เปลี่ยน “เปลือกผลไม้” ให้กลายเป็น “กระเป๋าหนัง” สุดเก๋ แถมแก้ปัญหา Fruit Waste
เปลือกผลไม้เหลือทิ้งเป็นอะไรได้มากกว่าการปล่อยให้เป็นปุ๋ย และหนึ่งในเทรนด์ที่เราเห็นมากขึ้น คือการนำเปลือกผลไม้ที่เรียกได้ว่าเป็น Fruit Waste มาเข้าสู่กระบวนการ Upcycling จนกลายเป็น “เครื่องหนัง” สุดหรูหรา
หลายคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว ว่าการทำปศุสัตว์เป็นกิจกรรมอันดับต้น ๆ ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แถมอุตสาหกรรมเครื่องหนังยังก่อให้เกิดการฆ่าสัตว์มากกว่าพันล้านตัวทั่วโลก
เท่านั้นยังไม่พอ ในกระบวนการฟอกหนังก็ยังต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอีกเช่นเดียวกัน จึงไม่แปลกเลยที่การตามหาตัวเลือกอื่นมาแทนที่หนังสัตว์แท้ ๆ จะมีมาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับอุตสาหกรรมเครื่องหนังมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19
ในขณะที่อุตสาหกรรมอาหารเอง นอกจากปัญหา “ขยะอาหาร” ล้นโลก ที่กว่า 1 ใน 3 ของอาหารทั่วโลกจะถูกทิ้งเป็นขยะแล้ว เศษซากของผักและผลไม้ในส่วนที่ไม่สามารถนำไปขายหรือรับประทานได้ก็ยังมีปริมาณมหาศาลไม่แพ้ขยะอาหารอื่น ๆ อีกด้วย
จนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “ผลิตภัณฑ์หนังทางเลือก” จากเปลือกผลไม้ ก็ได้กลายเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เราเห็นมากขึ้นในท้องตลาด ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังตอบไลฟ์สไตล์กลุ่มวีแกนที่ไม่อยากเห็นการทรมานสัตว์เพื่อวงการแฟชั่นอีกด้วย
“แฟชั่นหนังผลไม้” ทางเลือกที่ไม่ทำร้ายสัตว์ (และโลก)
แม้หนังเทียมจะถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 อย่างที่กล่าวไปข้างต้น และยังได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน แต่หนังเทียมส่วนใหญ่ (ทั้ง PVC และ PU) ก็ยังคงมีพื้นฐานมาจากพลาสติกซึ่งย่อยสลายได้ยากและมีการใช้สารที่เป็นอันตรายต่อทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
ด้วยปัญหาที่ว่า จึงเกิดเป็นสินค้า “Fruit Waste Leather” ที่มีการประยุกต์ใช้เส้นใยธรรมชาติมาผสมรวมกับวัสดุประเภทอื่น ๆ เช่น ยางสังเคราะห์โพลียูรีเทน (Polyurethane) โดยจะมีกระบวนการผลิตและความทนทานแตกต่างกันไปตามประเภทของวัตถุดิบ ซึ่งก็มีตั้งแต่เปลือกแอปเปิล กากองุ่น น้ำมะพร้าว เส้นใยสับปะรด เส้นใยกระบองเพชร เนื้อมะม่วง และอื่น ๆ อีกมากมาย
ananas-anam.com
“ปิญาเทกซ์” (Piñatex) หนังสับปะรดที่ได้รับความนิยมจากแบรนด์แฟชั่น
แผ่นหนังที่ทำจากเส้นใยของใบสับปะรดนี้ถูกคิดค้นโดย ดร. คาร์เมน ไอโฆซา (Carmen Hijosa) ที่ปรึกษาอุตสาหกรรมส่งออกเครื่องหนังของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะใช้เฉพาะใบที่เป็นส่วนเหลือทิ้งจากการตัดแต่งผลผลิตก่อนนำไปขายในท้องตลาด มาสกัดเอาเส้นใยในกระบวนการที่ยั่งยืน ไม่ใช้สารเคมี จนให้ผิวสัมผัสและรูปร่างที่เหมือนหนังจริง ๆ โดยปิญาเทกซ์ได้รับความนิยมจากผู้ผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชั้นนำกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก อย่างรองเท้าจาก Hugo Boss และคอลเล็กชัน “Happy Pineapple” จาก Nike รวมไปถึงเสื้อผ้าคอลเล็กชันรักษ์โลก “Conscious” จาก H&M ด้วย
mylo-unleather.com
“ไมโล” (Mylo) แผ่นหนังจากเส้นใยเห็ด!
เครื่องหนังจากเส้นใยเห็ดนี้เปิดตัวโดยสตาร์ทอัปที่ชื่อ Bolt Threads ในปี 2018 โดยมีลักษณะเป็นแผ่นหนังเทียมหน้าตาคล้ายแผ่นไม้ก๊อกแต่ยืดหยุ่นได้มากกว่า ผลิตมาจากเส้นใยไมซีเลียมที่เปรียบเหมือนรากของเห็ดและเชื้อรา
Mylo เป็นหนึ่งในวัสดุหนังทางเลือกที่เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมแฟชั่นเช่นกัน โดยมีแบรนด์ลักชัวรีอย่าง Hermès ได้นำไปผลิตเป็นกระเป๋ารุ่น Victoria Travel Bag และแบรนด์รองเท้า Adidas ก็ไม่น้อยหน้า เพราะได้นำเอาไปใส่ในรองเท้ารุ่น “Stan Smith” รวมถึงแบรนด์แฟชั่นอย่าง Stella McCartney ที่ก็หยิบเอาหนังจากเห็ดไปใช้อยู่บ่อยครั้ง
Vegea
“เวเจอา” (Vegea) จากเปลือกองุ่นสู่เบาะหนังรถหรู
ประเทศอิตาลีเต็มไปด้วยไร่องุ่นสำหรับผลิตไวน์โดยเฉพาะ จึงทำให้มีกากองุ่นเหลือทิ้งจำนวนมาก และนั่นก็กลายมาเป็นไอเดียให้บริษัทสตาร์ทอัปอย่าง Vegea ทดลองนำส่วนของเม็ดองุ่นและเปลือกองุ่นที่ทิ้งแล้วจากการหมักไวน์ มาผ่านขั้นตอนการผลิตอีกครั้งจนสำเร็จเกิดเป็นหนังทางเลือกที่ทำจากเปลือกองุ่น
วัสดุจาก Vegea ได้รับความสนใจจากแบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ในการนำไปผลิตเป็นเสื้อผ้าและกระเป๋า เช่น Ganni หรือ H&M รวมถึงได้ไปจับมือกับแบรนด์รถหรูอย่าง Bentley ในการนำหนังจากเปลือกองุ่นมาใช้บุภายในรถเพื่อฉลองวาระครบรอบ 100 ปีอีกด้วย
Fruitleather Rotterdam
“Fruitleather Rotterdam” แผ่นหนังที่ทำจาก…มะม่วงกวน!
ใช่แล้ว! อ่านไม่ผิดหรอก วัสดุทดแทนนี้มาจากสองหนุ่มคู่หูดีไซเนอร์จากสถาบัน Willem de Kooning แห่งรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่พบว่ามะม่วงเป็นผลไม้ที่เหลือทิ้งเยอะเอามาก ๆ
พวกเขาจึงทดลองนำมาพัฒนาเป็นวัสดุทดแทนชนิดใหม่ โดยการนำไปบด เติมส่วนผสม แล้วนำมาตากแห้งเป็นแผ่นบาง ๆ โดยมี Luxtra แบรนด์ที่เน้นความยั่งยืนจากลอนดอนเลือกไปใช้ผลิตเป็นกระเป๋า
Frumat
กระเป๋าหนังแอปเปิล เฟอร์นิเจอร์หนังกระบองเพชร และอื่น ๆ อีกมากมาย
นอกจากที่กล่าวไปแล้ว ยังมีแบรนด์อีกมากมายที่ผลิตวัสดุเครื่องหนังทางเลือกออกมาเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบรักษ์โลกในการผลิตเป็นสินค้า อย่าง “Frumat” ที่ผลิตหนังจากเปลือกแอปเปิลเหลือทิ้งในอิตาลี ซึ่งได้ถูกนำไปผลิตเป็นกระเป๋าถือแฟชั่นในชื่อ “happy genie”
ขณะที่แบรนด์ “เดแซร์โต้” (Desserto) ก็เลือกเปลี่ยนกระบองเพชรที่มีเกลื่อนกลาดในเม็กซิโกให้กลายเป็นหนังทางเลือกเพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นและเฟอร์นิเจอร์ยานยนต์
รวมไปถึง “Veja” หนังเทียมจากข้าวโพด “Cereal Crop Leather” หนังเทียมจากธัญพืช “Fleather” หนังเทียมจากดอกไม้ และ “Malai” หนังเทียมจากน้ำมะพร้าว และอีกมากมายหลายหนังที่กำลังวิจัยกันอยู่
veja-store.com
สินค้า “Vegan Leather” “หนังเทียมจากผัก-ผลไม้” เหล่านี้ได้รับความนิยมแค่ไหน
เสิร์ชเอ็นจินสินค้าแฟชั่นดัง LYST รายงานว่า ในช่วงปี 2019 มีการค้นหาคำว่า “vegan leather” สูงถึง 119% และยังมีการพูดถึงคำว่า “vegan fashion” ในโซเชียลมีเดียมากกว่า 9.3 ล้านครั้ง
บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยทางการตลาด Infinium Global Research ได้คาดการณ์ว่า ตลาดเครื่องหนังจากพืชจะมีมูลค่าสูงถึง 89,600 ล้านเหรียญในปี 2025 และมีอัตราการเติบโตต่อปีที่สูงถึง 49.9%
ตัวเลขที่กล่าวมาแสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากความกังวลต่อผลกระทบที่เครื่องหนังแบบดั้งเดิมมีต่อโลก และอีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเพราะได้รู้จักกับสินค้าทางเลือกจากพืชที่กว้างขึ้นนั่นเอง
Desserto
หนังทางเลือกช่วยลดการฆ่าสัตว์ได้บ้าง แต่อาจจะยังไม่รักษ์โลกอย่างที่คิด
แม้ปัจจุบันจะมีผู้ผลิตหนังเทียมจากพืชได้หลากหลายขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่า หนังเทียมเหล่านี้ใช่ว่าจะไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเลยสักทีเดียว เพราะยังต้องมีการใช้กระบวนการทางเคมีเข้ามาแปรสภาพวัตถุดิบให้ใกล้เคียงกับหนังสัตว์มากที่สุด
ซึ่งสารเคมีเหล่านั้นอาจใช้เวลาถึง 100 ปีในการย่อยสลายทางชีวภาพด้วยการกลบฝัง เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นหนังประเภทไหนก็ดูจะมีส่วนในการทำลายธรรมชาติได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ต่างกันมากนัก
Stella McCartney ดีไซเนอร์แบรนด์ดังให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะกลายเป็นการอุดช่องโหว่ของวงการแฟชั่นแบบวนลูปที่ไม่จบสิ้น เมื่อมีการลดมลภาวะจากที่หนึ่ง มันก็อาจจะไปโผล่อีกที่หนึ่งในกระบวนการผลิตได้
เธอยังยกตัวอย่างว่า ระหว่างการเลือกซื้อเสื้อหนังราคาแพงซึ่งสร้างมลภาวะตอนผลิตแต่ใส่ได้ตลอดชีวิต กับเสื้อหนังเทียมรักษ์โลกราคาเบา ๆ แต่ใส่ได้ไม่กี่ปี และกลับสร้างมลภาวะตอนที่กลายเป็นขยะฝังกลบแล้ว เป็นการตัดสินใจที่ผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ต้องเลือกชั่งน้ำหนักให้ดีทีเดียว
ที่มา : บทความ “ทำความรู้จักกับ ‘Plant-Based Leather’ หนังทางเลือกจากพืชที่ถูกหยิบมาใช้ในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากขึ้น” โดย Dhanaporn Somboonsith จาก www.vogue.co.th
บทความ “The Leather Debate: Is Vegan Leather A Sustainable Alternative To The Real Thing?” โดย Ellie Pithers จาก www.vogue.co.uk
บทความ “Vegan Leather เมื่อพืชผักผลไม้คือทางเลือกใหม่ ที่ใช้ทดแทนหนังสัตว์ได้จริง” โดย รัตนาวดี โสมพันธ์ จาก https://becommon.co
เรื่อง : ณฐมน ธนาตระกูล