วิธีป้องกัน “ลำไส้อักเสบ” ดูแลสุขภาพช่องท้องป้องกันสารพัดโรค!
โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ ปกติคนไข้มักจะมาด้วยอาการปวดท้องกะทันหัน หรือบางครั้งปวดท้องเวลาเดิมซ้ำๆ ปวดอุจจาระบ่อย ถ่ายไม่เป็นเวลา บางครั้งก็ถ่ายไม่ออก อาการที่แสดงก็มักจะค่อยเป็นค่อยไป แต่จะเป็นเรื้อรัง เวลานานจนคนไข้แทบไม่รู้ตัวจึงคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อนานเข้าจะมีเลือดออกมาทางอุจจาระ หรือท้องเสียกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ และทำให้เกิดแผลในลำไส้ โอกาสที่จะหายสนิทก็ยากมากขึ้น
ปวดท้องแบบไหน ? โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง รักษาหายขาดไม่ได้ แต่คุมโรคได้!
สาเหตุลำไส้อักเสบเรื้อรัง ปล่อยไว้ก่อภาวะแทรกซ้อน เพิ่มเสี่ยงมะเร็งลำไส้
สำหรับโรคนี้ ความเครียดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่างๆ หรือ อาจจะพูดได้ว่าเป็นตัวเร่งให้แสดงอาการ เช่น ในบางราย เมื่อเครียดก็จะชอบทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานบ้างไม่ทานบ้าง ทำให้ระบบย่อยอาหารและลำไส้เล็กแปรปรวน ลำไส้ใหญ่เกิดการเกร็งตัวขึ้น ดูดซึมมากขึ้น ยิ่งถ้าเราทานอาหารที่ไม่มีไฟเบอร์เข้าไป ก็จะยิ่งกระตุ้นการขับถ่ายเพิ่มเข้าไปอีก
สัญญาณบ่งบอกโรค
- ถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ หรือเป็นมูกเลือด
- ถ่ายบ่อย
- ปวดท้อง บิดเกร็ง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- มีไข้
- น้ำหนักลด อ่อนเพลีย
ป้องกันโรคลำไส้อักเสบได้อย่างไร ?
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย
- รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ สะอาด
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหมักดอง
- ล้างมือทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังเข้าห้องน้ำ
เคล็ดลับเพื่อสุขภาพลำไส้
- กินผลไม้สุกเนื้อนิ่ม มะละกอสุก กล้วยสุก เพิ่มไฟเบอร์บรรเทาอาการการอักเสบ
- กินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง ผักโขม ผักกูด ปลา กุ้ง หอย ชดเชยภาวะโลหิตจาง
- กินอาหารจำพวกปลา ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน วิตามินดีและบี 12 เพื่อช่วยในการดูดซึม
- เพิ่มการกินวิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน ฟักทอง แครอทต้มสุก ช่วยสร้างความแข็งแรงแก่ลำไส้
โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นโรคที่เรื้อรังจะต้องใช้ระยะเวลานานในการรักษา คนไข้จึงจำเป็นต้องมีความอดทนอย่างมาก ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์ เพื่อช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ทานอาหารที่มีโปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 12 โฟเลต แคลเซียม เหล็ก และสังกะสี เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ผนังลำไส้ และปรับระบบการย่อยอาหารให้คงที่นั้นเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3 และ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย