย้ำสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมาอย่างยาวนาน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...