โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

Again My Hunter Life เกิดใหม่อีกครั้งผมก็ยังเป็นฮันเตอร์

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 ก.ย 2566 เวลา 17.24 น. • เผยแพร่ 26 ก.ย 2566 เวลา 17.24 น. • Ammi Majus
สุดท้ายมนุษย์ก็สามารถใช้ชีวิตร่วมกับดันเจี้ยน ส่วนฮันเตอร์กลายเป็นอาชีพทรงอำนาจ ทุกคนคิดว่านี่แหละคือตอนจบของนิยายแนวฮันเตอร์ แต่ความจริงมันไม่ได้สวยงามขนาดนั้นหรอกนะครับ…

ข้อมูลเบื้องต้น

หลังจากโลกผ่านช่วงเวลาอันเลวร้ายจากการแตกของประตูมิติซึ่งนำพาสัตว์ประหลาดเข้ามาบุกรุกและเข่นฆ่ามนุษย์ เหตุการณ์นั้นได้ถือกำเนิดฮีโร่ฮันเตอร์คนสำคัญในการต่อสู้กับสิ่งรุกรานจนได้รับชัยชนะพร้อมกับความตายของฮีโร่

สองร้อยปีผ่านไป โลกสามารถฟื้นฟูอารยธรรมใหม่ขึ้นจากคริสตัลที่ได้รับจากสัตว์ประหลาด มนุษย์สามารถใช้ชีวิตร่วมกับดันเจี้ยนและดีม่อนพร้อมกับการกำเนิดอาชีพใหม่

'ฮันเตอร์'

ทว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกลับสร้างตกตะลึงให้กับอดีตฮีโร่ฮันเตอร์ที่มาเกิดใหม่คนนี้เป็นอย่างมาก เขาเกิดความสับสนกับสถานการณ์ในปัจจุบันจนทำตัวแทบไม่ถูก

"ทำไมพวกเมต้าสายต่อสู้ถึงอ่อนแอลงขนาดนี้"

"แล้วอาวุธคริสตัลคืออะไร ทำไมพวกฮันเตอร์ถึงนิยมใช้มันมากกว่าพลังของตัวเอง"

"พระเจ้า! ไอ้พวกคนสมัยก่อนมันทำอะไรไว้กัน เวลาผ่านไป 200 ปีแต่มนุษยชาติกลับพากันวิวัฒนาการถอยหลังเนี่ยนะ!!"

☆.。.:*・°☆.。.:*・°☆.。.:*・°☆.。.:*・°☆

นี่คือเรื่องราวของมนุษย์ผู้เกิดมาพร้อมกับความทรงจำในชาติที่แล้ว

และแมวคู่หูของเขา

ท่านเหมียวไกอา X ลินลินน้อย

ภาพตัวละคร: @JudieSparkle

☆.。.:*・°☆.。.:*・°☆.。.:*・°☆.。.:*・°☆

คุยกับนักเขียน: นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกในรอบ 10 ของเรา ดังนั้นเนื้อหาภายในเรื่องอาจจะอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวมากมายจากประสบการณ์ที่สะสมมา โดยเนื้อหาอาจจะมีปรัชญา จิตวิทยา และเสียดสีสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ขอยืนยันตั้งแต่ต้นเรื่องเลยว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้ Bad Ending ระหว่างคู่พระเอก-นายเอกแต่อย่างใดนะคะ (อย่ากลัวกันเลยนะทุกคนนน Orz)

Preface

God is dead.

พระเจ้าตายแล้ว

ราวกับวันที่มนุษยชาติล่มสลายก็ไม่ผิด เมื่อชีวิตประจำวันของมนุษยชาติต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ในวันสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่ ทุกคนออกมาเฉลิมฉลองอย่างมีความสุข ประชาชนทุกประเทศทั่วโลกต่างมุ่งหวังถึงปีใหม่ที่สวยงาม แต่เหมือนวันปีใหม่ในครั้งนี้จะเต็มไปด้วยเรื่องราวที่สะเทือนใจผู้คน

อยู่ดีๆ ท้องฟ้าที่เป็นสีครามสดใสก็เปลี่ยนไป ปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์

เมื่อท้องฟ้าปรากฏหลุมสีดำน่าสะพรึงกลัวกระจายบนท้องฟ้าทั่วโลก ผู้คนต่างตื่นตระหนก บ้างก็คาดว่าเป็นเพราะการทดลองของประเทศมหาอำนาจ บ้างก็คาดว่าเป็นเพราะความผิดปกติของสนามแม่เหล็กโลก มีข้อสันนิษฐานมากมายทั้งจากทางผู้เชี่ยวชาญและประชาชนทั่วไป ไม่มีใครสามารถเข้าไปใกล้หลุมพวกนั้นได้ เพราะคลื่นความถี่ที่อันตรายต่อมนุษย์ได้แผ่ออกมาอย่างรุนแรงโดยรอบ รัฐบาลและองค์กรต่างๆ ทำได้เพียงเฝ้าระวังมันเท่านั้น ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่า หลุมสีดำที่เกิดขึ้นมานั้นคืออะไร

หลังจากเกิดหลุมมากมายบนท้องฟ้า สิ่งที่ตามมาคือผู้คนเกินครึ่งล้มป่วยลงอย่างปริศนา ระบบเศรษฐกิจของโลกหยุดชะงักเมื่อผู้มีอำนาจหลายคนล้มป่วย โรงพยาบาลทุกแห่งขาดแคลนหมอและพยาบาล ทั่วโลกต่างระส่ำระสายด้วยความหวาดกลัว มีคนเสียชีวิตและล้มตายจากการหยุดชะงักของระบบทั่วโลก ของขึ้นราคา อาหารขาดแคลน ผู้คนแย่งชิงกันเพื่อความอยู่รอด มีคนตายจำนวนมากเพราะความขัดแย้งและตายเพราะการรักษาที่ไม่ทันท่วงที แต่ทว่า ไม่มีใครเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยปริศนาเลย

ระยะเวลาผ่านไป 1 เดือน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น คนที่หายจากการเจ็บป่วยกลับพบว่าตนเองได้รับสิ่งที่พิเศษ

มันคือ “พลัง”

ไม่ว่าจะเป็นการมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนปกติทั่วไป การใช้พลังจิต หรือแม้แต่การใช้พลังจากธรรมชาติ หรือที่ทุกคนเข้าใจว่ามันคือเวทมนตร์ มีพลังปรากฏขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งพลังสำหรับการดำรงชีวิต การทำอาหาร การสร้างสรรค์ใหม่ การแปรรูป ไปจนถึงพลังสำหรับการต่อสู้

หลังจากนั้น ระบบการปกครองของโลกใบนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ผู้ที่มีพลังเรียกตัวเองว่า เมต้า (Mata Human) เชื่อว่าสิ่งที่ได้รับมาคือของขวัญจากพระเจ้า มีผู้คนที่ใช้พลังมากมาย ทั้งเพื่อตนเอง เพื่อผู้อื่น หรือเพื่อทำลาย เกิดเหตุร้ายแรงมากมายหลังจากการตื่นของเมต้า อัตราการก่อการร้ายเพิ่มขึ้นสูงมาก พร้อมกับการพัฒนาของทางทหาร

มนุษยชาติกำลังจะเกิดสงครามและฆ่าฟันกันเอง ดูเหมือนจะเกิดสงครามโลก?

ก็แค่ดูเหมือนเท่านั้น…

ในขณะที่สงครามระหว่างมนุษย์ด้วยกันกำลังร้อนระอุ มนุษย์เริ่มใช้พลังในการฆ่าฟันกันเอง หลุมสีดำขนาดใหญ่บนท้องฟ้าที่ถูกละเลยไปนับปีก็เกิดปฏิกิริยาขึ้น มันเริ่มสั่นไหวพร้อมๆ กันและแผ่บรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวสยบทุกความขัดแย้ง

ผู้ตื่นรู้เริ่มรู้ตัวแล้วว่า ศัตรูของพวกเขาอาจไม่ใช่เหล่าเมต้าด้วยกัน แต่เป็นสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า และถูกละเลยมาเป็นระยะเวลานาน มนุษย์กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเพื่อไขปริศนาบนท้องฟ้า ทั่วโลกเริ่มกลับมาเป็นหนึ่งเดียวเมื่อเขาพบว่า มีเพียงเมต้าเท่านั้นที่สามารถเข้าใกล้เจ้าหลุมสีดำได้ ผู้คนให้ความสนใจหลุมปริศนามากขึ้น และเมื่อเข้าใกล้คำตอบที่ว่า หลุมพวกนี้คืออะไร ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว…

ในช่วงเวลาเกือบสองปีของการเกิดของหลุมเหล่านั้น มันได้สั่นไหวอีกครั้ง ทุกคนต่างคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องปกติ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่าน มันสั่นไหวแบบนี้อยู่เป็นประจำทุกวัน แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปจากเดิม หลังจากการสั่นไหวในครั้งสุดท้าย ฝูงสัตว์ประหลาดจากหลุมก็พากันกรูออกมานับร้อยตัวต่อหนึ่งหลุม แล้วหลุมที่ปรากฏบนท้องฟ้าทั่วโลกมีนับพัน สัตว์ประหลาดนับแสนตัวบุกโลก ทุกคนต่างไม่ทันตั้งตัว และไม่มีใครไหวตัวทัน

โลกถึงคราวล่มสลายอย่างแท้จริง มนุษยชาติต่างร่ำไห้แต่อย่าลืมเหล่าเมต้า ผู้เป็นกุญแจสำคัญของเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถูกบันทึกว่าเป็นการแตกออก (Break) ของหลุมดำที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แม้เมต้าที่แข็งแกร่งที่สุดก็ยังต้องจากไปเพราะเหตุการณ์นี้

ซีโร่ (Zero)

นามแฝงของเมต้าปริศนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกวาดล้างเหล่าสัตว์ประหลาด ที่ถูกเรียกว่า ดีม่อน

มนุษยชาติอาจสูญเสียมากกว่านี้ หากปราศจากพลังของเขา เขาเป็นกำลังหลักและหัวหน้าของทีมที่รวบรวมเหล่าผู้ตื่นรู้ด้านการต่อสู้ขั้นสูงไว้จำนวนหนึ่ง ข้อมูลของกลุ่มนี้ถูกปิดเป็นความลับ ไม่มีใครรู้ว่าสมาชิกในทีมเป็นใคร มีพลังอะไร รวมไปถึงตัวของซีโร่เองก็เป็นปริศนา เขาได้รับการปกปิดข้อมูลจากผู้นำองค์กรใหญ่ ๆ ทั่วโลก แต่ถึงอย่างนั้น พลังของเขาก็ถูกเล่าลืออย่างกว้างขวาง ว่าไม่สามารถนิยามได้อย่างตายตัว

บ้างก็บอกว่าเขามีร่างกายที่แข็งแกร่ง เป็นผู้ใช้พลังกาย บ้างก็บอกว่าเขาสามารถใช้ได้ทั้งพลังจิตและเวทมนตร์ เป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก ผู้คนพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับตัวตนปริศนาของเขา แต่กลับไม่มีใครสามารถค้นพบได้เลย ทุกคนรู้เพียงว่า ซีโร่และทีมของเขาคือกำลังหลักในการกวาดล้างเหล่าดีม่อนที่หลุดออกมา

ใช้เวลานานถึง 10 ปีก่อนที่เหตุการณ์จะคลี่คลาย และดีม่อนตัวสุดท้ายถูกกำจัด

ซีโร่ได้จากโลกใบนี้ไปแล้ว เหลือเพียงสมาชิกในทีมที่เหลือของเขา ซึ่งสุดท้ายก็กระจายตัวกันไปสร้างครอบครัว กลายเป็นต้นตระกูลผู้มีอิทธิพลใหม่ๆ กระจายอยู่ทั่วโลก

คล้ายว่าทุกอย่างจะกลับสู่สภาพปกติ แต่อารยธรรมของมนุษยชาติก็ได้ถูกทำลายลงเช่นกัน

สถานที่เกินครึ่งถูกทำลาย มนุษย์ไร้ที่อยู่อาศัย ทุกอย่างดูเลวร้ายลงเป็นอย่างมาก หากเหล่าเมต้าที่มีความสามารถด้านการสร้างสรรค์ไม่ค้นพบว่า คริสตัลที่ตกจากตัวดีม่อนสามารถเป็นวัตถุดิบอันล้ำค่าในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมา และเป็น อารยธรรมใหม่ของมนุษยชาติที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

หลังจากการกวาดล้างครั้งใหญ่ มนุษย์เริ่มทำการฟื้นฟูอีกครั้ง บทบาทของเมต้าสายสรรค์สร้างเริ่มมีบทบาทมากขึ้น และสุดท้ายก็เท่าเทียมเมต้าสายต่อสู้

หลังจากนั้นไม่กี่เดือนที่มนุษย์เริ่มฟื้นฟูอารยธรรม ก็ได้เริ่มมีการปรากฏตัวของหลุมปริศนาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้มันไม่ได้อยู่บนอากาศเพียงอย่างเดียว แต่กลับปรากฏบนพื้นดิน กระจายไปหลายแห่งทั่วโลก

มนุษย์ไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง

ทุกองค์กรรวมทั้งเหล่าผู้นำตระกูลที่ยิ่งใหญ่ทั่วโลกร่วมมือกันในการไขปริศนาของประตูมิติเหล่านั้น และด้วยความร่วมมือของซีโร่ทีมผู้มีประสบการณ์ในการกำจัดเหล่าดีม่อนจำนวนมาก ทำให้การวิจัยประสบความสำเร็จ นำไปสู่การค้นพบปัจจัยสำคัญในการทำนายการเกิด การสั่นไหว และการแตกของประตูมิติ และยังพบอีกว่ามีเพียงเมต้าเท่านั้นที่สามารถเข้าไปภายในของประตูมิติและกลับออกได้อย่างปลอดภัยหากกำจัดหัวหน้าของเหล่าดีม่อนภายในหลุมได้ นำไปสู่การวางแผนอัตรากำลังพลของผู้ตื่นในการเข้าไปจัดการเหล่าดีม่อน ก่อนที่ประตูมิติจะแตกออก

เมื่อมีความรู้ มนุษย์ก็ไม่หวาดกลัวอีกต่อไป

เกิดประตูมิติทั่วโลกมากมาย แต่มนุษย์ก็สามารถวางแผนและกำจัดมันได้อยู่เสมอ แม้ในช่วงแรกจะมีประตูมิติแตกเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่มีอะไรร้ายแรงเท่าการแตกในของประตูมิติในครั้งแรก และคริสตัลที่พบจากศพของเหล่าดีม่อน คือรางวัลอันหอมหวาน นำมาสู่การแย่งชิงสิทธิ์ในการเข้าไปในประตูมิติของเหล่า เมต้าสายต่อสู้ และการสร้างสรรค์วิทยาการใหม่ๆ ของเมต้าสายสรรค์สร้าง

โลกของมนุษย์เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้ง อารยธรรมของมนุษย์เริ่มพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ระบบเศรษฐกิจและการเทคโนโลยีถูกค้นพบขึ้นถูกวัน มนุษย์เริ่มกลับมามีจำนวนเพิ่มขึ้น เมต้ากลายมาเป็นชนชั้นปกครองของโลกใบนี้

เหล่าผู้กล้าที่สละชีวิตในช่วงยุคแรกถูกลืมเลือน และสุดท้ายเหล่ามนุษย์และเมต้าก็ไม่สามารถอยู่ได้หากปราศจากประตูมิติและเหล่าดีม่อนอีกต่อไป

Chapter 1

“คุณชายน้อยโชคดีมากที่เกิดมาในตระกูลชไนเดอร์ แม้จะไม่โดดเด่นด้านการต่อสู้มากมาย แต่ใครจะไปสนใจล่ะว่าจะมีใครเก่งหรือไม่เก่ง ในเมื่อทุกวันนี้เมต้าสามารถสร้างอาวุธทำลายล้างที่น่ากลัวกว่าเมต้าสายต่อสู้ขนาดนี้”

“นั่นสินะ ยิ่งคุณชายรองถือว่าเป็นเมต้าสรรค์สร้างที่มีพลังระดับ S”

“มองข้ามคุณหนูใหญ่ได้ยังไงกัน! ถึงแม้จะเป็นเมต้าสายต่อสู้ แต่ระดับพลังแรงค์ S นี้ไม่สามารถมองข้ามได้!”

“มีทั้งบุตรชายเป็นเมต้าสายสรรค์สร้าง และบุตรสาวเป็นเมต้าสายต่อสู้ระดับสูง จุ๊ๆ ตระกูลชไนเดอร์ช่างโชคดีเหลือเกิน”

“แล้วคุณชายน้อยไม่กดดันแย่หรือ มีพี่ชาย พี่สาวที่สุดยอดขนาดนี้”

“กดดันอะไรล่ะ เขาต้องภูมิใจด้วยซ้ำที่เกิดมาในตระกูลนี้”

ภูมิใจ?

จะให้ภูมิใจอะไรล่ะ?

ไอ้พวกชนชั้นสูงไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็น่ารำคาญไม่ต่างกันเลยจริงๆ อุตส่าห์ตั้งตารอที่จะเจอผู้คนภายนอก เพราะสงสัยว่าระยะเวลาที่ผ่านไปเกือบ 200 ปีมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แต่ดูเหมือนว่าความตั้งใจจะเสียเปล่าซะแล้ว

ถึงจะดูน่าแปลกใจที่เด็กอายุแค่ห้าขวบจะมาสงสัยในเรื่องแบบนี้ แต่ความจริง มันคือความลับที่ไม่มีใครรู้

ผมชื่อ ลินเซย์ ชไนเดอร์ เป็นเด็กชายที่บังเอิญมาเกิดในตระกูลของชไนเดอร์ ตระกูลของนักประดิษฐ์ที่มีความภาคภูมิใจส่งต่อรุ่นต่อรุ่น ถ้ามองภายนอก ผมก็เด็กบ้านรวยคนหนึ่งที่มีพี่สาวและพี่ชายที่โคตรเก่ง

พี่สาวคนโตของผมชื่อ ลีอา ชไนเดอร์ เธอเป็นเมต้าที่ถูกประเมินว่าอยู่ในแรงค์ S ปัจจุบันอายุสิบสองปี กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาเมต้าชั้นสูง สายการต่อสู้ เธอเป็นคนที่สวยจนไม่น่าเชื่อว่าจะซ่อนพลังที่แข็งแกร่งเอาไว้ ด้วยบุคลิกที่สง่างาม พร้อมกับผมสีเงินประกายอันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลชไนเดอร์ เธอคือหนึ่งในเหล่าคนดังที่น่าจับตามองในวงการเมต้าสายต่อสู้

ส่วนพี่ชายคนรอง โลแกน ชไนเดอร์ เมต้าที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นผู้สืบทอดตระกูลชไนเดอร์คนต่อไป เขาคือเด็กชายอายุแปดปีที่ถูกประเมินว่าเป็นเมต้าแรงค์ S ในด้านสรรค์สร้าง ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ชาติตระกูลสูงส่ง และหน้าตาที่ดูยังไงโตไปก็ต้องหล่อแน่ๆ สโลแกนคือคนที่ถูกจัดว่าเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจ และถูกจับตามองในอนาคตว่าต้องมีอิทธิพลต่อโลกใบนี้อย่างแน่นอน

ส่วนผม…

“…ฮึ ภูมิใจ? พวกลูกเมียน้อยก็เป็นลูกเมียน้อยอยู่วันยังค่ำ ถึงแม่จะตายไปแล้วก็ไม่เข้าใจจริง ๆ เลยว่าทำไมผู้นำตระกูลต้องเก็บผมมาเลี้ยงด้วย ไม่มีลักษณะของชไนเดอร์ด้วยซ้ำ ดูยังไงก็แค่คนธรรมดาแท้ ๆ ”

“ชูว์! อย่าพูดดังสิ เราอยู่ในพื้นที่ของชไนเดอร์นะ…”

“ชิ…!”

ใช่แล้ว ผมคือลูกชายคนเล็กของตระกูลชไนเดอร์ ลินเซย์ ชไนเดอร์ เป็นลูกนอกสมรสที่ถูกเลี้ยงดูร่วมกับทายาทสายตรงของตระกูล ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนภายนอก แต่ดูเหมือนคนภายในตระกูลจะไม่ได้เดือดร้อนกับคำติฉินนินทาเลย

เมื่อพูดถึงชไนเดอร์ ทุกคนจะเกิดภาพความทรงจำถึงเส้นผมสีเงินประกาย และพรสวรรค์อันน่าอิจฉา นั่นคือเหตุผลที่ทำไมตระกูลนี้ถึงยังทรงอำนาจแม้จะมีระยะเวลาผ่านมานับร้อย ๆ ปีนับตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะต้นตระกูลของ ชไนเดอร์คือหนึ่งในตระกูลที่ยืนหยัดสู้กับดีม่อนมาตั้งแต่แรกเริ่ม พลังอันยิ่งใหญ่จึงถูกส่งต่อมายังเหล่าทายาทเรื่อยมา ยิ่งทายาทคนใดมีลักษณะที่ใกล้เคียงกับความเป็นชไนเดอร์มากเท่าไร ก็ยิ่งมีพลังที่เข้มข้นเท่านั้น ลักษณะเด่นคือ เส้นผมสีเงินประกาย และดวงตาสีทอง ทายาทต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งจึงจะถูกยอมรับ และยิ่งมีทั้งสองอย่าง ก็จะยิ่งถูกชื่นชมและเทิดทูลเหมือนกับพี่ชายและพี่สาวของผม

ในขณะที่ลินเซย์ ชไนเดอร์ เป็นบุคคลที่อยู่นอกเหนือลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมด ผมเป็นเด็กที่มีผมสีดำ และตาสีดำ ไม่มีความพิเศษใด ๆ เป็นเพียงลักษณะของมนุษย์ธรรมดา หรือเมต้าที่ระดับต่ำ

ผมถูกรับเข้าตระกูลท่ามกลางเสียงคัดค้านของคนในตระกูล

แต่ท่านพ่อ และท่านแม่ก็ไม่สนใจ โดยเฉพาะท่านแม่ สตรีชั้นสูงส่วนใหญ่จะเกลียดลูกนอกสมรสมาก ๆ และยิ่งลูกนอกสมรสที่ถูกรับเลี้ยงในสถานที่เท่าเทียมกับทายาทสายตรงยิ่งไม่ชอบใจ แต่ผมกลับสัมผัสถึงความรู้สึกด้านลบจากท่านแม่ที่มีต่อผมไม่ได้เลย ไม่มีใครเล่าเรื่องแม่ผู้ให้กำเนิดให้ผมฟัง มันกลายเป็นความลับอันยิ่งใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าผมไม่สนใจอยากจะรู้มันนักหรอก เพราะไม่ใช่ชไนเดอร์ทุกคนจะเกิดมามีลักษณะของ ชไนเดอร์ แต่ทั้งหมดจะเป็นตระกูลชไนเดอร์สายรองเสียส่วนใหญ่!!

ผมโตมาในตระกูลชไนเดอร์ท่ามกลางการถูกจับตามองโดยคนภายนอก ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยออกมาเจอผู้คน แต่การแอบฟังบทสนทนาของเหล่าแม่บ้าน พ่อบ้านก็พอจะทำให้ผมเข้าใจอะไรได้มากมาย อย่างแรกคือ แทบไม่มีใครเชื่อว่าผมจะถูกปฏิบัติเป็นอย่างดีจากคนในตระกูล ไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อ ท่านแม่ และท่านพี่ หรือคนรับใช้ และอีกอย่างคือ พวกเขาเชื่อว่าผมคือจุดด่างพร้อยของตระกูล แม้ว่าเด็กทุกคนจะผ่านการปลุกพลังในช่วงแปดขวบ แต่เขามองว่าผมไม่มีทางแข็งแกร่ง และท่านพ่อ ท่านแม่จะเสียใจที่เลี้ยงผม

อันที่จริง พวกเขาเข้าใจถูกอย่างหนึ่ง

ผมไม่ได้แข็งแกร่ง

และผมไม่มีทางปลุกพลังที่สูงไปเกินแรงค์ C

เพราะอะไรน่ะหรอ

เพราะผมรู้ไงล่ะว่าพลังของผมคืออะไร

ถ้าให้เล่าย้อนไปนานกว่านี้ว่าทำไม ก็ตั้งแต่ที่ผมอายุประมาณสามขวบกว่า ๆ อยู่ดี ๆ ผมก็ล้มป่วยลง อาการป่วยของผมรุนแรงมากจนหมอแทบจะบอกว่าผมไม่รอดแน่ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ดีขึ้น ผมหายป่วย ร่างกายแข็งแรง และสามารถระลึกชาติได้ว่าผมเคยเป็นมนุษย์มาก่อน ซึ่งเป็นมนุษย์ที่เกิดในช่วงเปลี่ยนผ่านอารยธรรม หรือก็คือ ในชาติที่แล้ว ผมคือมนุษย์ที่เกิดมาในช่วงก่อนที่โลกจะเกิดหลุมดำ

และผมคือ ซีโร่

วีรบุรุษที่ถูกยกย่องจากผู้คนทั่วโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันซีโร่คือตำนาน เขาถูกขนานนามว่าเป็นเมต้าที่แข็งแกร่งที่สุด และซีโร่คือเมต้าสายต่อสู้ที่ได้ชื่อว่าสามารถต่อกรกับดีม่อนนับหมื่นๆ ตัวได้พร้อมกัน

ดูน่ากลัวมากใช่ไหม?

แต่ผมรู้ว่าซีโร่ไม่ใช่คนที่มีพลังที่แข็งแกร่งอะไรขนาดนั้นหรอก พลังของซีโร่ไม่ได้แข็งแกร่ง แต่มันคือพลังที่ขี้โกงยังไงล่ะ! แต่จะเป็นยังไงผมยังไม่บอกหรอกนะ

“น้องเล็กมาแอบอะไรอยู่ตรงนี้ ทุกคนกำลังตามหาจนวุ่นวายไปหมด…” เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ผมจึงต้องละความสนใจจากบทสนทนาที่น่าสนใจพวกนั้นอย่างน่าเสียดาย

“พี่ลีอา…” พี่สาวที่สง่างามของผม เธอคือเมต้าที่แข็งแกร่งและบรรยากาศรอบตัวเธอสามารถสร้างความกดดันได้พอ ๆ กับผู้ใหญ่บางคน “ผมแค่อยากแอบดูว่าข้างในเป็นยังบ้าง…” เอียงคอเล็กน้อย ช้อนตามอง พร้อมกับทำเสียงอ้อนๆ ยังไงพี่ก็ต้องยอมผม!

“อา…” นั่นไง พี่สาวเริ่มทำตัวไม่ถูกแล้ว “ตอนนี้ทุกคนกำลังตามหาเธอเพราะตอนนี้ทุกอย่างถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว” เธอบอกกับผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ผมขอโทษที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน” ผมอ้อนอีกรอบ!

“ไม่มีใครโกรธเธอ…” เธอพูดเสียงอ่อนกับผม “มาสิ เราไปหาท่านพ่อกับท่านแม่กัน ใกล้ถึงเวลาแล้ว” เธอพร้อมกับแบมือข้างหน้าผมและวางมือลงไปพร้อมกับมือข้างนั้นแน่น

“อื้ม! ไปกันครับพี่ลีอา”

“น้องเล็ก!!” เสียงแหลมเล็กของเด็กชายดังขึ้นพร้อมกับอ้อมกอดที่รัดแน่น

“พี่โลแกน ผมหายใจไม่ออก” ผมพยายามดิ้นขลุกขลัก

“เรามาประกาศให้โลกรู้กันเถอะว่าทุกคนรักน้องเล็กขนาดไหน!”

“พี่โลแกน งานนี้เป็นงานของพี่ไม่ใช่หรอครับ มันคืองานที่ฉลองเปิดตัวที่พี่เป็นแรงค์ S นะ…” ให้ตายสิ ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าทำไมทุกคนถึงดูชอบผมขนาดนี้ ทั้งที่ผมเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้นเอง!

“ถ้าพี่เก่งขึ้น พี่จะทำของเล่นให้น้องเล็กเยอะๆ เลยนะ”

“ก่อนที่จะพูดแบบนั้น ลูกต้องเลิกโดดเรียนก่อนนะ โลแกน” เสียงเย็นๆ จากด้านหลังทำให้พี่ชายชะงัก หน้าซีดราวกับโดนจับได้

เลิกลั่กซะไม่มี

“ท…ท่านแม่…ผ…ผมแค่อยากศึกษาด้วยตัวเองต่างหากล่ะ!” เจ้าเด็กนี่ปฏิเสธเสียงเเข็งพลางกอดผมแน่นกว่าเดิม

“จะพูดให้ดูดีทำไม คอยดูเถอะถ้าถึงวันประเมินแล้วผลการเรียนออกมาแย่ แม่จะไม่ให้ลินลินมาเจอลูกหนึ่งเดือนเลย”

“อ๊า!! ไม่ได้นะท่านแม่!!” โลแกนโวยวายอย่างไม่ยินยอม ว่าแต่ บทลงโทษมันดูแปลกๆ นะ?

“พี่ชาย…” ดูเหมือนว่าผมต้องเป็นคนห้ามซะแล้ว “…ถ้าพี่ชายเก่งขึ้นมาก ๆ ช่วยทำของเล่นให้น้องเยอะๆ ได้ไหม น้องอยากได้ของที่พี่ชายสร้างมากที่สุด” ผมบอกพี่ชายเสียงอ้อนพลางคลอเคลียแก้มไปมา

“อึก” ไปไม่เป็นล่ะสิ “น…แน่นอนน้องเล็กของพี่ ยังไงของชิ้นแรกที่สร้างจะต้องเป็นของน้องเล็กแน่นอน!”

“อะแฮ่ม! ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วครับท่านหญิง ตอนนี้ท่านชายกำลังรออยู่ด้านนอกครับ” พ่อบ้านแทรกขึ้นมา เพราะหากนานกว่านี้กำหนดการหลายอย่างอาจจะคลาดเคลื่อน มันคงไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ดีของชไนเดอร์ที่แสดงต่อผู้คนภายนอกเท่าไร

“ฉันรู้ค่ะ เอาล่ะเด็ก ๆ เตรียมตัว จำเอาไว้นะว่าอาจารย์สอนยังไงบ้างเรื่องการออกงานสังคม โดยเฉพาะลูกนะโลแกน” ท่านแม่กำชับเสียงแข็ง

“ครับ” โลแกนรับปาก ก่อนที่เราทั้งสามคนผม พี่ลีอา พี่โลแกนจะเดินตามหลังท่านแม่ออกไป

“น้องเล็กอย่าตื่นเต้น พี่จะปกป้องน้องเล็กเอง!”

ผมเหลือบตามองพี่ชายตัวเองอย่างหน่ายใจ เลิกทำเสียงสั่นให้ได้ก่อนเถอะ แต่คงพูดแบบนั้นออกไปไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องยิ้มหวาน คล้องแขนพี่ชายและพี่สาวคนละข้าง

“ผมดีใจมากเลยครับที่ได้ออกงานพร้อมกับพี่ ๆ”

ใช่ ดีใจจนตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลยล่ะ!!

Chapter 2

“แหมม ท่านหญิงน่าอิจฉาจริง ๆ นะคะ มีลูกสาวแรงค์ S ไม่พอ ลูกชายก็ยังแรงค์ S อีกด้วย แถมยังเป็นเมต้าทั้งสองสายด้วย”

“ขอบคุณนะคะ พอดีว่าลูกของฉัน…”

ผมนั่งฟังบทสนทนาระหว่างท่านแม่และบรรดาเพื่อนคนรวยทั้งหลายพลางจิ้มขนมหวานเข้าปากไปด้วย อืมม… ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนการพูดในลักษณะนี้เป็นที่พบเห็นได้ทั่วไป

มองย้อนไปในตอนที่ผมยังเป็นซีโร่ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอพวกชนชั้นสูง เพียงแต่ในช่วงนั้นชนชั้นการปกครองถูกทำลายลงพร้อมกับเกิดชนชั้นการปกครองในรูปแบบใหม่จากพวกเมต้า ชนชั้นสูงในอดีตที่ไม่มีพลังแต่ทำใจไม่ได้ก็พยายามที่จะฟื้นฟูอำนาจของตัวเองผ่านการผูกสัมพันธ์กับเมต้าเพื่อใช้งาน

บางครั้งพวกเขาให้ข้อเสนอเป็นเงินหรือไม่ก็สิทธิพิเศษ แต่แล้วยังไงล่ะ ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด เพราะระบบกฎหมาย การปกครอง นิติกรรม และสัญญาทั้งหลายถูกทำลายไปตั้งแต่ตอนที่ประตูมิติแตกออกมาแล้ว สุดท้ายพวกชนชั้นสูงพวกนั้นก็ต้องจมลงในท้ายที่สุดอยู่ดี มนุษย์ในช่วงนั้นน่ะ ทั้งป่าเถื่อนทั้งโหดร้าย และเต็มไปด้วยการฆ่าฟัน

“คุณหญิงคะ ตอนนี้ลูกชายของดิฉันกลับจากการเข้าเรียนที่โรงเรียนเมต้าแล้ว…สวัสดีท่านสิลูก”

“สวัสดีครับ…”

“ส่วนนี่เป็นลูกสาวของฉันค่ะ เพิ่งได้รับการปลุกพลังเป็นแรงค์ A อายุไล่เลี่ยกันกับโลแกนเลยนะคะ”

“สวัสดีค่ะคุณหญิงชไนเดอร์…”

อ่า ให้ตายเถอะ น่าเบื่อชะมัดเลย ตอนเป็นซีโร่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้นะ แต่ในช่วงที่เกิดวิกฤตน่ะ ใครมันจะไปสนใจเรื่องชีวิตคู่ล่ะ แค่เอาตัวเองให้รอดยังแทบไม่มีเลย

ตอนนี้ผมเป็นเด็กชายตัวเล็กที่จำเป็นต้องตัวติดกับท่านแม่ ส่วนพี่สาวและพี่ชายก็ออกไปพบปะพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน โดยเฉพาะพี่ชายที่ดูเหมือนจะมีเพื่อนเยอะเป็นพิเศษ ส่วนพี่สาว ดูเหมือนจะมีผู้ชายเยอะแฮะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เหมือนว่ามาจีบสักนิด ไอ้สายตาที่เต็มไปด้วยความเกรงใจพวกนั้น พี่สาวผมนี่โหดใช่ย่อยเลยนะเนี่ย! ที่สามารถคุมพวกลูกชายของชนชั้นสูงได้

“แม่ครับ…” ผมกระซิบเรียกคุณแม่เบาๆ “ผมอยากไปอยู่กับพี่ ๆ”

“ได้สิลูก ดูแลตัวเองด้วยนะแม่เป็นห่วง” แม่บอกพลางกำชับอย่างหนัก

“ครับ” ผมรับปากก่อนจะรีบวิ่งออกไปหาพี่สาวที่นั่งอยู่ ดูเหมือนการอยู่กับพี่สาวจะสบายใจกว่าเพราะพี่สาวค่อนข้างนิ่ง แถมไม่เสียงดังโวยวาย ทุกคนดูคุยกับเงียบ ๆ

“ท่านพี่…” ผมเรียกพี่สาวพร้อมกับดึงชายกระโปรงเบา ๆ

“น้องเล็ก? ทำไมไม่อยู่กับท่านแม่ล่ะ” เธอถามด้วยความแปลกใจ แต่ก็ยังอุ้มผมมานั่งบนตักแต่โดยดี

“ผมเบื่อ พวกเขาคุยกันแต่เรื่องที่ผมไม่เข้าใจ” เบื่อน่ะใช่ แต่ไม่เข้าใจน่ะไม่ใช่หรอก เพราะเข้าใจต่างหากมันเลยโคตรน่าเบื่อน่ะ

“ลีอา นี่น้องชายเธอหรอ น่ารักจัง” เด็กชายที่ดูเป็นวัยรุ่นหน่อย มีหน้าหล่อเหลาขี้เล่น โดยเฉพาะไฝใต้ตาที่ดูยังไงก็เดาได้เลยว่าโตไปต้องแพรวพราวสุดๆ

เพี้ยะ! เสียงพี่สาวตีมือเด็กชายที่กำลังเอื้อมมือมาบีบเเก้มเจ้าเด็กน่าหมั่นเขี้ยว

“วินเซอร์ ดูแต่ตามืออย่าจับ นี่น้องของฉัน” เพื่อนพี่สาวคนนี้ชื่อวินเซอร์สินะ

“อะไรอ่า กับเพื่อนก็หวงกันหรอ” วินเซอร์บ่นอุบอิบก่อนที่จะหันมามองผมอีกครั้ง เราสบตากันเสี้ยววิก่อนที่เขาจะยิ้มแฉ่ง “ตัวเล็ก พี่ชื่อวินเซอร์นะ ส่วนคนใส่แว่นคนนี้ชื่อแอรีส และเจ้าคนน่าตายคนนี้ชื่อไคล์”

ผมมองตามคำแนะนำของวินเซอร์ ตรงข้ามพี่สาวยังมีผู้ชายอีกสามคนนั่งด้วยกัน ก็คือวินเซอร์ เป็นผู้ชายผมสีบลอนด์ หน้าตาออกไปทางตะวันตก ส่วนแอรีส เขาคนนี้มีผมสีแดงที่สวยมาก ถ้าบอกว่าพลังของเขาคือไฟก็คงไม่เกินจริง และคนสุดท้าย ไคล์ เป็นเด็กผู้ชายที่ใบหน้ามีเค้าโครงของชาวเอเชียที่สุด เขามีบรรยากาศที่คล้ายคลึงกับพี่สาว แต่ด้วยผมสีน้ำตาลเข้มทำให้เขาดูเคร่งขรึม และน่าเกรงใจมาก

อ๊ะ ดูเหมือนผมจะจ้องเขามากเกินไป เขาถึงหันมาสบตากับผม เมื่อเราสบตากันผมถึงกับใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะว่าผมตกหลุมรักอะไรเขาหรอกนะ แต่บรรยากาศของเขาช่างคล้ายกับคนคนหนึ่งที่ผมเคยรู้จักในชาติก่อน คู่หูของซีโร่ เขาชื่อคราม เมต้าที่มีพลังในการต่อสู้ที่ทรงพลังมากกว่าซีโร่เสียอีก

“สวัสดีครับ…” ผมทักทายเสียงอ้อมแอ้มพลางหันไปซุกพี่สาว

“อ๊า ลินน้อยน่ารักจังเลย…” เสียงวินเซอร์ทำไมมันดูเสียงสองเหมือนคุยกับหมากับแมวขนาดนี้

“จะว่าไป น้องของเธอดูไม่เหมือนคนในบ้านเธอเลย จริง ๆ นะ” แอรีสบอกกับพี่สาว แน่นอนเขาไม่ใช่คนแรกที่พูดแบบนี้ เพื่อนของแม่หลายคนที่พอเห็นผมเขาก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้น

“เขาไม่เหมือนนั่นไม่สำคัญเท่าเขาคือน้องของฉัน” แล้วทุกคนในบ้านก็จะตอบมาคล้ายกัน

“ลินน้อยอยากโตมาเป็นเมต้าสายไหนหรอ สายต่อสู้หรือสายสรรค์สร้าง” วินเซอร์ถามคำถามแปลก ๆ ออกมาอีกแล้ว มันเลือกได้ด้วยหรือไง

“ผมอยากเป็นเหมือนพี่สาว…” ผมตอบงึมงำ

“อ๊ะ ลีอา น้องอยากเป็นเหมือนเธอแหละ” วินเซอร์จะดูตื่นเต้นมากกว่าใครเพื่อน

“อา…” พี่สาวมีท่าทีที่กังวลมากขึ้น “อันที่จริง ถ้าเกิดเป็นเมต้าสายต่อสู้ที่ระดับแรงค์ S ก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่นายรู้ใช่ไหมว่าทุกวันนี้ที่เมต้าสายสรรค์สร้างนั้นพัฒนาอาวุธได้เทียบเท่ากับพลังของเมต้าแรงค์ B หรือไม่ก็ทรงพลังมากเทียบเท่ากับเมต้าระดับแรงค์ A บทบาทของเมต้าสายต่อสู้ที่แรงค์ A ลงไปจึงแทบไม่ได้รับความสนใจเลย เมื่อเทียบกับเมต้าสายสรรค์สร้างที่แค่แรงค์ C คนก็แทบจะยินดีต้อนรับแล้ว”

“เห้อ นั่นสินะ แต่จะโทษพวกเมต้าสรรค์สร้างก็ไม่ได้ อารยธรรมของมนุษย์มันต้องพัฒนาต่อไปอยู่แล้ว” วินเซอร์บ่นอย่างเสียดาย

แต่ผมกลับนิ่งอึ้ง หมายความว่ายังไงที่เมต้าสายต่อสู้ถูกลดบทบาทความสำคัญลง ในยุคที่ซีโร่ยังมีชีวิตอยู่ เมต้าสายต่อสู้แทบจะอยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแล้วนะ ไม่ว่าจะอาวุธอะไรก็แทบจะทำอะไรพวกเมต้าเหล่านั้นไม่ได้เลย แล้วทำไมอยู่ ๆ ทุกวันนี้กลายเป็นเมต้าเมต้าสายต่อสู้ถึงตกต่ำขนาดนั้น?

“ลินน้อย ถ้าเป็นไปได้นายตามรอยพี่ชายของนายเถอะนะ” แอรีสบอกผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “การเป็นเมต้าสายต่อสู้ทุกวันนี้มันไม่มีความสำคัญอะไรมากมายแล้วล่ะ ตอนนี้มนุษย์พึ่งพาเทคโนโลยีจากคริสตัลในการต่อสู้กับดีม่อนมากมาย”

“ใช่แล้วเด็กน้อย…” พี่สาวบอกผมด้วยท่าทีที่อ่อนโยน “หากน้องเล็กเป็นเมต้าสายต่อสู้ที่ไม่ใช่แรงค์ S แล้วตั้งใจที่จะเป็นฮันเตอร์ ทางรัฐบาลจะทำการโยกย้ายไปยังหน่วยต่อสู้ติดอาวุธแทน ซึ่งน้องเล็กจะไม่มีทางได้พัฒนาทักษะที่ถูกปลุกพลังเลย มีเพียงระดับแรงค์ S เท่านั้นที่ได้รับการพัฒนา”

อะไรนะ…

“จะว่าไปพูดเรื่องพวกนี้ไปแล้วน้องเล็กจะเข้าใจด้วยหรอ เขายังเด็กอยู่เลย ดูตาแป๋ว ๆ นั่นสิ” วินเซอร์บอกด้วยความเสียดาย “เจ้าเด็กน้อย นายโชคดีจริง ๆ ที่โตมาในตระกูลที่ใหญ่โต อย่างน้อยถ้าหากนายอ่อนแอ นายก็ยังมีพี่สาวและพี่ชายคอยปกป้องนาย”

“ใช่แล้ว พวกเราจะปกป้องน้องเล็กเอง” พี่สาวบอกกับผมพร้อมกับลูบตัวผมไปมา

“…”

เรื่องที่ใครจะมาปกป้องผมนั่นมันไม่สำคัญหรอก เรื่องที่ผมรับรู้จากพวกพี่ ๆ ต่างหากที่น่าตกใจ การที่มนุษย์เลือกที่จะหยุดพัฒนาพลังตัวเองแต่กลับพึ่งพาอาวุธที่ถูกพัฒนาจากคคริสตัล? นี่มันคงเป็นเรื่องตลกร้ายที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา

เมต้าสายต่อสู้เดิมทีพวกเขาหยิ่งผยองในพลังต้นกำเนิดของตัวเองเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาที่ซีโร่มีชีวิตอยู่ เมต้าสายต่อสู้ไม่เคยละทิ้งพลังของตนเองเลย เขาทำการฝึกฝนและพัฒนาเรียนรู้ทำความเข้าใจพลังของตัวเองเสมอ เพราะพลังที่ถูกปลุกขึ้นมาก็เพื่อต่อสู้กับกับเหล่าดีม่อนทั้งหลาย เพราะฉะนั้นมันไม่สมเหตุสมผลเลยที่ว่าเมต้าจะทิ้งพลังของตัวเองแล้วไปพึ่งพาอาวุธแทน มันหมายความว่า เมต้าในทุกวันนี้อ่อนแอมากยังไงล่ะ บางทีเมต้าสายต่อสู้แรงค์ S อาจจะอ่อนแอกว่าเมต้าแรงค์ A หรือ B ในอดีตด้วยซ้ำ

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในอนาคตร้อยปีข้างหน้า อารยธรรมของมนุษย์จะถูกพัฒนา แต่พลังภายในกลับถูกละเลยมากขนาดนี้ มันอาจจะมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้

“พี่ลีอา ทำไมฟังดูเหมือนเมต้าสายต่อสู้อ่อนแอจัง” ผมแสร้งถามด้วยความสงสัย

“เมต้าสายต่อสู้เราไม่ได้อ่อนแอหรอกนะ เพียงแต่เราจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีในการดึงพลังออกมามากยิ่งขึ้น ยิ่งเราได้ใช้อาวุธที่ถูกสร้างด้วยเมต้าสายสรรค์สร้างระดับสูงมากเท่าไรเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบางครั้งเราถึงเสียเปรียบบ้างเป็นครั้งคราว”

“แล้วพี่สาวเรียนยังไงหรอครับ”

“ที่พี่เรียนนั้นนอกจากจะสอนในเรื่องของการควบคุมพลังก็ยังสอนในเรื่องของการใช้อาวุธ ในช่วงนี้ทางโรงเรียนก็มีการเตรียมออกไปทำภารกิจ โดยเริ่มมอบหมายภารกิจระดับต่ำ ให้เข้าไปในประตูมิติระดับต่ำก่อนเป็นครั้งคราว มันดีใช่ไหม?” พี่สาวบอกอย่างยิ้มๆ เธอคงภูมิใจมาก

“แต่ว่านะลินน้อย สิ่งที่พี่สาวนายบอกเป็นสิทธิพิเศษเฉพาะเมต้าแรงค์ S เท่านั้น ถ้าหากนายอยู่ระดับต่ำกว่านี้นายต้องไปเรียนรวมกับเมต้าที่ระดับแรงค์ต่ำกว่า S เพื่อเรียนรู้การใช้อาวุธอย่างเท่าเทียมกัน” วินเซอร์เสริม

“ผมไม่เข้าใจ ในเมื่อเรามีพลังแล้วทำไมเราถึงไม่ใช้พลังของเรา ทำไมต้องใช้พลังของอาวุธที่สร้างมาจากคริสตัลพวกนั้นด้วย”

“ฮ่า ๆ น้องชายนายถามเก่งนะ” แอรีสหัวเราะ “เพราะว่าพลังของเมต้าที่อยู่ในระดับต่ำกว่าแรงค์ S มีประสิทธิภาพการทำลาย และต่อสู้ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการใช้อาวุธที่ถูกพัฒนาจากคริสตัลน่ะสิ”

หา…?

“อะแห่ม ใช่แล้วล่ะ หากเมต้าไม่มีอาวุธน่ะก็ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับเหล่าดีม่อนได้หรอกนะ”

พระเจ้า…

โลกอนาคตมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมอยู่ดีๆ มันถึงกลายมาเป็นแบบนี้ล่ะ ดูเหมือนว่า ผมควรจะต้องกลับไปหาหนังสือประวัติศาสตร์มาอ่านเพิ่มเติมแล้วล่ะ พลังของเหล่าเมต้าน่ะถูกสร้างขึ้นมาจากการแบ่งพลังของ 'โลก' เพื่อให้มนุษย์สามารถต่อกรกับสิ่งแปลกปลอมที่รุกราน และแน่นอนว่าคริสตัลที่มาจากเหล่าดีม่อนก็นับว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมเหมือนกัน ถ้าหากมนุษย์ยินดีที่จะใช้พลังจากสิ่งแปลกปลอมมากกว่าพลังของโลกแล้วละก็ มันต้องกลายเป็นปัญหาใหญ่แล้วล่ะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...