โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

(ว่าที่) รัฐมนตรี กับ นโยบายพรรคที่หาเสียงไว้

VoiceTV

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 04.03 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองรวม 11 พรรค ได้แถลงการณ์จัดตั้งรัฐบาล (21 ส.ค.2566) มีใจความว่า

ทุกพรรคได้ทำข้อตกลงร่วมกัน ในการนำนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่หาเสียงไว้เป็นนโยบายหลักในการบริหารประเทศ เช่น digital wallet, ที่ดินทำกิน, ขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ 600 บาทภายในปี 2570, เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท, เกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ, เพิ่มราคาพืชผลเกษตร, แก้ปัญหาความขัดแย้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้, กัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ และจะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (คงไว้ในส่วนของหมวดที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์) โดยพรรคร่วมทั้งหมดจะนำนโยบายองเพื่อไทยเข้ามาบูรณาการร่วมกับนโยบายของตน

สัดส่วนการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วย ตามจำนวนส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้ง มีดังนี้

  • เพื่อไทย (141 ที่นั่ง) : รมว. 8 กระทรวง/ รมช. และรัฐมนตรีสำนักนายกฯ รวม 9 ตำแหน่ง
  • ภูมิใจไทย (71 ที่นั่ง) : รมว. 4 กระทรวง / รมช. 4 ตำแหน่ง
  • พลังประชารัฐ (40 ที่นั่ง) : รมว. 2 กระทรวง / รมช. 2 ตำแหน่ง
  • รวมไทยสร้างชาติ (36 ที่นั่ง) : รมว. 2 กระทรวง / รมช. 2 ตำแหน่ง
  • ชาติไทยพัฒนา (10 ที่นั่ง) : รมว. 1 กระทรวง
  • ประชาชาติ (9 ที่นั่ง) : รมว. 1 กระทรวง

ล่าสุด 29 ส.ค.2566 ได้มีการนำรายชื่อ ‘ผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี’ เข้าตรวจสอบคุณสมบัติโดยสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) โดย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามในหนังสือกราบบังคมทูลเกล้าฯ รายชื่อ แล้วให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ส่งเรื่องให้กับสำนักราชเลขาธิการ เพื่อรับไปดำเนินการ

โผล่าสุด มีการปรับเปลี่ยนโควต้าเก้าอี้จากเดิม นั่นคือ เก้าอี้ รมว. จากเพื่อไทย เพิ่มขึ้น 1 กระทรวง ส่วนเก้าอี้ รมช.และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รวมกัน ลดลง 1 เก้าอี้

รัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วย ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายกเศรษฐา ทวีสิน จากพรรคต่างๆ ได้นั่งกระทรวงใดบ้าง และพรรคเหล่านั้นเคยหาเสียงที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงที่พวกเขาดูแลไว้อย่างไร ?

กระทรวงการคลัง

มี ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี นั่งควบเป็นรัฐมนตรีว่าการ และมี จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส. พรรคเพื่อไทย และ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลังที่กำลังจะเกษียณในเดือนกันยายนนี้ นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.)

นโยบายพรรคเพื่อไทย : กระเป๋าเงินดิจิทัล, เขตธุรกิจใหม่

  • กระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ด้วยใช้จ่ายใกล้บ้านด้วยกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet)
  • เพิ่มรายได้ภาคแรงงานและการจ้างงานในปี 2570 โดยการตกลงร่วมระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ โดยพิจารณาขึ้นค่าแรงจาก การเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลิตภาพแรงงาน และอัตราเงินเฟ้อ
  • เงินเดือนปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเดือนในปี 2570
  • ทุกครอบครัวมีรายได้ ไม่น้อยกว่า 20,000 บาท/เดือน ผ่านระบบบ Learn to Earn เพื่อเสริมทักษะและหางาน
  • สร้างเขตธุรกิจใหม่ 4 แห่งเป็นพื้นที่นำร่อง ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ ด้วยความพร้อมทางด้านมหาวิทยาลัย สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมเพื่อขับเคลื่อน Start-ups และ SMEs สู่การสร้างรายได้ใหม่ให้แก่ประชาชน ด้วยกุญแจ 3 ดอก ดังนี้

> กุญแจดอกที่ 1 กฎหมายธุรกิจชุดใหม่ เป็นการปลดล็อกปัญหาการทำธุรกิจของ Start-ups และ SMEs ในทุกมิติรวมถึงดึงเงินนักลงทุนจากต่างชาติ เข้าแก้ไขปัญหาด้านใบอนุญาตต่างๆ ปัญหาแรงงาน การนำเข้าส่งออก และการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ

> กุญแจดอกที่ 2 สิทธิประโยชน์ใหม่ โดยให้สิทธิในการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนำเข้า จะไม่แพ้ที่ใดในโลก

> กุญแจดอกที่ 3 ระบบนิเวศทางธุรกิจใหม่ โดยการสร้างสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ระบบการศึกษาและการผลิตคนทำงานใหม่ ระบบธนาคารใหม่ เพื่อผลักดันให้ภาคเอกชนขับเคลื่อนได้

> เขตธุรกิจใหม่จะเริ่มจากหัวเมืองก่อน เช่น ภาคเหนือคือจังหวัดเชียงใหม่ เพราะมีสาธารณูปโภคพื้นฐานครบครันเป็นทุนเดิม และเมื่อธุรกิจในพื้นที่เติบโตก็จะกระจายไปสู่จังหวัดใกล้เคียง เช่น ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน ด้วยเช่นกัน อีกทั้งประชากรในจังหวัดรอบข้างเหล่านี้ก็จะมีทางเลือกในการทำงานที่ใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น ทรัพยากรจะกระจาย ไม่กระจุกอยู่แค่ในกรุงเทพฯ อีกต่อไป

กระทรวงกลาโหม

มี ‘สุทิน คลังแสง’ สส. จากเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคเพื่อไทย:

  • ยกเลิกการเกณฑ์ทหารจากการบังคับ ให้เป็นโดยสมัครใจ
  • เปิดกว้างในการสมัครออนไลน์ให้ทำง่ายและครอบคลุม โดยไม่กำหนดเป้าหมายการรับ เพื่อทำให้เป็นทหารมืออาชีพ
  • ปรับลดงบกลาโหมลง 10 % ป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง ให้งบประมาณที่ใช้เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริง
  • เปลี่ยนค่ายทหารเป็นวิทยาลัย คืนความเป็นธรรมให้ทหารชั้นผู้น้อย เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้

กระทรวงสาธารณสุข

มี ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ สส. จากเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ และมี สันติ พร้อมพัฒน์ จากพลังประชารัฐ นั่งเก้าอี้ รมช.

นโยบายพรรคเพื่อไทย: ยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค

  • บัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทั่วไทย
  • รักษาและจ่ายยาออนไลน์ ลดภาระของผู้ป่วยและแพทย์
  • ฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรีให้เด็กหญิงอายุตั้งแต่ 9-11 ปีทุกคน
  • Mental Health ปัญหาสุขภาพจิต รักษาได้ใกล้บ้าน สุขภาพจิตคนไทย ให้คำปรึกษาจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิก ทั้งที่โรงพยาบาลและระบบ Telemedicine
  • สร้างสถานชีวาภเิบาล ดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพื่อให้ลูกหลานมีเวลาไปทำงาน
  • กทม. ต้องมีโรงพยาบาลรัฐขนาด 120 เตียงขึ้นไปทุกเขต
  • ดันกัญชาทางการแพทย์ การวิจัย และเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชน

กระทรวงคมนาคม

มี‘สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ’ สส. จากเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ และมี สุรพงษ์ ปิยะโชติ, มนพร เจริญศรี จากพรรคเพื่อไทยนั่งตำแหน่ง รมช.

นโยบายพรรคเพื่อไทย : พลิกโฉมระบบคมนาคมทั่วประเทศ

  • รถไฟฟ้า กทม. 20 บาทตลอดสาย ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้โดยสาร โดยรัฐบาลต้องเข้ามาเจรจากับภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้ลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน
  • ติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้รถไฟชั้นสามทุกขบวน ปรับปรุงสภาพภายในเพื่อคุณภาพการเดินทางของผู้ใช้รถไฟชั้นสามทั่วประเทศ
  • ยกระดับรถไฟโดยสารทั่วประเทศให้สามารถเป็นการเดินทางแบบไปกลับประจำ (Commute) ได้ พร้อมสร้างระบบ Feeder เชื่อมโยงแต่ละ Hub เช่น เส้นทาง นครราชสีมา-กรุงเทพฯ เพิ่มความเร็วให้ได้เป็น 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • เร่งการเชื่อมโยงรถไฟขนส่งสินค้า จากลาวเข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบัง และสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบขนส่งสินค้าไปยังท่าเรือแหลมฉบังที่กำลังขยายตัวรองรับสินค้า 18 ล้านตู้ต่อปี ขจัดปัญหาคอขวดในกระบวนการกระจายสินค้าเกษตรตลอดโซ่อุปทาน และเพื่อสร้าง Ecosystem ยกระดับไทยเป็น Logistics Hub ของเอเชีย ทั้งทางทะเลและทางอากาศ
  • เชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มปริมาณทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยวกับจีนและประเทศในอาเซียน เส้นทางรถไฟดังกล่าวยังเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมใหม่ (Silk Road Economic Belt) เพื่อเชื่อมไปเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง รัสเซีย และยุโรป

กระทรวงการต่างประเทศ

มี ‘ปานปรีย์ พหิทธานุกร’ จากเพื่อไทย เป็น รัฐมนตรีว่าการ และมี จักรพงษ์ แสงมณี จากพรรคเพื่อไทย นั่งเก้าอี้ รมช.

นโยบายพรรคเพื่อไทย: เรียกคืนเสถียรภาพทางการทูตให้ประเทศไทย

  • เดินสายสร้างสัมพันธ์ทั่วโลก เพื่อเปิดประตูโอกาสให้ประเทศไทยมีโอกาสได้เพิ่มพื้นที่ในตลาดโลรวมถึงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และการท่องเที่ยวให้เติบโตขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า
  • สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง กระจายและสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้ทั่วถึงใดระดับท้องถิ่น เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลมาให้กับประชาชน
  • สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เข้มแข็งและหลากหลาย เสริมอิทธิพลหนังสือเดินทางไทย พาคนไทยเดินทางไปได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องขอวีซ่า

กระทรวงพาณิชย์

มี ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ จากเพื่อไทย เป็น รัฐมนตรีว่าการ โดยมีมีนภินทร ศรีสรรพางค์ จากภูมิใจไทย และไผ่ ลิกค์ จากพลังประชารัฐ ขนาบข้างนั่งเก้าอี้ รมช.

นโยบายพรรคเพื่อไทย: เขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone – NBZ)

  • สร้างทางเลือกให้เกษตรกรเพื่อผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ เปิดตลาดใหม่เพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าให้เกษตร
  • ใช้นวัตกรรม Blockchain เพื่อประกันราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้า สร้างความเป็นธรรมให้เกษตรกรด้วยการให้ราคาผลผลิตที่เกษตรกรควรได้รับ

กระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES)

มี ‘ประเสริฐ จันทรรวงทอง’ จากเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคเพื่อไทย: รัฐบาลดิจิทัลเพื่อประชาชน

  • Digital Government เปลี่ยนจากรัฐอุปสรรค เป็น ‘รัฐสนับสนุน’ เพื่อปลดล็อคศักยภาพของประชาชนและผู้ประกอบการให้เป็นฟันเฟืองขับเคลื่นเศรษฐกิจไปด้วยกันและในขณะเดียวกันคือลดช่องทางการคอรัปชั่น
  • การสร้าง One Stop Service สำหรับการให้บริการภาครัฐ การขออนุญาติ อนุมัติต่างๆ จะต้องง่ายสะดวกอยู่ในแพลตฟอร์มเดียว
  • ลดดุลพินิจเจ้าหน้าที่ สร้างกฏเกณฑ์ชัดเจนโดยใช้ระบบเข้ามาเป็นตัวจดเช่น การใช้ Smart Contract เพื่อลดโอกาสในการคอรัปชั่น
  • กำหนดระยะเวลาในการอนุมัติให้แน่นอน เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และตัดปัญหาการเตะถ่วงและปิดช่องการเรียกเก็บค่าอนุมัติ
  • สนับสนุน Central Bank Digital Currency (CBDC) และเดินหน้าพัฒนาร่วมกันธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับทุกคน เพื่อยกระดับระบบการเงินของประเทศเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

กระทรวงวัฒนธรรม

มี ‘เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช’ จากเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคเพื่อไทย : 1 ครอบครัว 1 ซอฟท์พาวเวอร์ โดย THACCA

  • เฟ้นหาศักยภาพของคนไทยทุกครอบครัว อย่างน้อยครอบครัวละ 1 คน เพื่อนำมาส่งเสริมบ่มเพาะศักยภาพ ผ่าน “ศูนย์บ่มเพาะทักษะสร้างสรรค์” ที่จะมีในทุกระดับตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ไปจนถึงระดับประเทศ ให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้เพื่อเพิ่มทักษะสร้างสรรค์ของตัวเองในทุกด้าน เช่น ทำอาหาร ร้องเพลง ออกแบบ ศิลปะ กีฬา และอื่นๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อสร้างแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน ที่มีรายได้อย่างน้อย 200,000 บาทต่อปี
  • เรียนฟรี มีทุนให้ เพิ่มทักษะนักออกแบบ ผ่านศูนย์บ่มเพาะของนโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS) ฟรี! รวมถึงสนับสนุนทุนเรียนต่อด้านการออกแบบในต่างประเทศ
  • สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง เพื่อรองรับแรงงานทักษะสูง โดยจะสนับสนุนทุกอุตสาหกรรมซอฟท์พาวเวอร์ ผ่านการปลดปล่อยเสรีภาพ ปลดล็อคกฎหมาย ทลายทุกอุปสรรค สนับสนุนเงินทุน ขยายการส่งออกผ่านนโยบายต่างประเทศ โดยมี “THACCA” (Thailand Creative Content Agency) ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จและงบประมาณที่เพียงพอทำหน้าที่สร้างระบบนิเวศทั้งหมดเพื่อสร้างอุตสาหกรรมซอฟท์พาวเวอร์ไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
  • ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขยาย TCDC ครบทุกจังหวัด เพิ่ม Co-Working Space สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวด้วยระบบขนส่งมวลชน และลงทุนถนน ราง เรือ ขยายสนามบิน
  • ปลดปล่อยเสรีภาพในการแสดงออก เลิกเซนเซอร์ เปิดพื้นที่แสดงออก ไม่ตีกรอบความคิดสร้างสรรค์
  • ปรับปรุงกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ย้ายกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยมาอยู่ภายใต้ THACCA และปรับปรุงระเบียบกองทุนเพื่อสนับสนุนศิลปะร่วมสมัยอย่างครอบคลุม รวมถึงสนับสนุนให้ศิลปินไปแสดงงานศิลปะและส่งไปเรียนต่อต่างประเทศ
  • ลดภาษีอุปกรณ์ศิลปะ เหลือ 0% ลดภาษีอุปกรณ์ศิลปะจากเดิมที่เก็บอยู่ 10% ให้เหลือ 0% เพื่อให้ศิลปินได้ใช้อุปกรณ์ที่ดีในราคาถูก
  • 1 ตำบล 1 ลานสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้ศิลปินสามารถแสดงผลงานได้อย่างเต็มที่ในทุกเขตทุกตำบลทั่วประเทศ
  • แจกคูปองท่องฝันให้แก่เยาวชนเพื่อนำไปดูงานสร้างสรรค์ได้ทุกสาขา ไม่ใช่เฉพาะศิลปะเท่านั้น แต่รวมถึงไปซื้อหนังสือ ดูคอนเสิร์ต เสพดนตรี และอื่นๆ
  • รัฐบาลจะช่วยเอกชนในการส่งออกผลงาน สินค้าออกแบบ และพาไปจัดแสดงงานที่ต่างประเทศ รวมถึงพานักออกแบบไทยไปจดลิขสิทธิ์ที่ต่างประเทศ
  • ตั้งร้านเพื่อขายสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าออกแบบ/แฟชันไทย และสินค้า OTOP ณ ใจกลางมหานครใหญ่ทั่วโลก

กระทรวงการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

มี ‘สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล’ จากเพื่อไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคเพื่อไทย: Hub of Asia

  • รายได้จากการท่องเที่ยวที่พึ่งเริ่มฟื้นตัวหลังการระบาดของ COVID19 จากประมาณ 7 แสนล้านบาท ในปี 2565 เป็น 3 ล้านล้านบาทในปี 2570 เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ไปทุกพื้นที่
  • วางตัวให้เป็น Festival Hub of Asia สร้างเทศกาลไทยให้ไปถึงระดับโลก เช่น เทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายน เทศกาลลอยกระทงเดือนพฤศจิกายน เทศกาลสินค้าเกษตร เทศกาลแข่งขันมวยไทย และดึงเทศกาลระดับโลกมาจัดในประเทศไทย เช่น เทศกาลดนตรี เทศกาลศิลปะและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงต่างๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเม็ดเงินเข้าประเทศในทุกภาคส่วน ในขณะเดียวกันเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าร่วมกิจกรรมระดับโลก
  • เน้นการสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและเสน่ห์ความเป็นไทยให้ได้มากที่สุด
  • พัฒนาประเทศไทยให้เป็น Regional transport hub ทั้งในด้านผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าทางอากาศ จัดตารางการบินให้มีประสิทธิภาพเชื่อมต่อสายการบินเพื่อให้สายการบินจากทั่วโลกมาต่อเครื่องที่ไทย
  • ยกระดับสนามบินนานาชาติให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวน 120 ล้านคนและปริมาณการขนส่งสินค้า cargo จำนวน 3 ล้านตันภายในปี 2570
  • พัฒนาการจัดการอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้าน ลดกระบวนการการตรวจเอกสารให้สะดวกรวดเร็ว เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางเข้าออกที่สนามบินนานาชาติให้มากขึ้นสำหรับทั้งชาวไทยและต่างชาติ คิวไม่ยาว กระเป๋าไม่หาย ไม่โดนแท๊กซี่โกง
  • เจรจากับประเทศต่างๆ เพื่อปลดภาระในการขอวีซ่าเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและยกระดับหนังสือเดินทางไทยให้สามารถเดินทางไปทั่วโลก
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางด้านการแพทย์และสุขภาพมุ่งทำให้ประเทศไทยเป็น “Wellness Destination” ของเอเชีย เพื่อดึงดูดเม็ดเงินและความรู้ พัฒนาและเพิ่มทรัพยากรทางบุคคลากรทางการแพทย์เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุขให้เพียงพอและทันสมัย สนับสนุนอุตสหกรรมอาหารเกษตรเพื่อสุขภาพ สมุนไพรและแพทย์ทางเลือก
  • จัดทัวร์นาเมนต์มวยไทยกระจายไปทั่วโลก
  • ยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทย พัฒนาลีกเยาวชนและยุวชนทั่วประเทศ พาบอลไทยไปเวทีโลก
  • ดึงดูดให้การแข่งขันและการจัดประชุมเสวนากีฬาระดับโลกมาจัดที่ประเทศไทย
  • สร้างศูนย์ฝึกกีฬาที่โรงเรียนใกล้บ้านโดยผู้สอนมืออาชีพ และยกระดับสวัสดิการนักกีฬาอาชีพและขยายสู่นักกีฬาสมัครเล่น
  • 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส (OSOS) จับคู่รัฐวิสาหกิจที่มีกำไรและหน่วยงานรัฐ-เอกชนมาสนับสนุนสมาคมกีฬา

กระทรวงมหาดไทย

มี ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ จากภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ โดยมี

จักรพงษ์ แสงมณี, เกรียง กัลป์ตินันท์ จากพรรคเพื่อไทย และชาดา ไทยเศรษฐ์ จากภูมิใจไทย นั่ง 3 เก้าอี้ รมช.

นโยบายพรรคภูมิใจไทย: ภาษี ‘รักบ้านเกิด’

  • กระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเป็นของตัวเอง ด้วยกรอบคิดที่จะจัดสรรภาษี ‘รักบ้านเกิด’ ให้กับท้องถิ่น นั่นแปลว่า ใครอยู่ที่ไหนก็สามารถกำหนดภาษีของบ้านตัวเองประมาณ 30% หรือประมาณแสนกว่าล้านบาท

กระทรวงแรงงาน

มี ‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ จากภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคภูมิใจไทย

  • พักหนี้ 3 ปี หยุดต้น ปลอดดอกคนละไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • หนี้ในระบบที่มีการทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กับ เจ้าหนี้ที่รัฐบาลรับรองให้ปล่อยเงินกู้ได้
  • สร้างงาน 10 ล้านตําแหน่ง เพิ่มอัตราการจ้างงาน สร้างแรงจูงใจ พัฒนาศักยภาพแรงงาน

นโยบายพรรคเพื่อไทยที่ประกาศร่วมกันว่าจะทำ

  • ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ภายในปี 2570 โดยการสร้างเศรษฐกิจให้เติบโตสูงในระดับที่เพียงพอทำให้นายจ้างสามารถจ่ายค่าจ้างที่สูงได้ ไม่ใช้วงเงินงบประมาณ
  • จบปริญญาตรี 25,000 บาท จากการบริหารงบประมาณรัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดขนาดของรัฐราชการ แต่เพิ่มผลิตภาพ สร้างการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง
  • สนับสนุนและให้สิทธิประโยชน์การจ้างงานของผู้สูงอายุ วงเงินที่ต้องใช้ดำเนินการ คือ 500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนและใช้สิทธิประโยชน์การจ้างงานผู้สูงอายุ ยืดอยู่การเกษียณ เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพยังสามารถอยู่ในตลาดแรงงานได้

กระทรวงศึกษาธิการ

มี ‘พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ’ จากภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ และมี สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล จากภูมิใจไทย นั่งเก้าอี้ รมช.

นโยบายพรรคภูมิใจไทย

  • เงินกู้ กยศ. ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีเบี้ยปรับ ไม่มีผู้ค้ำประกัน ไม่ฟ้อง ไม่ยึดทรัพย์

ส่วนนโยบายพรรคเพื่อไทยที่เคยหาเสียงไว้ มีดังนี้

  • ตั้งกองทุนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต
  • เพิ่มงบอาหารกลางวัน 20% มีรถรับส่ง
  • One Tablet per Child และ One Tablet per Teacher พร้อมอินเทอร์เน็ตฟรี
  • โรงเรียน 2 ภาษา ทุกท้องถิ่น
  • 1 อำเภอ 1 ทุน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

มี ‘ศุภมาส อิศรภักดี’ จากภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการ โดยนโยบายจากภูมิใจไทยในเรื่องเรื่องดังกล่าว ยังไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด

ส่วนนโยบายพรรคเพื่อไทยที่เคยหาเสียงไว้ มีดังนี้

  • มีศูนย์การเรียนรู้แบบ TCDC และ TK Park ให้ครบทุกจังหวัด

กระทรวงอุตสาหกรรม

มี ‘พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล’ จากรวมไทยสร้างชาติ เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติ:

  • ดันเศรษฐกิจ Zero Carbon กำหนด roadmap ที่ชัดเจนทางด้านคาร์บอน โดยจะทำให้ประเทศเป็น Carbon Neutrality ภายในปี ค.ศ.2050 ผ่านมาตรการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดที่จะไม่มีการใช้ถ่านหินภายในปี ค.ศ.2030 โดยในปี ค.ศ.2040 ประเทศไทยจะใช้พลังงานสะอาดถึง 50% เพื่อช่วยดึงดูดให้อุตสาหกรรมต่างๆและบริษัทชั้นนำของโลกเข้ามาลงทุน ทำให้ไทยจะเป็นฐานการผลิตของโลกที่มีอุตสาหกรรมใหม่ ๆ รวมถึงอุตสาหกรรม S-curve ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการลงทุนทั่วโลก
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย ตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC และ ระเบียงเศรษฐกิจใหม่ 4 ภาค รวมถึงเป็นศูนย์กลางภูมิภาค ประตูสู่อาเซียนและจีนตอนใต้ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และสร้างความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ

กระทรวงพลังงาน

มี‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ จากรวมไทยสร้างชาติ เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติ:

  • ผู้มีรายได้น้อยหรือเกษตรกร ใช้ไฟฟ้าในราคา 3.90 บาทต่อหน่วย
  • นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปแบบเสรีได้ จะทำให้ราคาน้ำมันในประเทศถูกลง
  • ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านสำหรับผลิตไฟฟ้าใช้เองเพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • ส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวลในชุมชน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มี ‘ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า’ จากพลังประชารัฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการ และมีไชยา พรหมา จากพรรคเพื่อไทย และอนุชา นาคาศัย จากรวมไทยสร้างชาติ นั่งตำแหน่ง รมช.

นโยบายพรรคพลังประชารัฐ

  • ให้ทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร ซึ่งจะได้รับครัวเรือนละ 30,000 บาท ครอบคลุม 8 ล้านครัวเรือน โดยจะได้รับเงินโอนตรงเข้าบัญชีที่มีอยู่กับธนาคารทันที
  • นโยบายปุ๋ยคนละครึ่ง ภาครัฐจะช่วยเหลือค่าปุ๋ย 50%
  • เพิ่มเงินช่วยเหลือต้นทุนค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้ชาวนา อัตราไร่ละ 2,000 บาท จำนวนไม่เกิน 15 ไร่ เป็นเงิน 30,000 บาทต่อราย
  • สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว อัตราไร่ละ 1,000 บาท จำนวนไม่เกิน 20 ไร่ เป็นเงิน 20,000 บาทต่อราย
  • เติมน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ แหล่งน้ำสำรอง และแหล่งน้ำทางเลือก แก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมซ้ำซาก

กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

มี ‘พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ’ จากพลังประชารัฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคพลังประชารัฐ

  • เติมน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ เพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำ แหล่งน้ำสำรอง และแหล่งน้ำทางเลือก แก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมซ้ำซาก จัดทำผังน้ำชุมชน จัดระเบียบทางน้ำทั่วประเทศ ยกระดับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำพร้อมเผชิญภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก
  • จัดซื้อที่ดิน เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ประชาชน ต่อเนื่องกว่า 5 หมื่นไร่ เพื่อนำไปให้ประชาชนที่ยากจน สำหรับอยู่อาศัยปลูกบ้านกว่า 2 หมื่นหลัง
  • คืนที่ทำกินให้ประชาชน โดย เร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทุกประเภท เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด จัดที่ดินของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้คนไร้ที่ทำกินกว่า 2 ล้านราย ยกระดับธนาคารที่ดิน ตั้งศูนย์พิสูจน์และคุ้มครองสิทธิประชาชน รวมถึงชะลอการดำเนินคดีและนิรโทษกรรมความผิดเกี่ยวกับที่ดิน และสังคายนากฎหมายที่ดินทั้งระบบ เพื่อใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่าสูงสุดรองรับการพัฒนาประเทศ และคืนความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียม

นโยบายพรรคเพื่อไทยที่แถลงร่วมกันตอนจัดตั้งรัฐบาล ว่าจะทำด้วยกัน

  • ออกโฉนด ให้กับประชาชน 50 ล้านไร่ โดยแปลงที่ดินที่มีความขัดแย้งไปเป็นพื้นที่ วนเกษตร ต้นไม้ทุกต้นมีราคา
  • ดินที่เป็นโฉนดจะถูกใช้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน นำสู่สภาวะเป็นกลางทางคาร์บอน และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต
  • ยุติความขัดแย้ง กับราษฎรรายเล็กรายน้อย ที่ถูกกล่าวหา เรื่องที่ดินที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน เพื่อนำมาซึ่งความร่วมมือของราษฎร กับภาครัฐ
  • เร่งรัดการการพิสูจน์สิทธิ์ เพื่อให้ได้มาซึ่งโฉนด อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ด้วยการใช้หลักฐานภาพถ่ายจากดาวเทียม และหรือหลักฐานอื่นซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้เกี่ยวข้อ
  • นำที่ดินที่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์เพิ่มผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนด้วยการจัดที่ดินทำกินอันจะก่อประโยชน์ต่อทั้งเศรษฐกิจ และความสมดุลของระบบนิเวศเพิ่มปริมาณและคุณภาพของพื้นที่สีเขียวให้มีความอุดมสมบูรณ์และเพียงพอต่อความปลอดภัยทางด้านภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์

มี ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ จากชาติไทยพัฒนา เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา

  • สร้างงาน สร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ
  • เบี้ยคนพิการ 3,000 บาทต่อเดือน

กระทรวงยุติธรรม

มี‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ จากพรรคประชาชาติ เป็นรัฐมนตรีว่าการ

นโยบายพรรคประชาชาติ

  • ปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ระบบงบประมาณ และภาษีอากรให้เกิดความเป้นธรรม
  • ขจัดปัญหาทุจริต แก้ปัญหายาเสพติด
  • แก้ปัญหาวิกฤติความขัดแย้งให้เกิดความสมานฉันท์ปรองดองของคนในชาติ และปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...