‘สุริยะ’ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ อภิมหาโปรเจ็กต์ 1 ล้านล.
‘สุริยะ’ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ อภิมหาโปรเจ็กต์ 1 ล้านล.
นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทำทันทีของพรรคเพื่อไทย มีความชัดเจนของ “ทำทันที” ตามความหมายของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือเริ่มศึกษา เจรจา การเชื่อมต่อระบบ ใช้เวลาประมาณ 2 ปี
แต่วาระที่โดดเด่นขึ้นมาคือโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ “แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง” มูลค่าการลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ที่ “สุริยะ” ให้สัมภาษณ์ว่าเตรียมผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
ตามไทม์ไลน์เรื่องน่าจะถึงมือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในเร็ววันนี้
จากการศึกษารูปแบบโครงการ โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้คัดเลือกจุดก่อสร้างท่าเรือทั้งสองฝั่ง
ฝั่งอ่าวไทยบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และฝั่งอันดามัน ที่แหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง มีแนวเส้นทางการพัฒนาเชื่อมโยงระยะทางประมาณ 89 กิโลเมตร ประกอบด้วย ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) รถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร ระบบขนส่งทางท่อ (Pipeline) มีทั้งรูปแบบยกระดับ ทางระดับพื้นและอุโมงค์ จำนวน 3 แห่ง
ผลการศึกษาเบื้องต้น โครงการแลนด์บริดจ์จะพัฒนาออก 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 ประมาณมูลค่าการลงทุน รวมกว่า 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 4 ระยะย่อย
ระยะที่ 1/1 มูลค่าลงทุนรวม 522,844 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 1.ก่อสร้างท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งทะเล มูลค่ารวม 260,235 ล้านบาท ประกอบด้วย ฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร รองรับตู้สินค้า 4 ล้านทีอียู มูลค่าลงทุน 118,519 ล้านบาท ฝั่งอันดามัน จ.ระนอง รองรับ 6 ล้านทีอียู มูลค่าลงทุน 141,716 ล้านบาท
การลงทุนพื้นที่เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (SRTO) มูลค่ารวม 60,892 ล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่ฝั่ง จ.ชุมพร มูลค่าลงทุน 38,113 ล้านบาท พื้นที่ฝั่ง จ.ระนอง มูลค่าลงทุน 22,779 ล้านบาท
ก่อสร้างเส้นทางเชื่อมโยงมอเตอร์เวย์ขนาด 4 เลน และรถไฟทางคู่ มูลค่ารวม 201,716 ล้านบาท
ระยะที่ 1/2 มูลค่าการลงทุนรวม 164,671 ล้านบาท โดยขยายท่าเรือชุมพรเพิ่มรองรับเป็น 8 ล้านทีอียู ท่าเรือระนองเพิ่มเป็น 12 ล้านทีอียู
ขยายมอเตอร์เวย์เป็น 6 เลน
ระยะที่ 1/3 มูลค่าลงทุนรวม 228,512 ล้านบาท ขยายท่าเรือชุมพรเพิ่มรองรับเป็น 14 ล้านทีอียู ท่าเรือระนองเพิ่มเป็น 20 ล้านทีอียู
ระยะที่ 1/4 มูลค่าลงทุนรวม 85,177 ล้านบาท ขยายท่าเรือชุมพรเพิ่มรองรับตู้ขนสินค้าเป็น 20 ล้านทีอียู
โครงการแลนด์บริดจ์ถูกวางบทบาท ดังนี้
-เป็นประตูการค้ารองรับการนำเข้า-ส่งออกของไทย
-เป็นประตูในการขนส่งและแลกเปลี่ยนสินค้าของไทยในภูมิภาค
-เป็นทางเลือกในการถ่ายลําการขนส่งสินค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก
-มีการตั้งเขตพื้นที่เศรษฐกิจเสรี ดึงดูดนักลงทุนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ
ไปตรวจสอบความคืบหน้าโครงการว่าเป็นอย่างไรบ้างจาก “ปัญญา ชูพานิช” ผู้อำนวยการ สนข. ไล่เรียงสถานะโครงการว่า ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ (อีเอชไอเอ) โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 ไปแล้ววันที่ 16-17 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนครั้งที่ 2จะมีขึ้นในเดือนธันวาคมปีนี้ และครั้งที่ 3 เดือนมีนาคม 2567 จากนั้นจะนำรายงานอีเอชไอเอเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เดิม สนข.ได้สรุปการศึกษาในเบื้องต้นเพื่อเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการโครงการ แต่เนื่องจากมีการยุบสภาเสียก่อน แต่เมื่อมีรัฐบาลใหม่แล้วจึงเตรียมข้อมูลนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและ ครม.ในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้ความเห็นชอบในหลักการของโครงการ
จากนั้นจะทำการโรดโชว์กับนักลงทุนในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนปีนี้ เนื่องจากแลนด์บริดจ์เป็นโครงการใหญ่ใช้เงินลงทุนสูง มีทั้งท่าเรือ รถไฟ และมอเตอร์เวย์ โดยจะรวมการลงทุนเป็นแพคเกจเดียวกัน เอกชนลงทุน 100% เป็นต่างชาติร่วมกับเอกชนไทย ระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี
สำหรับนักลงทุนเป้าหมายคือ กลุ่มสายเดินเรือขนาดใหญ่ที่มีลูกค้าในมือ ผู้บริหารท่าเรือที่มีความเชี่ยวชาญ และนักลงทุนอื่นๆ ดังนั้น จึงต้องรับฟังข้อมูลจากภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญว่าต้องการให้รัฐสนับสนุน หรืออำนวยความสะดวกเรื่องใดบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะนำมาประมวลไว้ในผลการศึกษาเพื่อวิเคราะห์รูปแบบการพัฒนาการลงทุนที่เหมาะสม
“คาดว่าจะสรุปผลการศึกษารูปแบบธุรกิจต่างๆ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการ นอกจากนี้ จะเสนอร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษพื้นที่ภาคใต้ หรือเอสอีซี (Southern Economic Corridor : SEC) เพื่อเป็นกฎหมายเฉพาะในการรองรับการพัฒนาและจัดตั้งสำนักงานเอสอีซี เพื่อขับเคลื่อนเหมือนการพัฒนาพิเศษพื้นที่ภาคตะวันออก หรืออีอีซี (Eastern Economic Corridor : EEC)”
ผู้อำนวยการ สนข.สรุปทิ้งท้าย
โครงการบิ๊กเบิ้ม “แลนด์บริดจ์อ่าวไทย-อันดามัน” และกิจกรรมต่อเนื่อง เป็นอภิมหาโปรเจ็กต์ที่มีการลงทุนมหาศาล ซึ่ง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หมายมั่นปั้นมือให้เริ่มเดินหน้าเป็นรูปเป็นร่างในรัฐบาลชุดนี้