โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พิโกฯ ภูธรโวยยกร่างใหม่ ผุดผู้ถือหุ้นนอมินี-บีบกู้นอกระบบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ต.ค. 2566 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2566 เวลา 07.11 น.

กว่า 6 ปีที่กระทรวงการคลังเปิดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ขึ้นในเดือนธันวาคม 2559 และส่งมอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ถือดาบทำหน้าที่กำกับดูแล

คลังรื้อเกณฑ์เดิมเสริมช่องโหว่

ด้วยสถานการณ์การแข่งขันในการประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์มีมากขึ้น ณ เดือนมิถุนายน 2566มีผู้ประกอบกิจการพิโกไฟแนนซ์ที่ได้รับอนุญาตถึง 1,114 ราย จาก 75 จังหวัด ประกอบกับมีการปล่อยสินเชื่อออนไลน์ต่าง ๆ ส่งผลให้โครงสร้างและรูปแบบการประกอบธุรกิจเปลี่ยนไปจากเดิม

สศค.โดยกระทรวงการคลังจึงมีนโยบายจะปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกอบธุรกิจฉบับใหม่ขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป จึงได้มีการจัดทำร่างประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่องสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ) ฉบับใหม่ขึ้น และได้เปิดรับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 6-20 กันยายน 2566

โดยหลักเกณฑ์ใหม่ที่ค่อนข้างส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ เช่น การกำหนดให้ผู้ถือหุ้นเปิดบริษัทพิโกไฟแนนซ์ได้เพียง 1 บริษัท ใน 1 จังหวัด และผู้ถือหุ้นในบริษัทดังกล่าว ไม่สามารถแยกไปจัดตั้งบริษัทพิโกไฟแนนซ์แห่งใหม่ขึ้นอีกในจังหวัดเดียวกันได้ รวมถึงไม่ให้มีการปล่อยกู้ข้ามจังหวัด

อย่างไรก็ตาม คาดว่าประกาศฉบับปรับปรุงใหม่จะแล้วเสร็จภายในปลายเดือนตุลาคม 2566 และสามารถประกาศบังคับใช้ได้ทันภายในปีนี้

บูราพาณิชย์ชี้แก้ไม่ตรงจุด

นายบูรพงศ์ วรรักษ์ธารา กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูราพาณิชย์ จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จังหวัดขอนแก่น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ได้รับความเดือดร้อนมากจากการที่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กำลังจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินธุรกิจ

โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่ให้ผู้ถือหุ้นและดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของบริษัทหนึ่งที่ทำธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ในจังหวัดหนึ่ง สามารถถือหุ้นบริษัทอื่นในจังหวัดเดียวกันได้ ซึ่งผู้ประกอบการหลายคนตั้งบริษัทอยู่แล้วในจังหวัดเดียว 2-3 แห่ง ส่วนที่บางแห่งมีมากกว่า 10 บริษัทในจังหวัดเดียวอาจเป็นส่วนน้อย จาก 1,114 รายมีไม่ถึง 10%

โดยกฎหมายที่ออกมาจะมีผลย้อนหลัง โดยมีเวลาให้ผู้ประกอบการแก้ไขภายใน 180 วัน โดยต้องไปลดหุ้น ถอนหุ้นออกจากบริษัท หรืออาจจะต้องคืนใบอนุญาตและยกเลิกบริษัท ถือเป็นการลิดรอนสิทธิในการตั้งบริษัท ที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้จำกัดไว้ เพราะเป็นธุรกิจถูกกฎหมาย หากต้องบังคับใช้จริงก็ไม่ควรมีผลย้อนหลัง ควรใช้กับบริษัทใหม่

“อยากรู้ว่าประเด็นการปรับเปลี่ยนร่างกฎหมายนี้เพื่ออะไร ใครคือผู้เดือดร้อนกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน สศค.ตอบไม่ได้ว่าเกิดจากปัญหาอะไร เพียงให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เกิดการผูกขาด ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ที่ก่อตั้งขึ้นในแต่ละจังหวัดล้วนเป็นทุนท้องถิ่นรายย่อย จดทะเบียนไม่กี่ล้านบาท ไม่ใช่การผูกขาดเลย การตั้งหลายบริษัทในจังหวัดเดียว เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า

เพราะลูกค้าบริษัทพิโกไฟแนนซ์ แห่งเดียวกู้ได้เพียง 5 หมื่นบาท หรือลูกค้าพิโกพลัสกู้ได้แค่ 1 แสนบาท ซึ่งบางครั้งลูกค้าอยากได้เงินกู้ 2 แสนบาท ฉะนั้นการมีมากกว่า 1 บริษัทจะสามารถให้บริการกับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ และเมื่อรวมดอกเบี้ยก็ไม่ได้สูง ในแวดวงธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ไม่มีใครเดือดร้อน ต่างคนต่างดำเนินธุรกิจของตัวเอง อยู่คนละจังหวัด”

นายบูรพงศ์กล่าวต่อไปว่า หากกรณีที่ สศค.ต้องการแก้ปัญหาการผูกขาด ห้ามตั้งบริษัทเกิน 1 แห่ง แต่กลับไม่ห้ามการเปิดสาขาเพิ่ม ถ้า 1 บริษัทขยายสาขาได้นับ 1,000 สาขา จะแก้ปัญหาการผูกขาดได้หรือไม่ กฎหมายนี้คล้ายว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด อนาคตอาจมีนอมินีเกิดขึ้นแทน การปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้จึงไม่ตอบโจทย์และไม่ควรถูกนำมาใช้

18 บริษัทย่อย “ทรีมันนี่” กระทบ

“บริษัท ทรีมันนี่ โฮลดิ้ง จำกัด” ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักจากร่างหลักเกณฑ์ใหม่

เนื่องจากลักษณะการประกอบธุรกิจตามข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าเพจ “บริษัท ทรีมันนี่ โฮลดิ้ง จำกัด” ถือเป็นบริษัทแม่เข้าไปลงทุนในกิจการ และให้สินเชื่อในกิจการ โดยมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ในสัดส่วนร้อยละ 100 จำนวน 18 บริษัท ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ

และดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ สศค. ครอบคลุมพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวมถึงจังหวัดข้างเคียง ได้แก่ ปราจีนบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ บริษัทยังถือหุ้นในบริษัท เดอะ วูลฟ์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 91 ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนลูกค้าในการจัดหาสินเชื่อ และช่วยเหลือลูกค้าในการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ร้องรัฐถกทางออกร่วมกัน

นายไชยวัฒน์ อึงสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ทรีมันนี่ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ร่างกฎหมายที่ออกมามีอยู่ 3 เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ คือ

1.ให้ผู้ประกอบการผู้ถือหุ้นในบริษัทพิโกไฟแนนซ์ ได้เพียงบริษัทเดียวใน 1 จังหวัด

2.ห้ามผู้ประกอบการเป็นกรรมการบริษัทมากกว่า 1 บริษัทในจังหวัดเดียวกัน

3.ห้ามบริษัทพิโกไฟแนนซ์ระดมทุน หรือชักชวนคนมาลงทุน

ส่วนใหญ่หลายบริษัทพิโกไฟแนนซ์จดทะเบียนมากกว่า 1 บริษัทในจังหวัดเดียวกัน เพราะยอดสินเชื่อที่ลูกค้ามาขอกู้มักได้น้อยกว่าความเป็นจริง ยกตัวอย่าง เช่น การนำโฉนดที่ดินที่มีราคาสูงมาค้ำประกัน แต่กลับกู้เงินได้สูงสุดเพียง 50,000 บาท หากต้องการเงินเพิ่ม ต้องไปขอกู้ในบริษัทที่ 2 บริษัทที่ 3 เพื่อให้ได้เงินอย่าง “ยุติธรรม” ซึ่งก่อนหน้านี้ “รัฐบาลไม่มีกฎห้าม”

เมื่อปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์จึงส่งผลกระทบเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการบางรายลงทุนร่วมกันหลายบริษัทแล้วใช้ชื่อบุคคลเดียวเป็นกรรมการสามารถบริหารบริษัทได้สะดวก

“ร่างประกาศฉบับใหม่คล้ายต้องการสร้าง CEO เพิ่มขึ้นอีกนับพันคน นอกจากนี้ยังสร้างปัญหา เพราะลูกค้าที่กู้เงินไปแล้ว ต้องใช้เวลาหาเงินมาคืนก็ค่อนข้างยาก เรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ฟ้องร้องต้องใช้เวลาอีกหลายปี เรียกได้ว่ากระทบอย่างมาก”

สศค.ร่างกฎออกมาแล้วใช้คำว่า เพื่อป้องกัน “การผูกขาดสินเชื่อ” เหมือนป้องกันไม่ให้พิโกไฟแนนซ์เติบโต โดยไม่ได้พูดคุยหารือกับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ไม่หาแนวทางร่วมกัน ถ้าเป็นแบบนี้เกณฑ์การปล่อยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ต้องมากกว่า 50,000 บาท พิโกพลัสต้องมากกว่า 100,000 บาท ตามความต้องการของลูกค้า ถ้าไม่ได้ สุดท้ายผู้ประกอบการคงคืนใบอนุญาตแล้วยกเลิกกิจการ

เรื่องนี้ประเด็นหลักอยู่ที่การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยหนี้นอกระบบเข้ามาสู่ระบบพิโกไฟแนนซ์ที่ดอกเบี้ยน้อยกว่า และการออกกฎหมายแบบนี้เหมือน “บีบคนให้กลับเข้าไปสู่หนี้นอกระบบ” อีกครั้ง ที่ผ่านมาผู้ถือหุ้นและผู้บริหารของกลุ่มบริษัท เคยประกอบธุรกิจปล่อยสินเชื่อนอกระบบ ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ดำเนินการมากว่า 20 ปี ทำให้มีความเข้าใจธุรกิจ และลูกค้า

สำหรับทรีมันนี่ถือหุ้นธุรกิจพิโกไฟแนนซ์อยู่ถึง 3 บริษัท ถ้ารัฐบาลกำหนดให้ถือหุ้นได้บริษัทเดียว อีก 2 บริษัทคงต้องปรับพอร์ตลูกหนี้แล้วคืนใบอนุญาต ในฐานะหนึ่งในผู้ประกอบการพิโกอยากร้องขอรัฐบาล หากประกาศร่างกฎหมายออกมาบังคับใช้จริง 1.ตั้งกองทุนซื้อพอร์ตลูกหนี้และซื้อกิจการพิโกไฟแนนซ์ไปบริหารเอง เพราะคงไม่มีใครมารับซื้อบริษัทไปบริหารต่อ

2.เพิ่มวงเงินขอกู้ให้กับลูกค้า ให้สามารถกู้เงินพิโกไฟแนนซ์ได้มากขึ้น เพราะในตลาดเฉลี่ยยอดเงินกู้ทั่วไปวงเงินเกิน 150,000 บาทต่อราย มีหนี้นอกระบบอยู่มากกว่าที่รัฐบาลเข้าใจ

นายไชยวัฒน์กล่าวว่า การเป็นหนี้โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนมีอยู่ในทุกอาชีพ และพิโกไฟแนนซ์ถูกตั้งมาเพื่อแก้หนี้นอกระบบ ประเทศไทยมี 75 จังหวัด มีผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไปแล้ว 1,114 บริษัท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เพราะแต่ละจังหวัดมีหลายอำเภอ ผู้ประกอบการขยายไปตามความต้องการของลูกค้า

แต่หากให้เหลือ 1 บริษัทต่อ 1 จังหวัด ผู้ประกอบการทำพิโกไฟแนนซ์น่าจะเหลือไม่ถึง 1,000 ราย อยากให้ สศค.จัดประชุมสัมมนาร่วมกับผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...