UBS เตือนแผนปฏิรูปภาคธนาคารสวิส เสี่ยงเพิ่มต้นทุน–กระทบการแข่งขัน
UBS คัดค้านแผนปฏิรูปกฎระเบียบภาคธนาคารของรัฐบาล เตือนข้อกำหนดให้บริษัทย่อยต่างประเทศต้องมีเงินทุนผู้ถือหุ้นเต็มจำนวนจะเพิ่มภาระเงินกองทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ กระทบโมเดลธุรกิจ
วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าUBS Group AG ระบุว่าแผนปฏิรูปกฎเกณฑ์ภาคธนาคารของสวิตเซอร์แลนด์ที่รัฐบาลกำลังผลักดันอยู่นั้น อาจกลายเป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้รัฐบาลต้องผ่อนปรนข้อเสนอเหล่านี้ลง
UBSซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุในแถลงการณ์ตอบรับร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ว่า หากแผนดังกล่าวถูกนำมาบังคับใช้ในรูปแบบปัจจุบัน โดยกำหนดให้บริษัทย่อยในต่างประเทศต้องมีเงินกองทุนที่เป็นทุนของผู้ถือหุ้น (equity) รองรับเต็มจำนวน จะเป็นภาระอย่างหนักต่อเศรษฐกิจสวิส และยังอาจบั่นทอนความต่อเนื่องของโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของ UBS
UBSคัดค้านแพ็กเกจปฏิรูปนี้มาตั้งแต่รัฐบาลเปิดตัวในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เนื่องจากประเมินว่าจะทำให้ธนาคารต้องเพิ่มเงินกองทุนสูงถึงราว 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความไม่แน่นอนของแผนดังกล่าวยิ่งเพิ่มขึ้น หลังพรรคประชาชนสวิส (SVP) ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐสภา แสดงจุดยืนสนับสนุนข้อเสนอทางเลือกที่มีการเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายรายเสนอให้ UBSสามารถใช้ตราสารหนี้ด้อยสิทธิขั้นรอง หรือ AT1 bonds เพื่อนำมานับเป็นเงินกองทุนได้สูงสุดถึงครึ่งหนึ่งของข้อกำหนดใหม่สำหรับบริษัทย่อยในต่างประเทศ แนวคิดดังกล่าวช่วยหนุนราคาหุ้นUBS ให้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี จากความคาดหวังของนักลงทุนว่ากฎเกณฑ์สุดท้ายจะออกมาอ่อนลง
UBSเคยระบุว่าข้อเสนอทางเลือกนี้เป็นทิศทางที่สร้างสรรค์มากกว่าแนวทางที่รัฐบาลเสนอ ซึ่งธนาคารประเมินว่าจะทำให้ต้องระดมเงินกองทุนใหม่ราว 23,000 ล้านดอลลาร์ หากต้องจัดสรรทุนของผู้ถือหุ้นเต็มจำนวนให้บริษัทย่อยในต่างประเทศ
ด้านสมาคมธนาคารสวิส (Swiss Banking Association) ก็ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลเช่นกัน โดยระบุว่า การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของธนาคารสวิสเพิ่มขึ้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และจะส่งผลเสียต่อทั้งภาคธนาคาร ศูนย์กลางการเงินของประเทศ และเศรษฐกิจจริงของสวิตเซอร์แลนด์โดยรวม
รัฐบาลสวิสให้เหตุผลว่า เหตุการณ์ล่มสลายของ Credit Suisse และการที่ UBSเข้าซื้อกิจการเมื่อสามปีก่อน สะท้อนว่ากฎเกณฑ์ธนาคารในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันวิกฤตได้เพียงพอ และจำเป็นต้องเข้มงวดขึ้น แม้ UBSจะเห็นด้วยว่ามีบทเรียนด้านกฎระเบียบที่ควรถอดออกมา แต่ยืนยันว่าข้อเสนอในครั้งนี้ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม
ช่วงเวลารับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดเงินกองทุนสำหรับบริษัทย่อยในต่างประเทศ ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาสวิสในปีห 2570
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนปรับลดสถานะของรายการบางประเภทในงบดุล เช่น ซอฟต์แวร์ และสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ในการนับเป็นเงินกองทุน ซึ่งมาตรการนี้สามารถออกได้โดยคำสั่งฝ่ายบริหาร และคาดว่าจะเพิ่มภาระเงินกองทุนของUBS อีกราว 3,000 ล้านดอลลาร์
รัฐบาลจะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดมาประเมิน และมีแนวโน้มจะตัดสินใจภายในปีนี้ ทั้งในประเด็นกฎการประเมินเงินกองทุนใหม่ และการพิจารณาว่าจะผ่อนปรนข้อกำหนดเกี่ยวกับบริษัทย่อยในต่างประเทศก่อนเสนอร่างกฎหมายฉบับสุดท้ายต่อรัฐสภาหรือไม่
อ้างอิง : bloomberg.com