ส่อง ‘เถ้าแก่น้อย’ ดูดีกว่าที่เคย!!
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 ก.ย 2566 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 03.19 น. • The Bangkok Insight“เถ้าแก่น้อย” ดูดีกว่าที่เคย คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนยอดขายในประเทศในครึ่งหลังของปี 2566
บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น TKN ที่เรารู้จักกันดีในฐานะผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยว ประเภทสาหร่ายทั้งในและต่างประเทศภายใต้แบรนด์ "เถ้าแก่น้อย" รวมถึงขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ถือเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ Outperform ตลาดในปีนี้
หุ้น TKN ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (Year to Date ณ วันที่ 12 กันยายน 2566) อยู่ที่ 18.97% ตรงกันข้ามกับ SET Index วิ่งเป็น Sideway Down ไม่บวกไม่ลบและไม่ไปไหน นอกจากนี้ หากย้อนไปเทียบกับปีที่แล้ว จะพบว่าหุ้น TKN ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงถึง 80.39%
สาเหตุหลักเป็นเพราะฐานที่ต่ำของราคาหุ้น TKN ในช่วงปี 2564 ซึ่งเจอทั้งแรงกดดันจาก Sentiment ที่กลุ่มครอบครัวพีระเดชาพันธ์ลดสัดส่วนการถือหุ้นบริษัท ประกอบกับปัจจัยทางพื้นฐานที่กลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปหลังจากถูกโควิดเล่นงาน
ทว่าปี 2565 บริษัทเริ่มพลิกฟื้นกลับมาได้ในแง่ของราคาหุ้นด้วย รวมทั้งยังสร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไร จากการเติบโตของยอดขายในทุกตลาด โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ที่บริษัททำการตลาดสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สาหร่ายเป็นหนึ่งใน เฮลตี้ สแน็ค ที่อยู่ในชีวิตประจำวันได้ ขณะที่ตลาดหลักในจีน ก็เริ่มมีการผ่อนคลายส่งผลให้ยอดขายสินค้าฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ TKN ได้จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ก็มีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับแนวทางของบริษัทในหลายประเด็น ดังนี้
1. TKN เพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2566 จาก 15% เป็น 20% บ่งชี้ว่ายอดขายช่วงครึ่งหลังของปี คาดจะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก และนี่ยังไม่รวม upside risk จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
ภายในประเทศ
2. วางเป้าหมายยอดขายระหว่างปี 2567 - 2568 เติบโตเฉลี่ย 15%
3. แผนการผลิตป๊อปคอร์นให้กับ MAJOR จะเริ่มในเดือนกันยายนนี้
4. TKN มีแผนที่จะปรับราคาขายของผลิตภัณฑ์บางประเภทขึ้น เพื่อชดเชยต้นทุนสาหร่ายที่คาดว่าจะ
สูงขึ้นในไตรมาส 4/2566 แต่จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้คงสูงกว่า 30%
5. ตลาดต่างประเทศทำผลงานได้ดีมาก โดยเฉพาะในสหรัฐ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งระยะเวลา
เฉลี่ยจากวันที่ขายสินค้าจนถึงวันเก็บเงินได้จากลูกหนี้ (A/R day) โดดเด่นเพียง 14 วัน
บล. กสิกรไทย มีมุมมองเชิงบวกต่อ TKN เนื่องจากคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนยอดขายในประเทศในครึ่งหลังของปี 2566 ในขณะที่หน่วยธุรกิจระหว่างประเทศดูจะมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากยอดขายเพิ่มขึ้นทุกไตรมาสตามการขยายความครอบคลุมไปยังร้านค้าเครือข่ายโมเดิร์นเทรดในต่างประเทศ และ A/R day ที่โดดเด่นเพียง 14 วัน แสดงถึงธุรกรรมที่ดำเนินเกือบเทียบเท่าเงินสด ทำให้โอกาสสต็อกสะสมในต่างประเทศและการสร้างปริมาณการขายที่เกินจริงลดลง
โดยปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2566 - 2568 ขึ้น 0.1% 4.4% และ 4.9% ตามลำดับ จากแนวโน้มร้านอาหารและการรับรู้รายได้จากการผลิตป๊อปคอร์นให้กับ MAJOR ที่ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มสมมติฐานกำไรสุทธิปี 2567 - 2568 อีก 27 ล้านบาท และ 29 ล้านบาท
พร้อมแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TKN และเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 เป็น 15 บาท จาก 13.7 บาท ปัจจัยหนุน ได้แก่
1. แนวโน้มครึ่งหลังของปี 2566 ที่แข็งแกร่งจากการเป็นไฮซีซั่น และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
2. ธุรกิจข้างเคียงจะสร้างรายได้เสริมให้กับการดำเนินงานหลัก
3. มูลค่าหุ้นที่ยังไม่แพง ณ ปัจจุบัน หุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 2566 ที่ 25.6 เท่า
อ่านข่าวเพิ่มเติม