โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ปี 2026’ จะเป็นปีที่ดีไหม? คนรุ่นมิลเลนเนียล – Gen Z พึ่ง AI ดูดวงรับปีใหม่

SpringNews

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อปีใหม่มาถึง ผู้คนจำนวนหันมาเช็กดวงรับปีใหม่ผ่าน 'AI ดูดวง' กันมากขึ้น ต่างจากในอดีตที่การไปหาหมอดูด้วยตัวเองหรือการพึ่งแอปพลิเคชันด้านโหราศาสตร์แบบเสียเงินเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบันการดูดวงผ่าน AI ที่ทำได้ง่ายและฟรีกำลังทำให้ฐานผู้ใช้งานขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ความนิยมของ ‘SajuGPT’ หมอดู AI ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

กระบวนการแปลคำนำนายดวงชะตา “ซาจู” ซึ่งเป็นศาสตร์การดูดวงแบบเกาหลี ผ่าน ChatGPT นั้นไม่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้ใช้เพียงแค่กรอกชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ และข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ ก็จะได้รับการวิเคราะห์อย่างครอบคลุม ทั้งด้านบุคลิกภาพ โอกาสทางอาชีพ โชคลาภทางการเงิน ความรัก และด้านอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถตั้งคำถามเพิ่มเติมเพื่อรับคำทำนายที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น หากถามว่า ปีนี้ควรระวังเรื่องใดมากที่สุด คำตอบอาจเป็นว่า อารมณ์ที่สะสมและความเหนื่อยล้าอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟหรือการตัดสินใจละทิ้งสิ่งต่าง ๆ อย่างกะทันหัน ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรลงมือทำทีละเล็กทีละน้อยแทนการฝืนทนหรือการผัดวันประกันพรุ่ง

เหตุผลที่กลุ่มคนรุ่นมิลเลนเนียลและ Gen Z ซึ่งเชี่ยวชาญในการใช้ Generative AI ต่างตื่นเต้นและให้ความสนใจกับ SajuGPT AI เป็นอย่างมากมาจากความสะดวกในการใช้งานและความรวดเร็วทันใจ สามารถใช้งานได้ฟรี ทุกที่ทุกเวลา และสามารถตั้งคำถามเฉพาะบุคคลได้ ซึ่งแตกต่างจากการไปหาหมอดูด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับประกันเรื่องความเป็นส่วนตัวที่ทำให้ผู้ใช้กล้าถามปัญหาที่อาจไม่สะดวกใจจะเล่าให้ผู้อื่นฟัง

เทรนด์นี้ยังเชื่อมโยงกับความเป็นจริงอันยากลำบากที่กลุ่มคนหนุ่มสาวกำลังเผชิญ ท่ามกลางวิกฤตตลาดแรงงานที่รุนแรง หลายคนใช้ SajuGPT AI เป็นช่องทางในการขอคำแนะนำเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอน โดยข้อมูลจากรายงาน ลักษณะแนวโน้มการจ้างงานปี 2025 และแนวโน้มการจ้างงานปี 2026 ของสำนักงานข้อมูลการจ้างงานเกาหลี คาดการณ์ว่า จำนวนผู้มีงานทำในกลุ่มเยาวชนอายุ 15 – 29 ปี คาดว่าจะลดลง 213,000 คนในปีนี้ ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์การจ้างงานเลวร้ายลงไปอีก

เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานออฟฟิศ นามสกุลคิม วัย 30 ปี ได้ตรวจดวงรับปีใหม่ผ่าน ChatGPT โดยบอกว่าอยากเปลี่ยนงานในปีนี้ เลยถามถึงแนวโน้มการย้ายงาน พร้อมเสริมว่า AI บอกว่าเป็นปีที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงสูง และช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการเปลี่ยนงานคือระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่งจากคำแนะนำนี้ ทำให้เริ่มวางแผนเตรียมตัวหางานใหม่ตั้งแต่ต้นปี

นอกจากนี้ยังเสริมว่า แม้ไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องดวงอย่างเต็มที่ แต่การดูดวงช่วยให้สามารถจัดระเบียบความคิดและทบทวนสถานการณ์ปัจจุบันของตัวเอง ซึ่งรู้สึกว่ามีความหมาย และพอใจที่สามารถถามคำถามเพิ่มเติมในสิ่งที่สงสัยได้ตลอดด้วย

เนื่องจากความสนใจใน SajuGPT AI เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ปริมาณการค้นหาที่เกี่ยวข้องจึงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน ข้อมูลจาก Black Kiwi แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล ระบุว่า ณ วันที่ 6 ของเดือนมกราคม จำนวนคำค้นหา “GPT saju” บน Naver สูงถึง 4,390 ครั้ง เพิ่มขึ้น 129.48% จากเดือนก่อนหน้า และ Black Kiwi ยังคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นเดือนนี้ ปริมาณการค้นหาจะเพิ่มเป็นประมาณ 18,800 ครั้ง เพิ่มขึ้น 46.80% จากเดือนก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า บริการดูดวงด้วย AI ได้รับความนิยมอย่างมากใน ChatGPT เช่นกัน โดยในหมวด Lifestyle ของ GPT Store นั้น บริการ “Fortune Master Tarot” ครองอันดับ 1

ขณะที่บริการดูดวงอื่น ๆ อย่าง “Fortune Master GPT” และ “Saju Palja Myungrihak” ก็ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของ GPT Store ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมแชตบอต GPT แบบปรับแต่งเฉพาะทาง เพื่อช่วยงานด้านต่าง ๆ เช่น การเขียน การวาดภาพ และการให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา

วางแผนปีใหม่ด้วย AI เมื่อการใช้ AI ในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องปกติ

ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่เพียงแต่ผู้คนจะใช้ AI ดูดวง เพื่อตรวจสอบดวงชะตารับปีใหม่เท่านั้น แต่หลายคนยังใช้ในการช่วยวางแผนเป้าหมายชีวิตประจำปีด้วย หลังจากทบทวนภาพรวมของปีผ่านการดูดวงแล้ว ผู้คนก็ใช้ AI เพื่อกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น หากตั้งเป้าหมายด้าน 'สุขภาพ' และป้อนข้อมูลเกี่ยวกับสภาพร่างกายหรือรูปแบบการใช้ชีวิตลงไป AI ก็สามารถเสนอแผนการสำหรับการออกกำลังกาย โภชนาการ และกิจวัตรประจำวันที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้แบบเป็นขั้นตอน ซึ่งความสามารถในการเปลี่ยนเป้าหมายที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นการลงมือปฏิบัติจริงได้นั้นกำลังได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวก

อย่างไรก็ตาม เมื่อขอบเขตการใช้งานขยายตัวออกไป ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับการยอมรับคำแนะนำของ AI โดยไม่ตั้งคำถาม

มูลนิธิสื่อมวลชนเกาหลี (Korea Press Foundation) ระบุในรายงานเรื่องประสบการณ์และการรับรู้ต่อความวิตกกังวลของ AI จากการแพร่หลายของ Generative AI ที่เผยแพร่เมื่อเดือนกันยายนปีก่อนว่า AI ได้แทรกซึมเข้าสู่ทุกแง่มุมของสังคมโลกอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่การเปิดตัว ChatGPT สู่สาธารณะในช่วงปลายปี 2022

นอกจากนี้ยังเตือนด้วยว่า ความคลาดเคลื่อนด้านข้อเท็จจริงในคำตอบที่สร้างโดย AI กำลังสั่นคลอนโครงสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลและความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์ในทางที่ผิด อันเป็นภัยคุกคามต่อการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล

รายงานดังกล่าวเน้นย้ำเพิ่มเติมว่า เพื่อเพิ่มประโยชน์ของ AI ให้สูงสุด ควบคู่ไปกับการลดความวิตกกังวลในสังคม จึงจำเป็นจะต้องมใช้ความพยายามในหลายระดับ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของคำตอบที่สร้างโดย AI รวมถึง การเสริมสร้างการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แข็งแกร่งขึ้นและการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานด้วย

ที่มา: The Asia Business Daily

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...