โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฟรีวีซ่าให้อาจไม่เวิร์ก อย่าหวังสูงกับนักเที่ยวจีน นี่คือเหตุผลที่คนจีนอาจไม่มาเที่ยวไทย

The Better

อัพเดต 11 ก.ย 2566 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2566 เวลา 04.50 น. • THE BETTER
ไทยเลิกหวัง ฟังเหตุผลนักท่องเที่ยวจีนจะไม่กลับมาไทยอีกแล้ว

นโยบายเร่งด่วนที่สุดเรื่องหนึ่งของรัฐลบาลเศรษฐาคือการผลักดัน "ฟรีวีซ่า" ให้กับนักท่องเที่ยวจีน แน่นอนว่า ก็เพื่อหวังให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมากอีกครั้ง

แต่นโยบายนี้มีทั้งเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป แต่ ณ ที่นี้เราจะมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาไทยอีก หลังจากที่ยอดทัวร์จีนน้อยจนน่าตกใจ ทั้งๆ ที่จีนเปิดประเทศหลังโควิดมานานแล้วก็ตาม

ก่อนที่เราจะไปวิเคราะห์ว่าวีซ่าฟรีจะส่งผลกระทบอะไรกับบ้านเมืองของเรา เราจะมาหาข้อสรุปกันก่อนว่า คนจีนจะมาเที่ยวไทยอีกหรือไม่ และทัวร์จีนหายไปไหนก่อนหน้านี้ และจะกลับมาเที่ยวไทยอีกหรือไม่ถ้าหากมาแล้วไม่ต้องขอวีซ่าอีก ต่อไปนี้คือการวิเคราะห์ของเรา

1. คนจีนอาจจะไม่กลับมาเที่ยวมากเท่าเดิม เพราะคนจีนกำลังเก็บเงิน เศรษฐกิจไม่ดี ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังจะแย่

ข้อเท็จจริงก็คือ คนจีนมักใช้เงินผ่านการเก็งกำไรในตลาดอสังหาฯ ครัวเรือนชาวจีนลงทุนมากถึง 80% ของความมั่งคั่งในอสังหาริมทรัพย์ โดยรวมแล้วทั้งประเทศจีนเก็บความมั่งคั่ง 70% ไว้ในอสังหาริมทรัพย์เพราะเป็นการลงทุนที่ได้ผลสูง แทนที่จะฝากธนาคารให้เงินอยู่นิ่งๆ เพราะดอกเบี้ยเงินออมต่ำแค่ 1.03%

แต่ตอนนี้ฟองสบู่ตลาดอสังหาอาจจะระเบิด หลังจากบริษัทใหญ่ๆ เงินออมก็เสี่ยงที่จะหายไปด้วย ซึ่งวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนในเกิดขึ้นในปี 2020 ลากมาถึงปี 2023 และอาจจะลากยาวต่อไป เริ่มต้นจากการซวนเซของบริษัท Evergrande Group และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ของจีน เช่น Country Garden, Kaisa Group, Fantasia Holdings, Sunac, Sinic Holdings และ Modern Land ทั้งหมดเป็นรายใหญ่ทั้งสิ้น

ผลก็คือมีหนี้ติดค้างในภาคอสังหาริมทรัพนย์มากมายมหาศาล เอาเฉพาะแค่ Evergrande Group รายเดียว ติดหนี้นักลงทุนรายย่อยหลายพันราย รวมถึงธนาคาร ซัพพลายเออร์ และนักลงทุนต่างชาติ 2 ล้านล้านหยวน (310,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ณ เดือนกันยายน 2021 บริษัท Country Garden เสี่ยงที่จดผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่เหมือนกัน แม้ว่าจะเลี่ยงมาได้เฉียดฉิวในปีนี้ แต่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนบริษัทอื่นๆ ก็มีอาการอาจจะชำระหนี้ไม่ได้เหมือนกัน

วิกฤตนี้ไม่ธรรมดา มันจะทำให้สภาพคล่องในประเทศเหือดแห้งไป (คนไม่มีเงินสดในมือ) และทำให้เงินออมทั้งชีวิตหมดสิ้นไปเอาง่ายๆ (เพราะคนไปลงทุนอสังหาฯ มากเกินไป) เราจะเห็นว่าคนจีนเริ่มมีปฏิกริยา คือปี 2022 ชาวจีนเก็บออมเงิน 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 80% จากปี 2021 การออมนี้คือการออมในธนาคาร นั่นหมายความว่า

  • คนจีนไม่มั่นใจตลาดอสังหาอีก และคนจีนกังวลจนไม่ยอมใช้เงิน แต่เลือกจะเก็บเงิน เพราะการออมเงินในช่วงวิกฤต เป็นพฤติกรรมทั่วไปของผู้บริโภคทั่วโลก เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่โหมด "เต่าในกระดอง" รับแรงกระแทก
  • แต่คนจีนยังเป็นพวกกลัวความวุ่นวาย หรือ "ล่วน" (乱) ซึ่งหมายถึงภาวะโกลาหลทางสังคมการเมือง ดังนั้นจีนจะเก็บเงินคูณสองเข้าไปอีก จะเห็นว่าคนจีนไม่เคยออมเงินขนาดนี้มาก่อน เพราะเน้นเอาเงินไปลงที่ภาคอสังหาฯ

นอกจากปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ จีนยังมีปัญหาเรื่องการจ้างงาน ตอนนี้คนจีนตกงานมากขึ้น ในหมู่คนรุ่นใหม่ตกงานถึง 21% จากตัวเลขเดือนพฤษภาคม ทั้งประเทศตกงาน 5.3% ในเดือนกรกฎาคม คนรุ่นใหม่คือกลุ่มที่มีศักยภาพการจับจ่ายสูง และนิยมท่องเที่ยว แต่เมื่อไม่มีงาน ก็ย่อมไม่มีเงินเที่ยว

ไม่ใช่แค่เท่นนั้น เศรษฐกิจของจีนยังชลอตัวลงแบบเหนือความคาดหมาย ทั้งๆ ที่โลกคาดว่าจีนจะเป้นตัวจักรขับเคลื่อนโลกหลังยุคโควิด ตอนนี้ตัวเลขนำเข้าและส่งออกเดือนสิงหาคมลดลงมากถึง 8.8% และ 7.3% หรือ 4 เดือนติดต่อกัน นั่นหมายความว่าจีนบริโภคลดลง และนี่จะส่งผลสองเด้งมายังภาคส่งออกของไทยด้วย

• สรุปก็คือ คนจีนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ยิ่งสถานการณ์ระส่ำ คนจนยิ่งกังวลจนไม่กล้าใช้เงินฟุ่มเฟือย จึงไม่ต้องหวังว่าคนจีนจะแห่กันมาใช้สอยเหมือนเดิม ตัวอย่างชัดๆ คือ วัดจากยอดขาย Louis Vuitton ในจีนแผ่นดินใหญ่ลดลง 5% ถึง 10% ในเดือนกรกฎาคม

2. คนจีนอาจจะไม่กลับมาเที่ยวมากเท่าเดิม เพราะคนจีนไปเที่ยวนอกน้อยลง เที่ยวในประเทศมากขึ้น

เราจะเห็นได้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเยือนไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ลดลงอย่างน้อย 60% ในเดือนพฤษภาคมนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 ตามรายงานของรอยเตอร์

เที่ยวบินระหว่างประเทศกับจีนเพิ่มขึ้นมา 75% จากเกือบ 0% ช่วงโควิด แต่ถึงแม้ว่ามันจะเพิ่มขึ้นมาก มันก็ยังไม่ถึ 100% เทียบกับการเดินทางภายในเพิ่มขึ้นถึง 110%

ในขณะที่นักท่องเที่ยวออกไปข้างนอกน้อยลงมาก แต่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน บอกว่า ในเดือนสิงหาคม “การใช้จ่ายชดเชยความรู้สึกอัดอั้น” (revenge shopping) ในภาคบริการมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยร้านอาหารด้านการเดินทางและเครือข่ายยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่สูง และยอดขายที่พุ่งสูงขึ้นในด้านการบริการ (การท่องเที่ยว)”

• สรุปก็คือ คนจีนเที่ยวนอกน้อยลง แต่เที่ยวในประเทศมากขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะบอกว่ามีการใช้จ่ายท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น แต่มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เทียบไม่ได้กับเงินที่จะเอาไปเที่ยวนอกประเทศ

3. คนจีนอาจจะไม่กลับมาเที่ยวมากเท่าเดิม ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเปลี่ยนไป ทำให้คนจีนไม่กล้ามา

• ข้อเท็จจริงก็คือ ไทยเป็นประเทศกลุ่มแรกๆ ที่จีนอนุญาตให้กรุ๊ปทัวร์มาเที่ยวได้ แต่ผ่านครึ่งปีแรกไปแล้วนักท่องเที่ยวจีนมาไทยแค่ 5 ล้าน เทียบกับช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเฉียด 11 ล้านคน

ในช่วงเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม มีข่าวลือในโซเชียลมีเดียจีนว่า เมืองไทยอันตราย คนจีนอาจถูกลักพาตัวแล้วนำไตไปขาย บางข่าวลือระบุว่ามีคนจีนถูกลักพาตัวในประเทศไทยแล้วนำไปทำงานทาสให้กับแก๊งคอลเซนเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย

คนจีนบางส่วนกลัวว่าการเปิดเสรีกัญชาในไทย ทำให้เชื่อว่าของกินของใช้มีกัญชาผสมไปหมด และอาจทำให้พวกเขาเสพยาเสพติดไม่รู้ตัว

ข่าวลือพวกนี้ทรงพลังมาก ถึงขนาดมีการแก้ข่าวหลายครั้งก็ยังไม่สำเร็จ และโผล่มาทางโซเชียลมีเดียจีนอยู่เรื่อยๆ

แม้ว่าจะมีข่าวไทยให้ฟรีวีซ่ากับคนจีน แต่คนจีนบอกว่า "ให้ฟรีก็ไม่เอา" เพราะ "ใครจะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับของฟรี" จากแต่ก่อนใครๆ ก็เก็บเงินเพื่อมาเที่ยวไทย

การโฆษณาชวนเชื่อแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นฝีมือใครก็ตาม ต้องยอมรับว่ามีประสิทธิภาพมาก ทำให้คนจีนระแวงประเทศไทยไปแบบถาวร

• สรุปก็คือ คนจีนกลัวประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว

4. คนจีนอาจจะไม่กลับมาเที่ยวมากเท่าเดิม เพราะสังคมจีนไม่เหมือนเดิมอีก

• หลังจากเกิดสงครามการค้า จีนตระหนักว่าการยึดโยงภายนอกมากเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ จีนจึงหันมาพึ่งพาตัวเองมากกว่าเดิม แล้วลดการพึ่งภายนอกลง

หลังจากเกิดโควิดเกิดความสั่นคลอนทางสังคมในจีนไม่น้อย ทำให้จีนต้องปรับสภาพตัวเองให้มั่นคงขึ้น

ในระยะหลัง กระแสต้านจีนภายนอกเพิ่มสูงขึ้นมาก (รวถึกรณีตู้หาวและจีนเทา ที่ทำให้คนไทยมองคนจีนด้านลบมากขึ้น) แต่ชาตินิยมภายในจีนก็รุนแรงขึ้น ยิ่งทำให้จีนคิดถึงเรื่อง "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"

ดังนั้น จีนจึงเกิดปรากฏการณ์ "เต่าหลบในกระดอง" ซึ่งไม่ใช่การดูแคลนจีนว่าเป็นเต่า แต่เป็นลักษณะของการถอยทัพเข้ามาปักหลักในพื้นที่ปลอดภัยและมั่นคง แม้ว่าจะเคยลงทุนใหญ่ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็ยอมปล่อยมือไป แม้ว่าจะมีแผน "สยายปีกอินทรี" ด้วยการเตรียมจะส่งคนและทุนมาก่อนก็ตาม

• สรุป สภาพภายในจีนเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่คนภายนอกจีนยังคิดว่าจีนเหมือนเดิม และยังหวังว่าจีนจะทำตัวแบบเดิมเหมือนก่อนยุคโควิด

ปัจจัยเหล่านี้ คือสาเหตุที่ทำให้เราเชื่อว่านักท่องเที่ยวจีนจะไม่กลับมาเที่ยวไทยเท่าเดิมก่อนช่วงโควิด อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาระยะสั้นถึงระยะกลางต่อจากนี้ ตราบใดที่เศรษฐกิจจีนยังไม่ดี และข่าวลือรวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่ดีในสายตาจีน ตราบนั้นวีซ่าฟรีให้คนจีนก็จะไม่มีพลังในการดึงทัวร์จีนเข้ามาไทย

Photo by Romeo GACAD / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...