โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

การจุติใหม่ของเทพสวรรค์ จบ(มีอีบุ๊ค)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 18 ก.ย 2566 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2566 เวลา 03.20 น. • Kiwkun
ภาษาที่ใช้ในนิยายไม่ใช่แบบจีนโบราณนะครับ ใครที่ไม่ชอบสามารถเลื่อนผ่านได้

ข้อมูลเบื้องต้น

มี Ebook แล้วนะ

ระดับพลัง

ขอบเขตมนุษย์แบ่งเป็น 1-9ขั้นสร้างรากฐานขั้นก่อเกิดขั้นปฐพี ขั้นนภาขั้นราชันขั้นจักพรรดิ
ขอบเขตเซียน ต่ำ กลาง สูง เซียนราชันเซียนจักพรรดิมหาเทวะ
ขอบเขตเทพ ต่ำ กลาง สูงเทพสวรรค์ราชันเทพสวรรค์จักรพรรดิเทพสวรรค์จ้าวสวรรค์
ขอบเขตเหนือเทพผู้ควบคุมแบ่งเป็น 3 ขั้นเทพผู้สร้าง
ระดับสัตว์อสูร
ระดับ 1 สร้างรากฐาน
ระดับ 2 ก่อเกิด
ระดับ 3 ปฐพี
ระดับ 4 นภา
ระดับ 5 ราชันอสูร
ระดับ 6 จักรพรรดิอสูร
ระดับ 7 เซียนอสูร
ระดับ 8 เซียนจักรพรรดิอสูร
ระดับ 9 มหาเทวะ
ระดับ 10 เทพ ระดับการบ่มเพาะตั้งแต่เทพจะเหมือนมนุษย์ทุกประการ
ระดับเม็ดยา
ระดับ 1
ระดับ 2
ระดับ 3
ระดับ 4
ระดับ 5
ระดับ 6
ระดับ 7
ระดับ 8
ระดับ 9
ระดับ 10
ระดับทักษะ
ต่ำ
กลาง
สูง
ปฐพี
นภา
จักรพรรดิ
เซียน
เทพ
มหาเทวะ
เรื่องย่อเย่เฉินเทพสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนเทพด้วยความแข็งแกร่งที่มากมายทำให้เหล่าเทพสวรรค์คนอื่นๆหวาดกลัวในตัวตนของเขาทำให้เหล่าเทพสวรรค์คนอื่นๆได้ร่วมมือกันสังหารเย่เฉินทำให้แดนเทพเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ด้วยเทพสวรรค์ที่มากมายทำให้เย่เฉินบาดเจ็บสาหัสและต้องใช้วิชาลับไปเกิดใหม่ในร่างกายของขยะตระกูลเย่

สามารถสนับสนุนค่าน้ำค่าไฟได้ที่

กสิกรไทย

1193133815

true money

0814502110

ศักดา

ตอนที่ 1 กลับชาติมาเกิด

ณ ทวีประดับต่ำในตระกูลเย่ ชายหนุ่มอายุ 15 ปีหน้าตาหล่อเหลา ผมสีดำดุจดังค่ำคืนที่มืดมิดได้นอนอยู่ในป่าร่างกายเต็มไปด้วยรอยช้ำเต็มไปหมดเลือดท่วมตัวไม่มีลมหายใจ ทันใดอยู่ๆเด็กหนุ่มก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา "นะ ที่นี่มันที่ไหนกันแล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร……..อ๊าก!!" ชายหนุ่มมองรอบๆสักครู่ก่อนที่จะมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงพร้อมความทรงจำตลอด 15 ปีที่ร่างนี้มีชีวิตอยู่ ที่แท้ชายที่ตื่นขึ้นนั้นคือเย่เฉินเทพสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด กลับชาติมาเกิดในร่างกายของเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่าเย่เฉินเช่นเดียวกับเขา เย่เฉินเป็นนายน้อยคนเล็กสุดของตระกูลเย่ 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่แห่งจินหลงที่ประกอบไปด้วย เย่ เสี่ยว เฟย และหลี่ แม้เขาจะเป็นนายน้อยของตระกูลใหญ่แต่เขาไม่ได้การยอมรับจากผู้อาวุโสหรือคนในตระกูลแต่อย่างใดเพราะเนื่องจากเย่เฉินนั้นอายุได้ 15 แต่เขาไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้เลยจึงถูกคนอื่นดูถูกและถูกตั้งฉายาว่าเป็นขยะแห่งตระกูลเย่ และเหตุผลที่เขาได้ไปนอนเสียชีวิตในป่าเขาได้เข้าไปในป่าเพื่อหาสมุนไพรมาเพื่อช่วยรักษามารดาของเขาที่ป่วยมาได้ 3 ปีแล้วในขณะที่เขาเจอสมุนไพรในขณะที่เย่เฉินกำลังจะเก็บสมุนไพรได้ถูกผู้เยาว์ตระกูลหลี่ลอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสและไม่อาจจะทนพิษบาดแผลได้จึงได้เลียชีวิตลง และเมื่อผสานความทรงจำทั้ง 2 ชาติภพได้แล้วเย่เฉินถึงกับกุมขมับ ข้านั้นเป็นถึงเทพสวรรค์แต่กลับถูกผู้เยาว์ลอบสังหารตาย แต่ก็ไม่ได้แย่ไปซะหมดเพราะทำให้ข้านั้นมาอยู่ในร่างนี้ต้องขอบคุณผู้เยาว์พวกนั้นโดยซ้ำ เหอะๆเทพสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นไม่มีอีกต่อไปแล้วและเย่เฉินที่เป็นขยะจะไม่มีอีกต่อไปแล้วในเมื่อโชคชะตาให้ข้ามาอยู่ในร่างนี้ข้าจะทำให้ทุกคนต้องรู้จักข้าเย่เฉิน "เย่เฉินกล่าวออกมาต้องมั่นใจพร้อมตรวจสอบร่างกายที่บาดเจ็บว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า เนื่องจากเขาจะทำการฝึกตนจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เมื่อสำรวจร่างกายจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรสาหัสมากจึงตรวจสอบร่างกายภายใน เด็กหนุ่มตรวจไปสักพักก่อนที่จะทำตาโตตกใจสุดขีด แล้วยิ้มออกมา เพราะเขารู้สาเหตุแล้วทำไมในอดีตเขาไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้ "กายาหยินหยางเส้นลมปราณหยินหยาง!!"ในอดีตนั้นเขาได้เคยได้อ่านเกี่ยวกับกายานี่ในตำราเขียนไว้ว่ากายาหยินหยางนั้นเกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณหยินหยางและแข็งแกร่งที่สุด แต่มันได้หายสาบสูญไปหลายล้านปีแล้ว และคนที่จะเปิดเส้นลมปราณนี่ก็จะต้องเอาเลือดสัตว์อสูรที่มีความเย็นสุดขั้วกับความร้อนสุดขั้วมาผสมลงในอ่างแล้วลงไปแช่ในอ่างนั้น ในเมื่อเขาสำรวจร่างกายเสร็จสิ้นเขาจึงได้วิ่งกลับไปที่ตระกูลเพื่อไปหาท่านแม่ บ้านของเย่เฉินอยู่หลังสุดของตระกูลมีบ้านหลังเล็กๆอยู่ เมื่อมาถึงเย่เฉินเปิดประตูเข้าไปได้เห็นหญิงสาวนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าซีดขาวมาก "ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว"เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยสีหน้ากังวลมาก "เฉินเออร์เจ้ากลับมาแล้วมาให้แม่กอดหน่อย"เย่เหม่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง เย่เฉินได้เดินเข้าไปกอดแม่ของเขาในชาตินี้และได้แอบสำรวจร่างกายของแม่ของเขาว่าทำไมแม่ของเขาถึงเป็นเช่นนี้ ทันใดนั้นเขาได้รู้เหตุผลว่าทำไมแม่ของเขาถึงล้มป่วยเช่นนี้ เขาได้คิดในใจยาพิษสลายลมปราณจะทำให้ผู้ที่โดนร่างกายค่อยๆอ่อนแอลงไปเรื่อยๆจนตายไปเองในขณะที่เย่เฉินกำลังครุ่นคิดเย่เหม่ยได้กล่าวออกมา "เย่เออร์เจ้าเป็นอะไรอะไรหรือเปล่าทำไมร่างกายของเจ้ามีแต่บาดแผลเต็มไปหมดเลย"เย่เหม่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง "ท่านแม่ข้าไม่เป็นอะไรข้าแค่สะดุดกองหินล้มเฉยๆ"เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม "เจ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว" "ท่านแม่อาการท่านแย่ลงมากท่านควรนอนพักนะ" เย่เหม่ยยิ้มด้วยความอบอุ่นแล้วนอนลงแล้วหลับไปในเมื่อท่านแม่หลับไปแล้วข้าควรจะเริ่มเปิดเส้นลมปราณได้แล้วและหาสมุนไพรมารักษาท่านแม่เมื่อเย่เฉินกล่าวจบได้นำเงินเก็บทั้งหมดของเขาไปยังหอประมูลสินค้าเพื่อไปซื้อเลือดสัตว์ระดับต่ำมาเปิดเส้นลมปราณเมื่อมาถึงเย่เฉินได้เข้าไปในหอประมูลมีเถ่าแก่ยืนต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มเย่เฉินสัมผัสได้ว่าเถ่าแก่คนนี้ไม่ธรรมดาเพราะเถ้าแก่คนนี้อยู่ในขั้นปฐพีในทวีปนี้ผู้ที่แกร่งที่สุดอยู่เพียงขั้นราชันเท่านั้นเย่เฉินเดินเข้าไปหาเถ่าแก่สังเกตุเห็นเถ่าแก่ได้กล่าวออกมาอย่างออกมาอย่างสุภาพ "นายน้อยตระกูลเย่มีอะไรอยากได้หรือเปล่าถึงได้มาที่หอประมูลนี้"เถ้าแก่กล่าวออกไปอย่างสุภาพไม่มีความดูถูกเลย ในเมื่อเย่เฉินเห็นเช่นนั้นถึงได้เอามือขึ้นแล้วก้มหัวลงทำความเคารพอย่างสุภาพ "ข้าต้องการเลือดสัตว์อสูรที่มีความเย็นกับความร้อนสุดขั้วไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสมีหรือไม่"เย่เฉินกล่าวออกมาอย่างสุภาพ "นายน้อยเย่ไม่ต้องสุภาพไปหรอกเลือดสัตว์อสูรที่นายน้อยต้องการมีอยู่ราคา 20 เหรียญทอง" และเมื่อเย่เฉินได้ยินอย่างงั้นยกยิ้มขึ้นมา "ท่านผู้อาวุโสข้าต้องการมันทั้งหมด"เมื่อเถ้าแก่ได้ยินเช่นนั้นจึงยกยิ้มขึ้นมาด้วยความยินดีเถ่าแก่จึงได้ไปที่หลังร้านและนำเลือดสัตว์อสูรออกมา "นายน้อยนี่เป็นเลือดสัตว์อสูรที่นายน้อยต้องการทั้งหมดราคา 200 เหรียญทอง"เย่เฉินจึงได้ส่งเหรียญทองไป "หากนายน้อยต้องการอะไรอีกให้มาที่หอประมูลของข้าได้นะ"เถ้าแก่ด้วยรอยยิ้ม เย่เฉินจึงยิ้มตอบกลับ

ตอนที่ 2 เปิดเส้นลมปราณ

หลังจากซื้อเลือดสัตว์อสูรเสร็จ เย่เฉินจึงได้เดินกลับไปที่ตระกูลเพื่อเปิดเส้นลมปราณของเขาหลังจากมาถึงบ้านเย่เฉินจึงได้ตรงไปที่ห้องของเขาและนำเลือดอสูรเทลงไปในอ่างน้ำ แล้วลงไปแช่ในอ่างน้ำหลังจากลงไปแช่ได้ 10 อึดใจเย่เฉินถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยว
"อ๊ากกกกกกกกกก!!!"
เย่เฉินร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด เส้นลมปราณในร่างกายค่อยๆเปิดออก เย่เฉินค่อยๆตั้งสติที่เหลืออันน้อยนิดค่อยๆโคจรพลังปราณ เย่เฉินพยายามอย่างยิ่งยวด เพื่อมิให้ร้องออกมา กัดฟันทนจนเลือดไหลออกมาจากมุมปากไม่ขาดสาย
หลังจากผ่านไปร่วมสามชั่วยาม เย่เฉินยังคงอดทนแล้วคิดในใจความเจ็บปวดแค่นี้ยังไม่สู้ที่ข้านั้นโดนพวกมันหักหลังหรอกเย่เฉินปฏิญาณในใจหากข้านั้นแข็งแกร่งข้าจะต้องกลับไปสังหารพวกมันให้หมด จนกระทั่งผ่านไปหกชั่วยามความเจ็บปวดค่อยๆหายไป เมื่อผ่านไปแปดชั่วยามเริ่มมีพลังปราณมหาศาลหมุนวนรอบๆตัวเย่เฉินและค่อยๆเข้าไปในตัวเย่เฉิน
ตรึ้มมมมมมมมมม!!!!!
ขั้นสร้างรากฐาน ขั้นที่ 1
ตรึ้มมมมมมมมมม!!!
ขั้นที่ 2
ตรึ้มมมมมมมมมม!!
ขั้นที่ 3
"ยังไม่หมดแค่นี้หรอก"เย่เฉินดูดพลังปราณอย่างบ้าคลั่ง
ตรึ้มมมมมมมมมม!!!
ขั้นที่ 4
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วภายในห้องข้าวของกระจัดกระจาย เย่เฉินค่อยๆลืมตาขึ้นและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าในที่สุดข้าก็เปิดเส้นลมปราณได้"
หลังจากสำรวจร่างกายเสร็จสิ้นเย่เฉินมองไปรอบๆห้องแล้วยิ้มเจื่อนๆคิดในใจถ้าข้าจะฝึกฝนคงต้องไปหุบเขาป่าอสูรไม่งั้นมีหวังบ้านข้าพังแน่ๆเย่เฉินค่อยๆลุกขึ้นจากอ่างน้ำแต่งตัวแล้วออกจากห้องหลังจากออกมาได้เห็นเย่เหม่ยมองมาที่ตัวเองอย่างสงสัย
"เฉินเอ๋อทำไมในห้องของเจ้าถึงมีเสียงดังเช่นนี้กัน"เย่เหม่ยกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก
"ท่านแม่ข้าไม่เป็นอะไรข้าแค่ทำการบ่มเพาะพลังเท่านั้น"เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
อู่เหม่ยตกตะลึง!
"เฉินเอ๋อเจ้าบ่มเพาะพลังได้แล้วหรือ"เย่เหม่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น
"ใช่ท่านแม่ข้าบังเอิญไปเจอสมุนไพรมาทำให้ข้าบ่มเพาะพลังได้
เย่เหม่ยถึงกับน้ำตาไหลออกมาเย่เฉินเห็นเช่นนั้นจึงได้เข้าไปกอดเย่เหม่ยด้วยรอบยิ้ม
"ต่อไปนี้ข้าจะไม่ให้ใครมารังแกท่านแม่ได้"
เย่เหม่ยได้ยินเช่นนั้นจึงยกยิ้มขึ้นมาอย่างอบอุ่น
"ท่านแม่ท่านนอนพักก่อนข้าจะหาวิธีรักษาท่านแน่"
เย่เหม่ยพยักหน้าและนอนลงเย่เฉินเห็นเช่นนั้นจึงได้ยกยิ้มและเดินออกมาจากบ้านเมื่อเดินไปสักพักได้มีเสียงเยาะเย้ยจากด้านหน้าเย่เฉินจึงได้มองไปเห็นเด็กหนุ่มผมสีดำเช่นเดียวกับเย่เฉินแต่ไม่ได้หล่อเหลาอะไรเย่เฉินขมวดคิ้วค่อยๆค้นในความทรงจำจนรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขานั้นชื่อเย่ฟางเป็นลูกของผู้อาวุโสในตระกูลจากในความทรงจำเย่ฟางคอยกลั่นแกล้งเย่เฉิน
อยู่ตลอดและคอยหาวิธีขับไล่เย่เฉินกับแม่ของเขาออกไปจากตระกูล
"อ้าว อ้าว นี่มันไม่ใช่ว่าเป็นขยะของตระกูลไม่ใช่หรอ"เย่ฟางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก
เย่เฉินได้ยินเช่นนั้นจึงยกยิ้มอย่างชั่วร้าย
"อ้าวนี่มันไม่ใช่นายน้อยลูกแงหรอกรึ"เย่เฉินกล่าวออกมากด้วยน้ำเสียงขบขัน
เย่ฟางได้ยินเช่นนั้นถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"เจ้าขยะเจ้ากล้ามาดูถูกข้าอย่างงั้นหรือ"
"ข้านั้นไม่ได้กล้าดูถูกเจ้าอย่างเดียวหรอกนะข้านั้นกล้าตบตีเจ้าด้วย"
"ฮ่าฮ่าฮ่าเจ้าขยะที่ไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างเจ้านั้นหรอที่จะสามารถตบตีข้าได้ข้านั้นเป็นถึงอัจฉริยะของตระกูลอายุ 16 อยู่ขั้นสร้างรากฐานขั้นที่ 6 อาศัยแค่ขยะอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้"เย่ฟางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน
เย่เฉินได้ยินเช่นนี้จึงยกยิ้มขึ้นมา
"ได้ไม่ได้ก็คอยดูละกัน"เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงยิ้มเยาะ
เย่ฟางได้ยินเช่นนั้นถึงโกรธมากและได้พุ่งเข้ามาหาเย่เฉินและได้ง้างหมัดเพื่อที่จะสั่งสอนเย่เฉินเย่เฉินเห็นเช่นนั้นจึงได้ง้างหมัดสวนออกไปหมัดทั้งสองได้ชนหมัดแต่หมัดของเย่ฟางไม่สามารถทนรับหมัดของเย่เฉินได้เลยสักนิดเดียวเย่ฟางได้กระเด็นไปชนกำแพงของตระกูลจนแตกเย่ฟางถึงกับกระอักเลือดออกมาเย่ฟางมองไปที่เย่เฉินด้วยสายตาตกตะลึง
"ขยะอย่างเจ้ากล้ามาต่อยข้าอย่างงั้นหรือ"เย่ฟางกล่าวออกมาด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
เย่ฟางได้พุ่งเข้าไปอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธอย่างมากและใช้พลังทั้งหมดต่อยไปที่เย่เฉินอย่างเต็มแรงเย่เฉินมองอย่างไม่เกรงกลัวและง้างหมดสวนอย่างสุดแรงเช่นกัน
ตรี้มมมมม!!!
เย่ฟางกระเด็นออกไปอัดกำแพงของตระกูลอย่างรุนแรงกระอักเลือดหมดสติลงเย่เฉินคิดในใจนี่สินะกายาหยินหยางแข็งแกร่งมากหลังจากนั้นเย่เฉินได้ออกมาจากตระกูลและพุ่งตัวไปที่ป่าอสูรเพื่อไปหาสมุนไพรมารักษาท่านแม่เย่เฉินใช้ท่าร่างตัวเบาอย่างรวดเร็วถึงได้มาถึงที่หุบเขาป่าอสูรหลังจากมาถึงนั้นเย่เฉินได้ทำการหาวิชาที่เขาจะฝึกในความทรงจำของเขาเย่เฉินหาไปสักพักจนได้เคล็ดวิชามาฝ่ามือสยบเทพเป็นวิชาระดับเซียนที่เย่เฉินบังเอิญได้มันมาในสุสานบรรพกาลเย่เฉินได้ทำการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งผ่านไปสองชั่วยามเย่เฉินฝึกขั้นพื้นฐานสำเร็จที่เย่เฉินสามารถฝึกฝนได้เร็วนั้นเพราะชาติที่แล้วเย่เฉินเป็นอัจฉริยะในด้านฝึกวิชา
หลังจากฝึกฝนจนสำเร็จขั้นพื้นฐานเย่เฉินจึงได้ตามหาสัตว์อสูรระดับ 1 รอบๆหุบเขาเย่เฉินได้เจอกระทิงอัสนีสูงประมาณ 3 เมตรมีขนาดใหญ่เย่เฉินเห็นเช่นนั้นวิ่งได้พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและปล่อยวิชาฝ่ามือออกมา
"ฝ่ามือสยบเทพ"ได้มีมือยักสีทองขนาดพอๆกับกระทิงอัสนีพุ่งออกไปหากระทิงอัสนีอย่างรวดเร็ว
เมื่อกระทิงอัสนีเห็นเช่นนั้นได้พุ่งเข้ามาหาเย่เฉิน กระทิงกับฝ่ามือปะทะกัน
ตรึ้มมม!!!!
กระทิงบาดเจ็บสาหัสเย่เฉินเห็นเช่นนั้นยกยิ้มและได้ต่อยหมัดไปที่กระทิงอัสนีจนเสียชีวิตลงที่เห็นเย่เฉินนั้นสามารถสังหารกระทิงอัสนีได้รวดเร็วเช่นนี้เพราะเย่เฉินได้ใช้พลังไปถึง 7 ส่วนหลังจากสังหารได้เย่เฉินได้เดินไปหากระทิงอัสนีและดึงแกนพลังของกระทิงอัสนีออกมาแกนพลังระดับต่ำคงจะขายได้เย่เฉินพูดพึมพำเบา

ตอนที่ 3 เย่หลิน

หลังจากที่เย่เฉินได้ใช้วิชาไป เย่เฉินได้นั่งสมาธิเพื่อฟื้นคืนพลังปราณที่ใช้ไปหลังจากฟื้นพลังเต็มที่เย่เฉินได้เดินกลับไปที่ตระกูลหลังจากเย่เฉินได้เดินเข้ามาภายในตระกูลได้ทุกศิษย์รุ่นเยาว์มองมาทางเย่เฉินด้วยสายตาแปลกประหลาด เย่เฉินไม่ได้สนใจอะไร
เพราะเย่เฉินสามารถเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อมาถึงบ้านเย่เฉินได้เดินเข้าไปตรงไปหาแม่ของเขาแต่มีสาวน้อยหน้าตาสะสวยเหมือนถูกแกะสลักมาจากภาพวาดได้นั่งคุยอยู่กับแม่ของเขาอยู่สาวน้อยนางนี้มีผมสีน้ำตาลสวมอาภรณ์สีแดงราวกับมรกตสวยงามเย่เฉินยกยิ้มขึ้นมาเพราะไม่ใช่ใครอื่นนางชื่อเย่หลินเป็นลูกของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเย่เทียนนางมักจะมาดูแลแม่ของเขาและนั่งคุยอยู่เป็นประจำและนางยังเป็นอัจฉริยะของตระกูลอีกด้วยนางอายุ 16 ปีอยู่ขั้นสร้างรากฐานขั้น 9 ซึ่งแข็งแกร่งที่ในรุ่นเยาว์ของตระกูลในตอนนี้
"พี่หลินวันนี้ท่านก็มาด้วยหรอ"เย่เฉินกล่าว
ออกไปด้วยรอยยิ้ม
"ศิษย์น้องเจ้ากลับมาแล้วหรอ"
"ใช่ ข้าไปฝึกวิชาในป่ามานะ"
เย่หลินหันกับไปหาเย่เหม่ยทันที
"ท่านน้าเย่เฉินสามารถฝึกฝนได้แล้วหรอคะ"เย่หลินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าสงสัยและดีใจออกมานิด นิด
"ใช่จ้าเย่เฉินเล่าให้ฟังว่าได้ไปเจอสมุนไพรมานะ"เย่เหม่ยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
เย่หลินได้ยินเช่นนั้นถึงกับตกตะลึงและวิ่งเข้ามากระโดดกอดเย่เฉินอย่างไม่อายใครเย่เฉินถึงกลับตกใจหน้าแดงที่เย่เฉินหน้าแดงเพราะชาติที่แล้วเขาบ้าการบ่มเพาะอย่างมากไม่สนใครหญิงสาวไหนเลยเลยทำให้เขามีอาการเช่นนี้
"ศิษย์พี่ท่านทำแบบนี้เกรงว่าจะไม่ดีนะ"
เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักด้วยความเขินอาย
เย่หลินได้ยินเช่นนั้นผลักตัวออกทันทีมองไปทางอื่นด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อราวกับ
แอปเปิ้ลสุก
"ข้า…ข้าขอโทษข้าแค่ดีใจไปหน่อย"เย่หลินกล่าวออกมาด้วยความเขินอายอย่างมาก
เย่เหม่ยเห็นเช่นนั้นจึงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
"อะแฮ่ม พวกเจ้าจะยืนอีกมั้ย"เย่เหม่ยกล่าว
ออกมาด้วยรอยยิ้ม
ทั้งสองคนจึงได้สติและเดินมานั่งข้างๆเย่เหม่ย
"เฉินเออร์ตอนนี้เจ้าอยู่ระดับใดแล้ว"เย่เหม่ย
กล่าวออกมาด้วยความสงสัย
"ตอนนี้ข้าอยู่ขั้นที่ 4 แล้วท่านแม่"
ทั้งสองคนถึงกับตกตะลึงในความเร็วนี้
"เจ้าเป็นความภาคภูมิใจของแม่จริงๆ"เย่เหม่ยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างอบอุ่น
ปัง!! ได้มีเสียงเปิดประตูอย่างรุนแรงได้มีผู้เยาว์คนนึ่งได้เดินเข้ามาอย่างเย่อหยิ่งไม่สนใจเย่เฉินทำหน้าตาเย็นชาทันทีเพราะคนที่มามีนามว่า เย่เฟยอายุ 17 อยู่ขั้นที่ 8 ขั้นปลายเป็นพี่ชายของเย่ฟางที่โดนเย่เฉินทุบตีไปนั้นเอง
"เจ้ามาที่นี้ทำไม"เย่หลินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างมาก
เย่เฟยได้ยินเช่นนั้นมองไปที่เย่หลินทันทีด้วยสายตาขั่วร้ายอย่างมาก
"อะแฮ่ม ข้ามาที่นี้เพราะได้ยินว่านายน้อยขยะของตระกูลได้ไปทุบตีน้องชายของข้านะสิ"เย่เฟยกล่าวออกมาและไปเย่เฉินด้วยสายตาดูถูกอย่างมาก
เย่เฉินได้เดินออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา
"เจ้ามาหาข้าอย่างงั้นรึ"
"ขยะอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดกับข้าเช่นนี้"
"แต่น้องชายเจ้าก็โดนขยะทุบตีไปนะ"เย่เฉินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเย้ยยันอย่างมาก
"เจ้า ดี ดี ดีมาก วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง"เย่เฟยกล่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
"ศิษย์น้องให้ข้าจัดการให้มั้ย"เย่หลินกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วงอย่างมาก
"ศิษย์พี่ท่านเชื่อใจข้า"เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
"อื้ม ข้าจะเชื่อใจเจ้า"
เย่เฟยเห็นเช่นนั้นถึงกับเลือดขึ้นหน้าเพราะคนที่มันชอบได้ไปคุยกับขยะอย่างสนิทสนมอย่างมาก เย่เฟยได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เย่เฉินเห็นเช่นนั้นจึงพุ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วเช่นกันกงเล็บอินทรีย์ เย่ฟางกล่าวออกมาทันใดนั้นได้มีกงเล็บขนาดใหญ่พุ่งออกมา เย่เฉินก็ใช้วิชาของเขาเช่นกัน ฝ่ามือสยบเทพ มือยักสีทองขนาดใหญ่ได้พุ่งไปปะทะกับกงเล็บอินทรีย์อย่างรุนแรงและได้เกิดการระเบิดขึ้น
ตรึ้ม!!!เสียงระเบิดดังสนั่น
หลังจากที่ควันค่อยๆจางหายไปเย่เฉินได้มีเลือดออกที่มุมปาก แต่เย่เฟยถึงกับกระเด็นกระอักเลือดออกมาอย่างมากเย่เฟยมองไปที่เย่เฉินด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวอย่างมาก
"ขยะอย่างเจ้ากล้าลงมือกับข้าอย่างงั้นหรือ"
"แล้วคนที่แพ้ให้กับขยะจะถูกเรียกว่าอะไร"เย่เฉินกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเย้ยยัน
"เจ้า เจ้า แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"เย่เฟยกล่าวจบได้เดินออกไปด้วยความอับอายอย่างมากที่มาแพ้ให้ขยะเย่เฉินได้เช็ดเลือดที่มุมปากออกแล้วหันไปหาแม่ของเขาด้วยสายตามุ่งมั่น
"ท่านแม่ข้าต้องที่จะออกไปฝึกฝนที่ป่าอสูร"เย่เฉินกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
"แต่ว่ามันอันตรายมากนะ"เย่เหม่ยกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วงอย่างมาก
"ท่านแม่ข้าไม่เป็นอะไรหรอกข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นและมาปกป้องท่านให้ได้"เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยความมุ่งมั่น
เย่เหม่ยเห็นเช่นนั้นจึงพยักหน้าเย่เฉินหันไปมองศิษย์พี่ของเขา
"ศิษย์พี่ตอนที่ข้าไม่อยู่ข้าฝากศิษย์พี่ดูท่านแม่แทนข้าได้หรือไม่"
"ศิษย์น้องไม่ต้องเป็นห่วงไปข้าจะดูแลท่านน้าอย่างดีแน่นอน"
"ข้าขอขอบคุณศิษย์พี่อย่างมาก"เย่เฉินกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ศิษย์น้องแต่เจ้าจะต้องกลับมาให้ทันภายในห้าเดือนนะ"
"ศิษย์พี่อีกห้าเดือนจะมีอะไรรึ"เย่เฉินกล่าวออกไปด้วยความสงสัยอย่างมาก
"อีกห้าเดือนจะมีการประลองรุ่นเยาว์ภายในเมืองจินหลงแห่งนี้และจะมีผู้อาวุโสจากสำนักระดับกลางมาดูการแข่งขันนี้เพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะเข้านิกาย"
"ศิษย์พี่แล้วสำนักที่จะมามีสำนักอะไรบ้าง"
"มีสำนักพิสุทธิ์เหมันต์ สำนักเทพกระบี่ สำนักคล้อยเมฆา สำนักดาราจรัสแสง"
เย่เฉินได้ยินเช่นนั้นจึงพยักหน้าตอบกลับ
"ศิษย์พี่ข้าสัญญาข้าจะกลับมาก่อนงานประลองแน่"
"เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะ"เย่เฉินเข้าไปกอดเย่เหม่ยสักพักก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...