เคาะแล้ว! เก็บ "ค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์สาย 9" บางบัวทอง-บางปะอิน
วันนี้ (13 มกราคม 2569) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 2 (ถนนกาญจนาภิเษก) ช่วงบางบัวทอง - บางปะอิน เพื่อรองรับการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐและพัฒนาโครงข่ายคมนาคม
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาและเห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งผ่านการตรวจพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว โดยสาระสำคัญคือการกำหนดให้"ค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์สาย 9" ช่วงดังกล่าว เป็นทางหลวงที่ต้องชำระค่าผ่านทางตามกฎหมาย
เปิดรายละเอียดการจัดเก็บค่าผ่านทางและพิกัดด่าน
ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางตาม"ระยะทาง" และ "ประเภทของยานยนต์" โดยอัตราค่าธรรมเนียมจะถูกกำหนดไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวง
นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขการปรับราคาเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อปี โดยจะมีการปรับฐานราคาใหม่ทุกๆ 5 ปี
สำหรับจุดเก็บค่าธรรมเนียมบน มอเตอร์เวย์บางบัวทอง-บางปะอิน จะมีทั้งหมด 6 ด่าน ประกอบด้วย
ขาออกจากกรุงเทพมหานคร: 3 จุด
ขาเข้ากรุงเทพมหานคร: 3 จุด
ทั้งนี้ การเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการจะมีผลตั้งแต่วันที่อธิบดี กรมทางหลวง ประกาศกำหนดเป็นต้นไป
คาดการณ์รายได้และขั้นตอนทางกฎหมาย
กรมทางหลวงได้ประเมินรายได้จากการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมมอเตอร์เวย์สาย 9 ไว้ดังนี้
ปีแรก: คาดว่าจะจัดเก็บได้ประมาณ 308 ล้านบาท
ปีที่ 30: คาดว่าจะจัดเก็บได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,429 ล้านบาทต่อปี
ในด้านกระบวนการทางกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจสอบแล้วพบว่า การออกกฎกระทรวงนี้เป็นไปตามพ.ร.บ.กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 ซึ่งเป็นการปฏิบัติราชการตามปกติ ไม่ถือเป็นการสร้างภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญฯ
สถานะโครงการและการลงทุน
โครงการ ถนนกาญจนาภิเษก ช่วงบางบัวทอง - บางปะอิน ถือเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีวงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท จึงต้องผ่านการอนุมัติจาก ครม. ตามระเบียบราชการ
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ ต่างเห็นชอบในหลักการ
โดยสำนักงบประมาณได้กำชับให้ กรมทางหลวง เร่งรัดดำเนินโครงการให้เป็นไปตามกรอบเวลา เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการคมนาคมที่สะดวกขึ้น และเพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการ อัตราค่าผ่านทาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผนแม่บทที่วางไว้
อ้างอิง: เว็บไซต์รัฐบาลไทย