โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นักวิจัย TDRI ชงรัฐบาลใหม่ เร่งศึกษาต้นทุน รพ. จ่าย ‘ผู้ป่วยใน’ เรตเดียวทุกกองทุนสุขภาพ

Thai PBS

อัพเดต 14 ม.ค. เวลา 13.05 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 12.11 น. • Thai PBS

หวังช่วยแก้ปัญหา รพ. ขาดทุน-แบกรับความเสี่ยง แนะ หนุนระบบ Palliative Care รับมือสังคมสูงวัย ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หลังพบ ผู้สูงอายุใช้งบฯ รักษาพยาบาลสูงมากในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต

ศ.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายหลักประกันทางสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยกับ The Active ถึงข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเร่งด่วนด้านสาธารณสุข โดยระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลหลัก 3 ระบบ ได้แก่ สิทธิสวัสดิการข้าราชการ, ประกันสังคม และบัตรทอง (หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ซึ่งมีปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนในเรื่อง อัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาล

ศ.วรวรรณ ชี้ให้เห็นปัญหาว่า เมื่อผู้ป่วยป่วยด้วยโรคเดียวกัน ใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเหมือนกัน แต่ทั้ง 3 กองทุนกลับจ่ายเงินให้โรงพยาบาลในอัตราที่ต่างกันมาก

  • สิทธิข้าราชการ : จ่ายในอัตราสูงที่สุด มีเกณฑ์การจ่ายกว่า 20 อัตรา (มากกว่า 13,000 บาท ต่อ 1 หน่วยน้ำหนักสัมพัทธ์ หรือ AdjRW)

  • สิทธิบัตรทอง : มีเกณฑ์การจ่ายประมาณ 13 อัตรา ซึ่งมักตั้งงบประมาณไว้สูง (เช่น 10,000 บาท/AdjRW) แต่เมื่อจ่ายจริงกลับได้รับน้อยกว่าที่ตั้งไว้ (บางปีเหลือเพียง 8,350 บาท) เนื่องจากงบประมาณแบบปลายปิด (Global Budget) ถูกดึงไปใช้ในส่วนอื่น

ศ.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายหลักประกันทางสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

แนะศึกษาต้นทุนจริง ประกาศเรตเดียวทุกกองทุน

TDRI เสนอให้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาวิจัย ต้นทุนที่แท้จริง ในการรักษาพยาบาล ว่าโรงพยาบาลต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเท่าไหร่กันแน่ และเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขประกาศอัตราการจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน ให้เป็นอัตราเดียวทั้ง 3 สวัสดิการ โดยอ้างอิงจากต้นทุนจริง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพื่อให้โรงพยาบาลไม่ต้องแบกรับภาระขาดทุนจากการที่กองทุนจ่ายต่ำกว่าทุน

จี้ สปสช. บริหารความเสี่ยง ไม่ใช่โยนภาระให้ รพ.

ศ.วรวรรณ ยังกล่าวถึงปัญหาการบริหารงบประมาณของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ว่า ปัจจุบันเมื่อมีนโยบายหรือสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา มักจะมีการดึงงบประมาณจากก้อนกลางไปใช้ ทำให้งบฯ สำหรับผู้ป่วยในลดลง ส่งผลให้จ่ายคืนโรงพยาบาลได้น้อยกว่าที่ตกลงไว้

“การทำแบบนี้เท่ากับโยนความเสี่ยงในการจัดการงบประมาณไปให้สถานพยาบาลรับเคราะห์ จริง ๆ แล้วคนที่จะต้องรับความเสี่ยงและบริหารจัดการ Global Budget ให้ได้ตามแผนคือ สปสช. ไม่ใช่โรงพยาบาล”

ศ.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์

เสนอโมเดล ‘ประกันสังคม’ ส่วนสมทบคือ Top-up

เมื่อถามเรื่องความกังวลของผู้ประกันตน หากปรับเรตการจ่ายเท่ากันแล้วเงินสมทบจะเสียเปล่าหรือไม่ ศ.วรวรรณ เสนอแนวคิดว่า ในระยะยาวสิทธิการรักษาพื้นฐานควรได้รับจากรัฐ (ภาษี) เหมือนกันทุกคน เพื่อความเท่าเทียม ส่วนเงินที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบไปนั้น ควรนำไปเป็นสิทธิประโยชน์ส่วนเพิ่ม (Top-up) เช่น การอัปเกรดห้องพักพิเศษ หรือโอนไปสมทบเพิ่มในส่วนของเงินบำนาญชราภาพ เพื่อให้ผู้จ่ายเงินสมทบรู้สึกถึงความคุ้มค่าและไม่เสียเปรียบ

หนุนระบบ Palliative Care รับมือสังคมสูงวัย

นอกจากเรื่องงบประมาณ ศ.วรวรรณ ยังทิ้งท้ายถึงการรับมือค่าใช้จ่ายในยุคสังคมสูงวัยว่า ข้อมูลบ่งชี้ว่าผู้สูงอายุใช้างบฯ รักษาพยาบาลสูงมากในช่วงปีสุดท้ายของชีวิต โดย 50% เสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ดังนั้น รัฐควรเร่งพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว (Long Term Care) และการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ที่บ้าน ให้เข้มแข็ง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและญาติดีขึ้นอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ราคาทองคำ เปิดตลาด – 350 บาท “ทองแท่ง” ขายออกบาทละ 76,450 บาท

55 นาทีที่แล้ว

"ฟีฟ่า" ปฏิเสธ "อิหร่าน" เรื่องคำขอย้ายสนามแข่งฟุตบอลโลก 2026

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 6:3 รับคำร้องปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ล็อก 8 สินค้า สกัดของแพง “ศุภจี” ย้ำ ขึ้นราคาต้องขออนุญาต

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...