โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UBS เตือนแผนปฏิรูปภาคธนาคารสวิส เสี่ยงเพิ่มต้นทุน–กระทบการแข่งขัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มกราคม 2569 เวลา 23.23 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

UBS คัดค้านแผนปฏิรูปกฎระเบียบภาคธนาคารของรัฐบาล เตือนข้อกำหนดให้บริษัทย่อยต่างประเทศต้องมีเงินทุนผู้ถือหุ้นเต็มจำนวนจะเพิ่มภาระเงินกองทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ กระทบโมเดลธุรกิจ

วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าUBS Group AG ระบุว่าแผนปฏิรูปกฎเกณฑ์ภาคธนาคารของสวิตเซอร์แลนด์ที่รัฐบาลกำลังผลักดันอยู่นั้น อาจกลายเป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้รัฐบาลต้องผ่อนปรนข้อเสนอเหล่านี้ลง

UBSซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุในแถลงการณ์ตอบรับร่างกฎหมายอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ว่า หากแผนดังกล่าวถูกนำมาบังคับใช้ในรูปแบบปัจจุบัน โดยกำหนดให้บริษัทย่อยในต่างประเทศต้องมีเงินกองทุนที่เป็นทุนของผู้ถือหุ้น (equity) รองรับเต็มจำนวน จะเป็นภาระอย่างหนักต่อเศรษฐกิจสวิส และยังอาจบั่นทอนความต่อเนื่องของโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของ UBS

UBSคัดค้านแพ็กเกจปฏิรูปนี้มาตั้งแต่รัฐบาลเปิดตัวในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เนื่องจากประเมินว่าจะทำให้ธนาคารต้องเพิ่มเงินกองทุนสูงถึงราว 26,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความไม่แน่นอนของแผนดังกล่าวยิ่งเพิ่มขึ้น หลังพรรคประชาชนสวิส (SVP) ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในรัฐสภา แสดงจุดยืนสนับสนุนข้อเสนอทางเลือกที่มีการเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติหลายรายเสนอให้ UBSสามารถใช้ตราสารหนี้ด้อยสิทธิขั้นรอง หรือ AT1 bonds เพื่อนำมานับเป็นเงินกองทุนได้สูงสุดถึงครึ่งหนึ่งของข้อกำหนดใหม่สำหรับบริษัทย่อยในต่างประเทศ แนวคิดดังกล่าวช่วยหนุนราคาหุ้นUBS ให้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 17 ปี จากความคาดหวังของนักลงทุนว่ากฎเกณฑ์สุดท้ายจะออกมาอ่อนลง

UBSเคยระบุว่าข้อเสนอทางเลือกนี้เป็นทิศทางที่สร้างสรรค์มากกว่าแนวทางที่รัฐบาลเสนอ ซึ่งธนาคารประเมินว่าจะทำให้ต้องระดมเงินกองทุนใหม่ราว 23,000 ล้านดอลลาร์ หากต้องจัดสรรทุนของผู้ถือหุ้นเต็มจำนวนให้บริษัทย่อยในต่างประเทศ

ด้านสมาคมธนาคารสวิส (Swiss Banking Association) ก็ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านข้อเสนอของรัฐบาลเช่นกัน โดยระบุว่า การบังคับใช้มาตรการดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศของธนาคารสวิสเพิ่มขึ้น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และจะส่งผลเสียต่อทั้งภาคธนาคาร ศูนย์กลางการเงินของประเทศ และเศรษฐกิจจริงของสวิตเซอร์แลนด์โดยรวม

รัฐบาลสวิสให้เหตุผลว่า เหตุการณ์ล่มสลายของ Credit Suisse และการที่ UBSเข้าซื้อกิจการเมื่อสามปีก่อน สะท้อนว่ากฎเกณฑ์ธนาคารในปัจจุบันยังไม่สามารถป้องกันวิกฤตได้เพียงพอ และจำเป็นต้องเข้มงวดขึ้น แม้ UBSจะเห็นด้วยว่ามีบทเรียนด้านกฎระเบียบที่ควรถอดออกมา แต่ยืนยันว่าข้อเสนอในครั้งนี้ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม

ช่วงเวลารับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดเงินกองทุนสำหรับบริษัทย่อยในต่างประเทศ ได้สิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาสวิสในปีห 2570

นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนปรับลดสถานะของรายการบางประเภทในงบดุล เช่น ซอฟต์แวร์ และสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ในการนับเป็นเงินกองทุน ซึ่งมาตรการนี้สามารถออกได้โดยคำสั่งฝ่ายบริหาร และคาดว่าจะเพิ่มภาระเงินกองทุนของUBS อีกราว 3,000 ล้านดอลลาร์

รัฐบาลจะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดมาประเมิน และมีแนวโน้มจะตัดสินใจภายในปีนี้ ทั้งในประเด็นกฎการประเมินเงินกองทุนใหม่ และการพิจารณาว่าจะผ่อนปรนข้อกำหนดเกี่ยวกับบริษัทย่อยในต่างประเทศก่อนเสนอร่างกฎหมายฉบับสุดท้ายต่อรัฐสภาหรือไม่

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...