โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกคาใจ! แม่เจ็บหน้าอกไปรพ. หมอบอกหายแล้ว สลดยังไม่ทันถึงบ้าน ช็อกดับกลางทาง

Khaosod

อัพเดต 24 ก.ค. 2566 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2566 เวลา 05.18 น.

ลูกติดใจแม่เสียชีวิต หลังเจ็บหน้าอกอยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอบอกหายแล้วให้พากลับบ้าน ยังไม่ทันถึงบ้านช็อกหมดสติ ต้องกลับไปรพ.อีกครั้ง สุดท้ายเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียน ขอความเป็นธรรมจาก นายภาณุวัฒน์ อายุ 29 ปี ชาวต.ผักปัง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิว่า ติดใจการเสียชีวิตของนางปราณี อายุ 64 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ป่วยด้วยอาการเจ็บหน้าอก เวลาประมาณ 08.00 น. เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา

โดยน.ส.ปานฤทัย ภรรยาและนายภาณุวัฒน์ พานางปราณี อายุ 64 ปี ผู้เป็นแม่ ของตนไปพบแพทย์เข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน รพ.แห่งหนึ่งในจังหวัดชัยภูมิ หลังจากนำตัวผู้เป็นแม่ วัย 64 ปี ส่งเข้ารับการรักษาที่ รพ.แล้ว ต่อมาเวลา 12.30 น.วันที่ 22 ก.ค.66 ทางรพ.แจ้งให้ญาติทราบว่า นางปราณีร่างกายปกติ จึงให้ญาติพานางปราณีกลับบ้าน

ระหว่างพากลับบ้านก็แวะรับประทานอาหาร แต่ตอนที่กำลังถึงหน้าร้าน แม่เกิดอาการช็อกหมดสติ หน้าซีด ตัวเหลือง จึงพานางปราณีกลับไปพบแพทย์ที่รพ.เดิมอีกครั้ง ทางรพ.จึงปั๊มหัวใจ ก่อนที่นางปราณีจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายภาณุวัฒน์ กล่าวต่อว่า การเสียชีวิตของนางปราณี ทำให้ตนเกิดข้อสงสัยและติดใจการเสียชีวิต อย่างกะทันหันของแม่ ในการรักษาของแพทย์ที่ รพ.ดังกล่าวเป็นอย่างมาก หลังพยายามสอบถามกับทางรพ.ว่า สาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้เกิดจากอะไร ทำไมรพ.แจ้งว่า อาการปกติ ปล่อยให้กลับบ้าน แต่ยังมีอาการสาหัสมาเสียชีวิตกะทันหันแบบนี้ได้

นายภาณุวัฒน์ กล่าวว่า ต่อมาตนพาญาติๆ เดินทางมาที่สภ.ภูเขียว เมื่อเวลา 15.45 น.วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแจ้งความต่อ พ.ต.ต.สมศักดิ์ มีปัญญา สว. (สอบสวน) สภ.ภูเขียว พนักงานสอบสวนเวรประจำวัน สภ.ภูเขียว เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยตนติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของแม่ในครั้งนี้ มีความประสงค์ให้พนักงานสอบสวนร่วมกับแพทย์เวร รพ. ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ให้ได้โดยเร็วต่อไป

หลังจากที่แพทย์ชันสูตรพลิกศพแล้ว ผลการชันสูตร แพทย์ลงความเห็นการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ยิ่งสร้างความคาใจให้กับตนและญาติเป็นอันมาก จึงอยากให้ทางโรงพยาบาลแสดงความรับผิดชอบ ในการรักษาผู้ป่วยที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และเสียชีวิตอย่างกะทันหันในครั้งนี้ด้วย

"ซึ่งตั้งแต่นางปราณีเสียชีวิตมาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 24 ก.ค.66 เป็นเวลา 2 วันแล้ว ตั้งศพนางปราณีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่บ้าน ยังไม่มีแม้แต่พวงหรีดของทางรพ.มาแสดงความเสียใจ และออกมาแสดงความรับผิดชอบเลย" นายภาณุวัฒน์ กล่าว

จากการสอบถาม น.ส.ปานฤทัย ภรรยานายภาณุวัฒน์ หรือลูกสะใภ้ที่ พานางปราณี อายุ 64 ปี เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เล่าว่า ในตอนเช้าวันที่ 22 ก.ค. แม่ปราณีมาปลุกที่ห้องนอน บอกว่าเวียนหัว หายใจไม่ออก อยากให้พาไปโรงพยาบาล เหนื่อย เจ็บหน้าอก หายใจไม่ออก จึงรีบพาแม่ไปที่โรงพยาบาล เข้าไปรักษาตัวที่ห้องฉุกเฉิน ที่ไม่ให้ญาติเข้าไปด้วย และไม่ให้เยี่ยม ตนก็นั่งรอที่หน้าห้องฉุกเฉินตั้งแต่ 08.00 น.จนถึง 10.00 น.แม่ยังไม่ออกมาจากห้อง

ตนจึงเดินทางกลับไปบ้านไปอาบน้ำและทานข้าวก่อน ต่อมาพยาบาลโทรบอกให้มารับแม่กลับบ้าน บอกว่าหายปกติแล้ว จึงเดินทางไปโรงพยาบาลรอรับยา รอรับแม่กลับบ้านเวลาเกือบเที่ยงวันรับแม่จะกลับบ้าน ถามแม่เป็นอย่างไรบ้าง แม่บอกเหมือนจะดีขึ้น ได้นอนนิดหนึ่ง แต่ยังเจ็บหัวใจแปลบๆ อยู่ และยังบ่นเจ็บหัวใจอยู่

เมื่อรับแม่ขึ้นรถคุณแม่ก็หลับไปเลย เมื่อขับรถไปถึงบริเวณหน้าร้านอาหาร ในเขตเทศบาลภูเขียว นางปราณีเกิดอาการช็อกตัวเกร็งหมดสติ หน้าซีด ตัวเหลือง จึงรีบพากลับไปพบแพทย์ที่ รพ.อีกครั้ง ทางรพ.จึงปั๊มหัวใจ ก่อนที่แม่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ประมาณบ่ายโมงวันที่ 22 ก.ค.

นายภาณุวัฒน์ กล่าวอีกว่า "ในตอนเช้าแม่บอกว่าหายใจไม่ออก ผมรีบให้แฟนพาแม่ไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าทันที ผมไปหาแม่ตอน 10.00 น.แม่บอกว่าเจ็บหน้าอก ถามแม่จะไปรักษาตัวต่อที่รพ.ใกล้เคียงที่ จ.ขอนแก่น ไหม แต่ทางรพ.ยังไม่ทำเรื่องส่งตัวให้จึงไม่ได้ไป

จนถึงเกือบบ่ายโมง เขาบอกว่าแม่ไม่เป็นอะไร แต่แล้วเมื่อนั่งรถกลับบ้าน เมื่อมาถึงบริเวณหน้าร้าน แม่เกิดอาการช็อกหมดสติ จึงพาแม่กลับไปพบแพทย์ที่รพ.อีกครั้ง ก่อนที่แม่จะเสียชีวิตลง จึงอยากร้องขอความเป็นธรรมในการเสียชีวิตของแม่ในครั้งนี้ด้วย ว่าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องหรือไม่

เบื้องต้นทาง นายแพทย์วชิระ บถพิบูลย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ทราบเรื่องแล้ว พร้อมแจ้งให้ทางรพ.ดังกล่าวรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ให้ทราบเป็นการด่วนแล้ว และพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายในกรณีที่เกิดขึ้นต่อไป

ที่มา มติชนออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...