โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ลา คาเตดรัล” คุกหรูหราหมาเห่าของราชาโคเคน “ปาโบล เอสโกบาร์”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 10 ก.ย 2568 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2568 เวลา 07.00 น.
ปาโบล เอสโกบาร์

“ลา คาเตดรัล” คุกหรูหราหมาเห่าของราชาโคเคน “ปาโบล เอสโกบาร์”

ลา คาเตดรัล(La Catedral) คือ “คุกส่วนตัว” ของ ปาโบล เอสโกบาร์(Pablo Escobar) เจ้าพ่อวงการค้ายาเสพติดแห่งโคลอมเบีย ซึ่งก่อนจะมาอยู่ในเรือนจำแห่งนี้ ชื่อเสียงของเอสโกบาร์ขจรไกลไปทั่ว เขาคือผู้มากด้วยอำนาจเงินตราและบารมี แต่เมื่อรัฐบาลโคลอมเบียต้องการให้เขาเป็นนักโทษ เอสโกบาร์จึงตัดรำคาญด้วยการสร้างคุกหรูไม่ต่างจากโรงแรม 5 ดาว เพื่อเป็นทัณฑสถานของตนเองโดยเฉพาะ!

ครั้งหนึ่ง ปาโบล เอสโกบาร์ คือผู้ทรงอิทธิพลมากที่ในสุดคนหนึ่งของโลก จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส (Forbes) เขาคือมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมูลค่าถึง 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงปี 1989 เครือข่ายของเอสโกบาร์ลำเลียงโคเคนวันละกว่า 50-80 ตัน ไปทำรายได้และมอมเมาคนทั่วโลก นี่คือที่มาของความมั่งคั่งและอำนาจคับวงการยาเสพติดโลกของเอสโกบาร์

ด้วยความร่ำรวย อำนาจต่อรองมหาศาล และอิทธิพลในตลาดมืดยาเสพติด ทำให้เอสโกบาร์ถูกขนานนามว่า “ราชาแห่งโคเคน”

แต่เมื่อสหรัฐอเมริกาในสมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) ประกาศสงครามกับยาเสพติด เอสโกบาร์กลายเป็นหนึ่งในอาชญากรที่ทางการสหรัฐฯ ต้องจัดการ มีความพยายามกดดันรัฐบาลโคลอมเบียให้ส่งตัวเอสโกบาร์ไปยังสหรัฐฯ แต่เขามิได้หวั่นเกรงต่อสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งลั่นวาจาว่า “ข้ายอมตายคาหลุมศพในโคลอมเบีย ดีกว่าไปอยู่ในห้องขังสหรัฐอเมริกา”

แม้เอสโกบาร์จะช่วยรัฐบาลโคลอมเบียปลดหนี้สินต่าง ๆ มูลค่ากว่าหมื่นล้าน แต่รัฐบาลยืนยันว่าเขาต้องเข้าเรือนจำ เพราะนานาชาติโดยเฉพาะสหรัฐฯ หมายหัวเขาอยู่ ตัวเอสโกบาร์เองเบื่อหน่ายการหลบ ๆ ซ่อน ๆ เช่นกัน ราชาแห่งโคเคนจึงสร้างคุกชื่อ “ลา คาเตดรัล” ทัณฑสถานที่พร้อมพรั่งด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเท่าที่เราจะนึกออก มันไม่ต่างจากวิลล่าหรูแห่งหนึ่ง อยู่ท่ามกลางเนินเขาโล่งติดภูเขาเขียวขจี มีแม้กระทั่งสวนหย่อม สนามฟุตบอล และสระว่ายน้ำ

ที่เอสโกบาร์สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะโคลอมเบียเต็มไปด้วยนักการเมืองฉ้อฉลและตำรวจที่พร้อมจะรับสินบนจากอำนาจเถื่อน เจ้าหน้าที่รัฐตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับสูงจำนวนมากถูกเอสโกบาร์ “ซื้อตัว” แม้จะมีบางคนไม่ยอม ราชาแห่งโคเคนก็มีวิธี “จัดการ” พวกเขาให้หายไป

จะเห็นว่าการโค่นเอสโกบาร์ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ รัฐบาลโคลอมเบียจึงยินยอมให้เขาอยู่ในลา คาเตดรัล “คุกส่วนตัว” ใกล้บ้านเกิดของเขา ด้วยคำตัดสินจำคุก 5 ปี ตั้งแต่ปี 1991

ที่ลา คาเตดรัล เอสโกบาร์อยู่ในระบบการรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง กำแพงเรือนจำมีระบบไฟฟ้า การป้องแน่นหนา แต่ภายในไม่มีกฎใด ๆ สำหรับควบคุมนักโทษอย่างเอสโกบาร์เลย เพราะเจ้าหน้าที่คือคนที่เอสโกบาร์เลือกให้เป็นผู้ดูแลเรือนจำแห่งนี้เอง ดังนั้น พวกเขาไม่ได้คอยจับตาไม่ให้เอสโกบาร์หลบหนี แต่คอยดูแลไม่ให้มีผู้บุกรุกเสียมากกว่า มีคนแวะเวียนมาหาเขาเรื่อย ๆ ทั้งคนในครอบครัว บริวาร คนสนิท เครือข่ายของเขา ตลอดจนโสเภณีผู้มามอบความบันเทิงให้คนข้างในลา คาเตดรัล ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากิจการค้าโคเคนของเขายังคงดำเนินต่อไป

อย่างไรก็ตาม 13 เดือนหลังเอสโกบาร์อาศัยอยู่ในคุกสุดหรูของเขา แรงกดดันจากนานาชาติบีบให้ทางการโคลอมเบียต้องส่งเอสโกบาร์ให้รัฐบาลสหรัฐฯ แต่เขาหลบหนีไปได้ระหว่างการส่งตัวที่สนามบิน จึงโดนทางการตามล่าตัวก่อนจะถูกรัวกระสุนใส่และตายอย่างน่าอนาถในวันที่ 2 ธันวาคม ปี 1993 หลังวันเกิดครบรอบ 44 ปี ของเขาเพียงวันเดียว ปิดตำนานราชาแห่งโคเคนผู้มีคุกหรูส่วนตัว…

ชมวิดีโอภายใน ลา คาเตดรัล หลังการจากไปของเอสโกบาร์ :

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

http://airshipdaily.com/catedral

https://allthatsinteresting.com/la-catedral

https://www.thepeople.co/read/history/33289

La Catedral: The Prison Pablo Escobar Built For Himself

https://www.independent.co.uk/news/people/obituary-pablo-escobar-1465149.html?fbclid=IwAR1to6-GXLjImBy1MgYLcIqsu8D0y9T63gynrUovEhjWRsJS3vHz14oMXjc

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 สิงหาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ลา คาเตดรัล” คุกหรูหราหมาเห่าของราชาโคเคน “ปาโบล เอสโกบาร์”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...