โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ถอด 5 เทรนด์ธุรกิจที่ได้ไปต่อปี 2026 ใครบ้างที่จะอยู่รอดเมื่อเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง

THE STANDARD

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ถอด 5 เทรนด์ธุรกิจที่ได้ไปต่อปี 2026 ใครบ้างที่จะอยู่รอดเมื่อเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง

ถ้าการทำธุรกิจเหมือนการเดินทางไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดหมาย ผู้ประกอบการทุกวันนี้ก็คงเหมือนกำลังขับรถฝ่าหมอกหนาฟุ้งจากพิษเศรษฐกิจ สงคราม เงินเฟ้อ ค่าเงินบาท และทุนต่างชาติ บดบังถนนจนแทบไม่เห็นปลายทาง

แต่ในอีกแง่ ไม่ได้มีแค่คนที่ล้มหายตายจาก หลายธุรกิจไม่ใช่แค่ไปต่อได้ แต่ทะลุขีดจำกัดไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ‘สุกี้ตี๋น้อย’ ที่กำไรทะลุ 1,100 ล้านบาท, ‘ศรีจันทร์’ แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางไทยที่โต 58% ในปีก่อน หรือ ‘KARUN’ ชาไทยพรีเมียมที่โต 60% โกยรายได้จาก 100 ล้านบาท เป็น 160 ล้านบาท ครองใจพนักงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่

แน่นอนว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดเพราะโชคและจังหวะที่เป็นลมหนุนให้ธุรกิจเหล่านี้ แต่คำถามที่น่าคิดไม่แพ้กัน คืออะไรเป็น ‘จุดร่วม’ ที่ทำให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตได้

นี่คือ 5 เทรนด์ธุรกิจแห่งปี 2026 ที่ไม่ว่าใครก็หยิบมาใช้เป็นอาวุธพลิกเกมในปี 2026 ได้เช่นกัน

1. คนรุ่นใหม่มองหาแบรนด์เล็กที่จริงใจ มากกว่าแบรนด์ใหญ่ที่แค่ดัง

Gen Z และ Millennials ไม่ได้รักแบรนด์ใหญ่เพราะชื่อเสียงอีกต่อไป พวกเขาตามหาแบรนด์ที่ตรงใจ มีสตอรี กล้าเล่า กล้าแตกต่าง มีข้อผิดพลาดบ้างมากกว่าแบรนด์ที่แค่ดังและสมบูรณ์แบบ

Nielsen ผู้นำด้านการวิจัยการตลาด บอกว่า กว่า 72% ของคนรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพงขึ้น ถ้าแบรนด์นั้นมีคุณค่า และเกือบ 60% รู้สึกผูกพันกับแบรนด์เฉพาะทางมากกว่าแบรนด์ยักษ์ใหญ่อีกด้วย

กรณีของตลาดชาไทยและชาใต้ เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนว่าปัจจุบันมีผู้เล่นรายเล็กที่เข้ามาใหม่จนเริ่มกลายเป็นรายใหญ่ในตลาด เช่น KARUN, KIRIN, ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน, Chongdee Teahouse และแบรนด์อื่นๆ

นี่คือโอกาสของแบรนด์ที่ ‘ชัด กล้า เฉพาะ’ และเข้าใจคนแบบ Hyper-Focus ใครมีเรื่องราวที่จริง มีจุดยืนที่ชัด จะครองใจได้ยาวนานกว่าใคร

2. ธุรกิจ Wellness ยังไปต่อได้อีกยาว

ก้าวสู่ปี 2026 ยิ่งชัดเจนแล้วว่ากลุ่ม Wellness ที่ตื่นตัวกันในปีที่ผ่านมาจะยิ่งเข้มข้นขึ้น ทั้ง Gen Z ที่หันมาสนใจวิ่งกับ Community การเข้าฟิตเนส ทางฟาก Gen Y และ Millennials ก็อินกับกระแส Outdoor Economy อยากปล่อยใจไปกับความสงบ การพักใจกลางป่า ตัดขาดจาก Social Media ไปจนถึง Baby Boomer ทั้งในไทยและต่างประเทศ

หนึ่งในตัวอย่างคือ Chiva-Som รีสอร์ตสุขภาพของไทย ก็ฟื้นตัวแรงจากต่างชาติหลังโควิด รายได้ปี 2024 อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท และที่น่าสนใจคือมีรายได้จากสาขาในกาตาร์คิดเป็น 28% ของรายได้รวม

ในโลกที่ทุกอย่างไม่แน่นอน การดูแลสุขภาพยังคงเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกยอมจ่ายเสมอ

3. ของดีจากธรรมชาติไทย ทรัพย์สินทางปัญญาที่ยูนีค

Natural IP ไม่ใช่แค่การเอาทรัพยากรมาใช้ แต่มันคือการสร้างมูลค่าจากสิ่งที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

แบรนด์ Thai Coco คือหลักฐานว่าถ้าเรารู้จักเล่าเรื่องให้เป็น ธุรกิจไทยจะโตได้แบบไม่ต้องแข่งด้วยราคา พิสูจน์ด้วยการพาน้ำมะพร้าวไทยไปบุกตลาดจีน กวาดรายได้มหาศาลถึง 6,619 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่องถึง 41.44% ทั้งที่จีนเป็นประเทศผลิตสินค้าเก่งที่สุดในโลก

จีนอาจสร้างโรงงานผลิตได้ สร้างตึกระฟ้าได้ แต่จีนไม่สามารถสร้างสภาพอากาศแบบเมืองไทยได้ ธุรกิจที่รู้จักดึงเอาความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์นี้มาเล่าเรื่องและสร้างมูลค่า จึงสามารถยืนหยัดและเติบโตได้โดยไม่ต้องลงไปเล่นสงครามราคากับใคร

4. ธุรกิจต้องรู้จักใช้ความยั่งยืน เป็นใบเบิกทางสู่เวทีโลก

Green Supply Chain คือบัตรผ่านด่านสำคัญ ไม่ว่าคุณจะส่งออกยาง หรือทำงานกับบริษัทระดับโลก ทุกอย่างต้องตอบโจทย์เรื่องคาร์บอนและสิ่งแวดล้อม

ล่าสุด แม้แต่คู่ค้าของ Apple ก็ต้องมีการจัดการเรื่องคาร์บอนเครดิตเพื่อให้สินค้าผ่านเกณฑ์ Net Zero หรือการส่งออกยางพาราไปยุโรปที่ต้องผ่านมาตรฐาน EUDR ห้ามการตัดไม้ทำลายป่า

ธุรกิจที่ปรับตัวเรื่องนี้ได้ก่อน ย่อมมีโอกาสเข้าถึงตลาดพรีเมียมได้ก่อน

5. ธุรกิจเล็กที่รู้จักใช้ AI ชนะรายใหญ่ได้ไม่ยาก

ท่องไว้ว่า AI ไม่ใช่ของเล่น แต่คืออาวุธลับสำหรับธุรกิจที่ฉลาดพอ

คนคนเดียวสามารถทำธุรกิจระดับยูนิคอร์นได้ ถ้าใช้ AI เป็น เพราะมันช่วยลดต้นทุน ขยายไอเดีย และเพิ่มประสิทธิภาพได้มหาศาล

นี่คือยุคของ One-Person Unicorn ที่เป็นจริงได้มากกว่าที่คิด

เทรนด์ไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ทัศนคติและระบบ คือเครื่องยนต์ที่ทำให้ธุรกิจไปได้ไกล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...